ก่อนอื่นต้องกราบขอโทษด้วยน่ะครับที่หายไปหนึ่งวันเนื่องจากมีงานหลายๆอย่างเข้ามาแต่ผมก็จะพยายามนำเอา รายละเอียด ในหนังสือพระประวัติ พระราชชายา เจ้าดารารัศมี เรียบเรียงโดย เจ้าแก้วนวรัฐ ฯ ผู้ครองนครเชียงใหม่ พิมพ์ในงานถวายพระเพลิง ปีจอ พ.ศ. ๒๔๗๗ มาถ่ายทอดให้ท่านผู้สนใจได้อ่านและนำไปศึกษา ถึงการใช้ภาษา วิถีชีวิต ความเป็นอยู่ ความใกล้ชิดระหว่างราชจักรีวงศ์ และ สกุลเจ้าผู้ครองนครเชียงใหม่(ณ เชียงใหม่) ในช่วงระยะ ๑๐๐ ปีที่ผ่านมา ซึ่งหวังว่าจะเป็นประโ
ยชน์แก่ท่านที่สนใจ เพราะหนังสือพระประวัติ พระราช ชายาฯ เล่มนี้ ปัจจุบันค่อนข้างหายาก จึงได้พยายามจะนำเสนอ จนครบบริบูรณ์ตามความในแห่งหนังสือเล่มนี้ ซึ่งอาจจะยืดยาวแต่เต็มไปด้วยคุณค่าความสัมพันธ์ของแผ่นดินล้านนา และพระบรมราชจักรีวงศ์ ซึ่งในตอนนี้จะนำเสนอต่อจากตอนที่แล้ว ว่าด้วย พระราชโทรเลข พระโทรเลข โทรเลข ลายพระหัตถ์ หนังสือ ระวางประชวร และสิ้นพระชนม์ต่อจากตอนที่แล้วดัวนี้ครับ
หน้าที่ ๒๓ ถึงหน้าที่ ๒๖
โทรเลข (ด่วน)
ที่๐๕๓๖ จากกรุงเทพ ฯ
วันที่ ๑๐ ธันวาคม พ.ศ. ๒๔๗๖
ทูล เจ้าแก้วนวรัฐ ฯ เชียงใหม่
ได้รับโทรเลขแจ้งเรื่องพระราชชายา ฯ เจ้าดารารัศมี สิ้น
พระชนม์นั้นแล้ว ด้วยความเศร้าสลดใจอย่างยิ่ง ได้แจ้งให้ผู้สำเร็จ
ราชการรพราชวังทราบแล้ว.
(ลงนาม) พระยาพหลพลพยุหเสนา.
โทรเลข (ด่วน)
ที่๐๕๒๕ จากกรุงเทพ ฯ
วันที่ ๑๐ ธันวาคม พ.ศ. ๒๔๗๖
ทูล เจ้าแก้วนวรัฐ ฯ เชียงใหม่
ทรงพระกรุณาโปรดเกล้า ฯ ให้เจ้าพนักงานเชิญน้ำสรงพระศพ
โกศ และเครื่องประกอบพระอิสสริยยศขึ้นมา พระศพนั้นขอให้หล่อ
น้ำแข็งไว้ พระยาราชโกษากับพนักงานจะถึงเชียงใหม่ วันที่ ๑๑
ธันวาคม ๑๔ นาฬิกา.
(ลงนาม) วรพงศ์.
ที่ ๕๗๔ จากกรุงเทพ ฯ
วันที่ ๓๐ สิงหาคม พ.ศ. ๒๔๗๖
ทูล เจ้าหลวงเชียงใหม่
พระราชชายา ฯ ประชวรนั้น เมื่อข้าพเจ้าทราบในทางราชการ
จากมณฑล ได้ดำเนินการไปตามหน้าที่เสมอ แต่ส่วนตัวยังไม่ทราบ
พระอาการทุกวันจนกว่าจะหายประชวรได้ เจ้ามีประสงค์จะใช้ข้าเจ้า
ประการใดอีก ตั้งใจคอยรับใช้อยู่ด้วยความเคารพ.
(ลงนาม) อุดมพงศ์
(ด่วน)
ที่๐๕๒๙ จากกรุงเทพ ฯ
วันที่ ๑๐ ธันวาคม พ.ศ. ๒๔๗๖
ทูล เจ้าแก้วนวรัฐ ฯ พายัพ
ได้รับโทรเลขข่าวสิ้นพระชนม์พระราชชายาฯ แล้ว รู้สึกเสียใจ
เศร้าใจ และเสียดายเป็นที่สุด.
(ลงนาม) โกมารกุล.
หนังสือ
คลองบ้านสมเด็จ
วันที่ ๑๔ ธันวาคม พ.ศ. ๒๔๗๖
ทูล พ่อเจ้า ฯ
ข้าพเจ้าได้ทราบข่าวสิ้นพระชนม์ของพระราชชายา ฯ มีความเศร้า
สลดใจและอาลัยเหลือที่จะชี้แจงด้วยตัวหนังสือให้พอกับความเป็นจริง
ในหัวใจได้แล้ว ความจงรักษภักดีซึ่งข้าเจ้าได้เคยมี ติดต่อ มากับ
ท่านตั้งแต่ต้นตลอดมาจนถึงบัดนี้ พ่อเจ้าคงย่อมทราบดี ใคร่จะขึ้น
มาทำบุญสนองพระเดชพระคุณท่าน ก็ไม่สามารถที่จะมาได้ จึงได้
ส่งเงิน ๒๐๐ บาทเพื่อทำบุญ อยากจะทำให้มาก ๆ ก็ฉะเพาะเป็น
ยามอัตตะคัด ทั้งตัวหรือก็นอนแบบอยู่ดังนี้ จำต้องทำแต่พอตามมี
ตามเกิด ครั้นจะรอทำเมื่อถวายพระเพลิง ก็ยังนานเกรงว่าจะตาย
เสียก่อน เพราะโรคของข้าเจ้ามันอาจดับจิตต์ลงไปเมื่อไรก็ได้ โดย
ไม่ทันรู้ตัว ด้วยการเป็นลมบ่อย ๆ และทั้งกำลังน้อยถอยลงทุกที
เชื่อว่าคงจะตายไปทางเดียวกับท่านในไม่ช้า จึงอยากจะทำเสียแต่
ในเมื่อยังมีชีวิตอยู่ ขอพ่อเจ้าได้ โปรดกรุณามีเทศน์และสดับปกรณ์
ที่พระศพท่าน แทนตัวข้าเจ้าให้สนองพระคุณของท่านที่ได้เคยทรง
เอื้อเฟื้อมาเป็นกาลนาน จะเป็นพระเดชพระคุณที่สุด ขอกราบมาที่
ฝ่าเท้าพ่อเจ้าด้วยความนับถือ และส่งความระลึกถึงแม่แสร์ด้วย.
จาก (มารดาพระยาโกมารกุลมนตรี)
ป.ล.
จดหมายและธนบัติได้ฝากมากับคุญหญิงลี้ เพื่อถวายพ่อเจ้า.
(สำเนา)
ที่ ๑๕/๒๕๔๘ กระทรวงวัง
กองพระราชพิธี วันที่ ๑๔ มีนาคม พุทธศักราช ๒๔๗๖
เรื่อง งานพระเมรุพระราชชายา
รัฐมนตรีว่าการกระทรวงวัง เรียน มหาอำมาตย์ตรี พระยา
กัลยาณวัฒนวิศิษฎ์ ข้าหลวงตรวจการทั่วไป นครเชียงใหม่
ในการพระราชทานเพลิงพระศพเจ้าดารารัศมี พระราชชายา
ที่พระเมรุวัดสวนดอก นครเชียงใหม่ พ.ศ.๒๔๗๗ คณะรัฐมนตรีได้
ปรึกษาเห็นชอบพร้อมกันว่า ให้ข้าพเจ้าเป็นรัฐมนตรีผู้แทนรัฐบาล
นำพวงดอกไม้ของรัฐบาลไปถวายสักการะพระศพ แล้วอยู่ช่วยงานนั้น
กับทั้งรัฐบาลจะได้สั่งจัดทหารบกกอง ๑ เข้ากระบวนแห่นำพระศพ
ไปสู่พระเมรุ จึงขอเรียนมาให้ทราบตามทางราชการ และขอได้
แจ้งความนี้ให้เจ้าผู้ครองนครทราบด้วย
ผู้ที่จะไปกับข้าพเจ้า มี
(๑) ท่านผู้หญิงของข้าพเจ้า
(๒) หญิงคนใช้ของท่านผู้หญิง ๑ คน
(๓)ทนายของข้าพเจ้า ๑ คน
ออกจากกรุงเทพ ฯ โดยรถไฟด่วนวันที่ ๑๘ เมษายน ซึ่งจะถึง
เชียงใหม่ในวันรุ่งขึ้น เสร็จการแล้วกลับ
ขอได้รับความเคารพ
(ลงนาม) เจ้าพระยาวรพงศ์ ฯ
รัฐมนตรีว่าการกระทรวงวัง
ที่ผมนำเสนอไปนี้เป็นสวนหนึ่งที่เจ้าแก้วนวรัฐ ฯ เจ้าผู้คองนครเชียงใหม่ ได้เรียบเรียง ไว้ในหนังสือนั้น ถ้าหากได้อ่านอย่างถี่ถ้วน จะได้ทราบถึงการเก็บพระศพเพื่อรอพระโกศ และ บางส่วนของขบวนพระศพ และการใช้พาหนะในการเดินทางจากกรุงเทพฯถึงเชียงใหม่ในเวลานั้น รวมทั้งระยะเวลาเดินทางอีกด้วย ซึ่งถ้าหากได้อ่านก็จะได้ความรู้ ความเป็นไปของเชียงใหม่ในอดีตมากมายครับ ซึ่งตอนต่อไป จะเป็นตอนสำคัญที่แสดงความผูกพันธ์ระหว่างพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัวที่มีต่อ พระราชชายาเจ้าดารารัศมี อย่างชัดเจนที่สุด ขอให้ท่านได้ติดตามในบทความตอนต่อไป ซึ่งเป็นพระราชโทรเลข และพระราชหัตถเลขา ที่ล้นเกล้ารัชกาลที่ ๕ ที่โปรด ฯ ถึงพระราชชายา ฯ เมื่อเสด็จเชียงใหม่ พ.ศ. ๒๔๔๑ ซึ่งเจ้าแก้วนวรัฐ ฯ เจ้าผู้ครองนครเชียงใหม่ ได้นำบางฉบับมาลงในหนังสือพระประวัติเล่มนี้ ซึ่งจะเสนอในตอนต่อไปครับ.
ป้ายด้านหน้าพิพิธภัณฑ์ เปิด ศุกร์ เสาร์ อาทิตย์ ๑๐.๓๐ น.ถึง ๑๕.๓๐ น. เชิงสะพานนวรัฐ ฝั่งตะวันออก
วันเสาร์ที่ 30 ตุลาคม พ.ศ. 2553
พระประวัติ พระราชชายา เจ้าดารารัศมี
เชิญชมนิทรรศการ ยอยศยิ่งฟ้า พระมหากรุณาแผ่ไพศาล
วโรกาสพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวภูมิพลอดุลยเดชทรงเจริญพระชนม์พรรษาครบ ๗ รอบ
ศูนย์การค้าเซ็นทรัลพลาซ่า เชียงใหม่แอร์พอร์ต
นอร์ทเทิร์นวิลเลจ
ขอเชิญชมนิทรรศการทัศนศิลป์ กลุ่มประยุกต์ศิลป์ ด้านประณีตศิลป์
ศิลปะการตัดฉลุกระดาษด้วยกรรไกร
ยอยศยิ่งฟ้า พระมหากรุณาแผ่ไพศาล
โดย นายเบญจพล สิทธิประณีต.(ครูหมี)
วันจันทร์ที่ ๑๕ พฤศจิกายน พ.ศ.๒๕๕๓ ถึง วันพุธที่ ๑๕ ธันวาคม พ.ศ.๒๕๕๓ เวลา ๑๑.๐๐ถึง๒๑.๐๐น
ณ.นอร์ทเทิร์นวิลเลจ ชั้น ๒
ศูนย์การค้าเซ็นทรัลพลาซ่า เชียงใหม่แอร์พอร์ต
วันพฤหัสบดีที่ 28 ตุลาคม พ.ศ. 2553
พระประวัติ พระราชชายา เจ้าดารารัศมี
สวัสดีครับจากหนังสือพระประวัติ พระราชชายา เจ้าดารารัศมี นี้ในส่วนต่อจากพระประวัติก็จะแสดง พระราชโทรเลข พระโทรเลข โทรเลข ลายพระหัตถ์ หนังสือบางฉบับที่ส่งมาเพื่อถามพระอาการ ตลอดจนถึงแสดงความเสียใจ ที่พระราชชายา ฯ สิ้นพระชนม์ ซึ่งจะนำมาเสนอตามลำดับ ดังนี้
หน้าที่ ๒๐ ถึงหน้าที่ ๒๒
พระราชโทรเลข พระโทรเลข โทรเลข ลายพระหัตถ์ หนังสือ
ระวางประชวร และสิ้นพระชนม์
บางฉะบับ
โทรเลขราชเลขานุการในพระองค์
ที่ ๒๘๑ จากหัวหิน
วันที่ ๑๐ สิงหาคม พ.ศ. ๒๔๗๖
เจ้าแก้วนวรัฐ ฯ เชียงใหม่
โทรเลขได้รับและได้นำขึ้นทูลเกล้า ฯ ถวายแล้ว โปรดเกล้า ฯ ว่า
ทรงยินดีที่ได้ทราบฝ่าละอองธุลีพระบาทว่า พระอาการดีขึ้น และได้
พระราชทานด้านผูกพระหัตถ์มากับกรมพระกำแพงเพ็ชร์ แล้ว.
( ลงนาม ) วิบูลย์สวัสดิวงศ์.
พระราชโทรเลข
ที่ ๑๕๑๒ จากกรุงเทพ ฯ
วันที่ ๑๐ ธันวาคม พ.ศ. ๒๔๗๖
เจ้าแก้วนวรัฐ ฯ เชียงใหม่
ฉันและสมเด็จพระบรมราชินี มีความสลดใจที่ได้ทราบว่า
พระราชชายา ฯ ได้ สิ้นพระชนม์เสียแล้ว มีความเสียดายและระลึก
ถึงมาก ขอแสดงความเศร้าโศกมายังท่านและบรรดาพระญาติ.
(พระบรมนามาภิธัย) ประชาธิปก ป.ร.
รำไพพรรณี.
พระโทรเลข
ที่ ๑๕๑๖ จากกรุงเทพ ฯ
วันที่ ๑๐ ธันวาคม พ.ศ.๒๓๗๖
เจ้าแก้วเนาวรัฐ ฯ เชียงใหม่
ได้รับโทรเลขของเธอแล้ว ขอแสดงความเศร้าสลดใจ ที่
ไม่ได้ นึกเลยว่าจะด่วนละญาติมิตร์ไปรวดเร็วเช่นนี้.
(พระนาม) สว่างวัฒนา.
(คำแปล)
ที่ ๑ จากบันดุง
วันที่ ๑๑ ธันวาคม พ.ศ.๒๔๖
เจ้าแก้วนวรัฐ ฯ เชียงใหม่
รู้สึกเศร้าสลดใจมาก ขอได้รับความเสียใจดัวย.
(พระนาม) บริพัตร์ .
นิภา.
ทิพยรัตน์.
ลายพระหัตถ์
สำนักดิศกุล หัวหิน
วันที่ ๒๑ กันยายน พ.ศ. ๒๔๗๖
แจ้งความมายัง เจ้านครเชียงใหม่
ฉันได้รับจดหมายของเธอส่งสำเนารายงานหมอตรวจพระอาการ
พระราชชายา ฯ มาให้ทราบด้วยนั้น ขอขอบใจเธอเป็นอันมาก เรื่อง
พระราชชายา ฯ ประชวรครั้งนี้ ฉันมีความวิตกมาก ถ้าสามารถ
จะไปได้ ก็คงขึ้นไปเยี่ยมแล้ว ได้ตั้งใจฟังพระอาการอยู่ แต่ตาม
รายงานหมอ ดูยังมีทางที่จะหายได้ หวังใจว่าจะหายประชวร.
( พระนาม ) ดำรงราชานุภาพ.
(คำแปล)
บันดุง
วันที่ ๑๑ ธันวาคม พ.ศ. ๒๔๗๖
แจ้งความมายัง เจ้าหลวง ทราบ
ฉันมีความเสียใจเป็นอันมาก ที่ไม่ได้พบกับเจ้าน้อย ก่อนที่ต้อง
จากกันไปเลยเช่นนี้ เราได้เคยชอบพอนับถือกันมาอย่างไรเจ้าหลวง
ย่อมทราบอยู่ดีแล้ว ไม่ต้องกล่าวยืดยาว ฉันได้สั่ง สร้อย ให้นำ
ของมาให้เมื่อเวลาทำบุญแซยิด บัดนี้ก็หมดโอกาสเสียแล้ว จึงขอ
ส่งเงินเป็นจำนวน ๓,๐๐๐ บาท แล้วแต่เจ้าหลวงจะเห็นควรใช้ในการ
อย่างไร จะส่งพวงมาลาตามมาภายหลัง
ขอถามข่าวเจ้าหลวง กับพวกณเชียงใหม่ที่ฉันรู้จักทุกคน มี
ความเสียใจด้วยเป็นอันมาก ที่ต้องเสียประมุขแห่งสกุลไปเช่นนี้.
( พระนาม ) นิภานพดล.
ครับวันนี้ผมยก พระราชโทรเลข พระโทรเลข ลายพระหัตถ์ หนังสือระวางประชวร และสิ้นพระชนม์ บางฉะบับมานำเสนอ ยังคงมีอีก ตามในหนังสือพระประวัติ พระราชชายา ฯ ซึ่งจะนำมาเสนอในตอนต่อไป แต่ถ้าสังเกต จากหนังสือเหล่านี้ที่พระราชวงค์ทรงแสดงออกถึงความเศร้า เสียใจที่พระราชชายาฯ สิ้นพระชนม์ และระหว่างระหว่างประชวร ทรงหว่งใย ในพระราชชายา ฯ ก็ด้วยพระอัธยาศัย และพระจริยาวัตรอันงดงามแบบล้านนาที่เข้มแข็งแต่อ่อนโยน มีน้ำพระทัยโอบอ้อมอารีย์ ทำให้พระองค์เป็นที่รักและชอบพอของพระบรมวงศ์สานุวงค์ในราชจักรีวงศ์ เสมอมาจนกระทั้งสิ้นพระชนม์ .
หน้าที่ ๒๐ ถึงหน้าที่ ๒๒
พระราชโทรเลข พระโทรเลข โทรเลข ลายพระหัตถ์ หนังสือ
ระวางประชวร และสิ้นพระชนม์
บางฉะบับ
โทรเลขราชเลขานุการในพระองค์
ที่ ๒๘๑ จากหัวหิน
วันที่ ๑๐ สิงหาคม พ.ศ. ๒๔๗๖
เจ้าแก้วนวรัฐ ฯ เชียงใหม่
โทรเลขได้รับและได้นำขึ้นทูลเกล้า ฯ ถวายแล้ว โปรดเกล้า ฯ ว่า
ทรงยินดีที่ได้ทราบฝ่าละอองธุลีพระบาทว่า พระอาการดีขึ้น และได้
พระราชทานด้านผูกพระหัตถ์มากับกรมพระกำแพงเพ็ชร์ แล้ว.
( ลงนาม ) วิบูลย์สวัสดิวงศ์.
พระราชโทรเลข
ที่ ๑๕๑๒ จากกรุงเทพ ฯ
วันที่ ๑๐ ธันวาคม พ.ศ. ๒๔๗๖
เจ้าแก้วนวรัฐ ฯ เชียงใหม่
ฉันและสมเด็จพระบรมราชินี มีความสลดใจที่ได้ทราบว่า
พระราชชายา ฯ ได้ สิ้นพระชนม์เสียแล้ว มีความเสียดายและระลึก
ถึงมาก ขอแสดงความเศร้าโศกมายังท่านและบรรดาพระญาติ.
(พระบรมนามาภิธัย) ประชาธิปก ป.ร.
รำไพพรรณี.
พระโทรเลข
ที่ ๑๕๑๖ จากกรุงเทพ ฯ
วันที่ ๑๐ ธันวาคม พ.ศ.๒๓๗๖
เจ้าแก้วเนาวรัฐ ฯ เชียงใหม่
ได้รับโทรเลขของเธอแล้ว ขอแสดงความเศร้าสลดใจ ที่
ไม่ได้ นึกเลยว่าจะด่วนละญาติมิตร์ไปรวดเร็วเช่นนี้.
(พระนาม) สว่างวัฒนา.
(คำแปล)
ที่ ๑ จากบันดุง
วันที่ ๑๑ ธันวาคม พ.ศ.๒๔๖
เจ้าแก้วนวรัฐ ฯ เชียงใหม่
รู้สึกเศร้าสลดใจมาก ขอได้รับความเสียใจดัวย.
(พระนาม) บริพัตร์ .
นิภา.
ทิพยรัตน์.
ลายพระหัตถ์
สำนักดิศกุล หัวหิน
วันที่ ๒๑ กันยายน พ.ศ. ๒๔๗๖
แจ้งความมายัง เจ้านครเชียงใหม่
ฉันได้รับจดหมายของเธอส่งสำเนารายงานหมอตรวจพระอาการ
พระราชชายา ฯ มาให้ทราบด้วยนั้น ขอขอบใจเธอเป็นอันมาก เรื่อง
พระราชชายา ฯ ประชวรครั้งนี้ ฉันมีความวิตกมาก ถ้าสามารถ
จะไปได้ ก็คงขึ้นไปเยี่ยมแล้ว ได้ตั้งใจฟังพระอาการอยู่ แต่ตาม
รายงานหมอ ดูยังมีทางที่จะหายได้ หวังใจว่าจะหายประชวร.
( พระนาม ) ดำรงราชานุภาพ.
(คำแปล)
บันดุง
วันที่ ๑๑ ธันวาคม พ.ศ. ๒๔๗๖
แจ้งความมายัง เจ้าหลวง ทราบ
ฉันมีความเสียใจเป็นอันมาก ที่ไม่ได้พบกับเจ้าน้อย ก่อนที่ต้อง
จากกันไปเลยเช่นนี้ เราได้เคยชอบพอนับถือกันมาอย่างไรเจ้าหลวง
ย่อมทราบอยู่ดีแล้ว ไม่ต้องกล่าวยืดยาว ฉันได้สั่ง สร้อย ให้นำ
ของมาให้เมื่อเวลาทำบุญแซยิด บัดนี้ก็หมดโอกาสเสียแล้ว จึงขอ
ส่งเงินเป็นจำนวน ๓,๐๐๐ บาท แล้วแต่เจ้าหลวงจะเห็นควรใช้ในการ
อย่างไร จะส่งพวงมาลาตามมาภายหลัง
ขอถามข่าวเจ้าหลวง กับพวกณเชียงใหม่ที่ฉันรู้จักทุกคน มี
ความเสียใจด้วยเป็นอันมาก ที่ต้องเสียประมุขแห่งสกุลไปเช่นนี้.
( พระนาม ) นิภานพดล.
ครับวันนี้ผมยก พระราชโทรเลข พระโทรเลข ลายพระหัตถ์ หนังสือระวางประชวร และสิ้นพระชนม์ บางฉะบับมานำเสนอ ยังคงมีอีก ตามในหนังสือพระประวัติ พระราชชายา ฯ ซึ่งจะนำมาเสนอในตอนต่อไป แต่ถ้าสังเกต จากหนังสือเหล่านี้ที่พระราชวงค์ทรงแสดงออกถึงความเศร้า เสียใจที่พระราชชายาฯ สิ้นพระชนม์ และระหว่างระหว่างประชวร ทรงหว่งใย ในพระราชชายา ฯ ก็ด้วยพระอัธยาศัย และพระจริยาวัตรอันงดงามแบบล้านนาที่เข้มแข็งแต่อ่อนโยน มีน้ำพระทัยโอบอ้อมอารีย์ ทำให้พระองค์เป็นที่รักและชอบพอของพระบรมวงศ์สานุวงค์ในราชจักรีวงศ์ เสมอมาจนกระทั้งสิ้นพระชนม์ .
วันอังคารที่ 26 ตุลาคม พ.ศ. 2553
พระประวัติ พระราชชายา เจ้าดารารัศมี
วันนี้ผมนำเสนอพระประวัติพระราชชายา เจ้าดารารัศมี แห่งนครเชียงใหม่ต่อเลยน่ะครับจาก ในหนังสือพระประวัติที่ เจ้าแก้วนวรัฐ ฯ เรียบเรียง
ตอนที่ ๑๐ หน้าที่ ๑๕ ถึงหน้าที่ ๑๙
เครื่องราชอิสสริยาภรณ์
เครื่องราชอิสสริยาภรณ์ที่พระองค์ได้รับพระราชทาน ดังนี้
๑. ปฐมจุลจอมเกล้า ฯ พร้อมด้วยดาราจุลจอมเกล้า ฯ
๒. มหาวชิรามงกุฎ
๓. ปถมาภรณ์มงกุฎสยาม
๔. เหรียญรัตนาภรณ์ จ.ป.ร. ลงยากรอบประดับเพ็ชร์ รัชกาลที่ ๕
๕. เหรียญรัตนาภรณ์ ว.ป.ร. ลงยากรอบประดับเพ็ชร์ รัชกาลที่ ๖
๖. เหรียญรัตนาภรณ์ ป.ป.ร. ลงยากรอบประะดับเพ็ชร์ รัชกาลปัจจุบัน
๗. เข็มพระปรมาภิธัยรัชกาลที่ ๖ ประดับเพ็ชร์ล้วน
ประชวร
วันที่ ๑๐ มิถุนายน พ.ศ.๒๔๗๖ ซึ่งขณะนั้นประทับอยู่ที่ตำหนัก สวนเจ้าสบาย อำเภอแม่ริม ได้เริ่มประชวรพระปับผาสะพิการ กระเสาะกระแสะเรื่อยมา นายแพทย์ในเชียงใหม่ได้ช่วยกันพยาบาลพระอาการก็ไม่ทุเลา เจ้าแก้วนวรัฐ ฯ จึงเชิญเสด็จมาประทับที่คุ้มรินแก้ว อำเภอเมืองเชียงใหม่เพื่อแปรพระราชฐาน ทั้งให้สะดวกรักษาพยาบาล กับเพื่อสะดวกแก่ประยูรญาติที่จะเฝ้าเยี่ยมประชวรด้วย นายแพทย์ทั้งไทยและต่างประเทศในเชียงใหม่เป็นหลายนายกับหลวงสุริยพงศ์ ฯ แพทย์กรมรถไฟได้ร่วมกันรักษาพยาบาลอย่างสุดฝีมือ พระอาการก็ไม่ดีขึ้น เจ้าแก้วนวรัฐ ฯ จึงได้สั่งซื้อเครื่องเอ็กซเรย์ชะนิดย้ายได้จากชะวา ส่งมาทางเครื่องบินรวมสิ้นเงิน ๔,๒๐๐ บาทเศษ มาฉายดูพระปับผาสะ เพื่อเป็นการช่วยแพทย์ตามแผนปัจจุบัน แม้กระนั้นพระอาการก็มีทรงกับทรุด.
สิ้นพระชนม์
ครั้นมาเมื่อวันที่ ๙ ธันวาคม พ.ศ.๒๔๗๖ เวลา ๑๕ นาฬิกา ๑๔ นาที ณ ที่คุ้มรินแก้ว ในท่ามกลางพระประยูรญาติ มีเจ้าผู้ครองนครเชียงใหม่เป็นประทาน ฝ่ายข้าราชการมีพระยากัลยาณวัฒนวิศิฏ์เป็นต้น พร้อมด้วยแพทย์ทั้งไทยและต่างประเทศอันห้อมล้อมอยู่ด้วยความเอาใจใส่ในพระอาการโดยหวังจะให้พระองค์ทรงบรรเทาทุกขเวทนานั้น พระองค์ก็ถึงซึ่งวาระสุดท้ายสิ้นพระชนม์ชีพดับขันธ์ลงทันที ทิ้งความวิปปโยคโศกศัลย์อันสุดซึ้งไว้แก่ผู้ที่เคารพรักใคร่ทั้งหลาย รวมเวลาประชวร ๕ เดือน ๙วัน ศิริพระชนมายุได้ ๖๐ พรรษา ๓ เดือน ๑๓ วัน ประทับอยู่ในนครเชียงใหม่ครั้งสุดท้ายรวม ๑๘ ปี ๑๑ เดือนเศษ เมื่อสิ้นพระชนม์แล้ว พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวและสมเด็จพระราชินี ทรงมีพระราชโทรเลขมาแสดงความเศร้าสลดพระราชหฤทัย ตลอดถึงพระบรมวงศานุวงศ์ เจ้าจอม หม่อมห้าม และข้าราชการผู้ใหญ่ผู้น้อย พ่อค้าคฤหบดี ชาวต่างประเทศ ได้ มีพระโทรเลข และโทรเลข ลายพระหัตถ์หนังสือมาแสดงความสลดพระทัย และสียใจหลายสิบฉะบับ สมเด็จพระเจ้าพี่นางเธอ เจ้าฟ้ากรุมขุนอู่ทองเขตต์ขัติยนารี ประทานเงินช่วยทำบุญ ๓,๐๐๐ บาทด้วย
ส่วนบรรดาเจ้านายประยูรญาติ ข้าราชการในเชียงใหม่ ลำพูน ลำปาง ตลอดจนถึงเชียงราย ชาวต่างประเทศ พ่อค้าคฤหบดี กรรมการและสมาชิกของสมาคม คือสโมสรนวรัฐ สโมสรพาณิชย์สามัคคี สโมสรพาณิชย์จีนเชียงใหม่ สโมสรลูกค้าจีน โรงเรียนยุพราชวิทยาลัย วัฒโนทัยพายัพ ดาราวิทยาลัย ปรินส์รอยแยลส์ ฯ มงฟอร์ตวิทยาลัย เรยีนาวิทยาลัย โรงเรียนฮั่วเอง โรงเรียนชั่วย่งเสง โรงเรียนประจำจังหวัด โรงเรียนซินหมิน ภิกษุสามเณร ทายกทายิกา วัดเชตุพน กับบุคคลอื่น ๆ อีกมาก ได้นำพวงมาลัยมาเป็นเครื่องสักการะพระศพ เลยทำบุญด้วยก็มี ส่วนผู้ที่อยู่ต่างจังหวัดเช่นกรุงเทพ ฯ ที่มาไม่ได้ ก็ส่งพวงมาลามาเคารพพระศพ ที่ส่งเงิน ส่งของ มาทำบุญก็มี กรรมการสมาคมนักเรียนเก่าวชิราวุธวิทยาลัยมีหนังสือแสดงความจำนงว่าจะแต่งผู้แทนมาในงานพระเมรุ ฝ่ายประยูรญาติก็ผลัดเปลี่ยนกันมาบำเพ็ญกุศลที่พระศพไม่ขาด.
พระเกียรติคุณ
เนื่องแต่พระองค์มีความจงรักษ์ภักดีในพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว และเจ้านายในราชจักรีวงศ์ ซึ่งได้ทรงพระมหากรุณาชุบเกล้า ฯ มาแต่บรรพบุรุษ และมีพระจริยาวัตต์อัธยาศัยโอบอ้อมอารี เอื้อเฟื้อเผื่อแผ่ ช่างโอภาปราไส ใครจะเอ่ยเรื่องอะไรก็ต่อได้ พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว เจ้านายในราชจักรีวงศ์ จึงทรงพระเมตตาปราณี ฝ่านประยูรญาติตลอดถึงข้าราชการ พ่อค้าคฤหบดี ประชาชนพลเมือง และชาวต่างประเทศ จึงเป็นที่นิยมและไปมาเฝ้าแหนเคารพยำเกรงทั่วไป เมื่อประชวร พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวได้ทรงพระกรุณาโปรดเกล้า ฯ พระราชทานเงินส่วนพระองค์ ๕,๐๐๐ บาทช่วยในการรักษาพยาบาล กับโปรดเกล้า ฯ ให้พระเจ้าพี่ยาเธอกรมพระกำแพงเพ็ชร์อัครโยธิน เชิญด้ายสายสิญจน์มา ผูกพระกร (ตามประเพณีทางเหนือ) ด้วย และโปรดเกล้าให้ถวายรายงานของแพทย์ประจำวัน ส่วนเจ้านายพระองค์อื่น และข้าราชการชั้นผู้ใหญ่ ก็ได้ มีพระโทรเลขลายพระหัตถ์ และหนังสือถามพระอาการและปวารณารับจะทรงช่วย และช่วยอยู่เสมอ นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงเศรษฐการก็ให้หลวงสุริยพงศ์ ฯ ขึ้นมาช่วยประจำรักษาร่วมมือกับแพทย์ที่เชียงใหม่ตลอดจนสิ้นพระชนม์
พระศพ
ทรงพระกรุณาโปรดเกล้า ฯ ให้พระยาโกษาเป็นหัวหน้าพนักงานกองสนมพลเรือน ๘ กองภูษามาลา ๖ กองพระราชกุศล ๒ แผนกอภิรมย์ราชยาน ๑ กรมวังนอก ๒ แผนกกระบวน ๕ รวม ๒๕ นาย นำน้ำพระสุคนธ์สรงพระศพ กับพระโกศกุดั่น เครื่องสูง ๑๐ สังข์ ๑ แตรฝรั่ง ๑ แตรงอน ๑ กลองชนะ ๒๐ เสลี่ยงแว่นฟ้า พระกลด พระราชทานมาเป็นพระเกียรติยศ และโปรดเกล้า ฯ ให้ไว้ทุกข์ถวาย ๗ วัน
พระราชทานผ้าไตรของหลวง ๒๐ ไตร ของสมเด็จพระบรมราชินี ๒๐ ไตร พระสงฆ์ ๒๐ รูปสดับปกรณ์ พระราชาคณะแสดงพระธรรมเทศนา ๑ รูป พระถานานุกรม ๔ รูปสวดธรรมคาถาทั้งกลางคืนกลางวัน ฉันเช้าวันละ ๘ ฉันเพลวันละ ๔ รูป กำหนด ๑๕ วัน เหล่านี้เป็นของส่วนพระองค์พระราชทานทั้งสิ้น ในการพระเมรุก็โปรดเกล้า ฯ ให้เจ้าหน้าที่กระทรวงวังขึ้นมาจัดทำเป็นส่วนของพระองค์พระราชทานเหมือนกัน.
ทั้งหมดเป็นพระประวัติที่ได้ทรงตลอดพระชนม์ชีพ ซึ่งแสดงถึงพระหฤทัยที่เข็มแข็งตั้งแต่ทรงจากนครเชียงใหม่ไป ยังพระบรมมหาราชวังแต่ทรงพระเยาว์ ได้ทรงรักษาขนบธรรมเนียมและการแต่งพระองค์อย่างล้านนามาโดยตลอด ซึ่งแสดงถึงพระหทัยที่กล้าหาญเด็ดเดี่ยว ในการรักษาซึ่งสิ่งที่ดีงามของแผ่นดินล้านนา ทรงศึกษาวิชาช่างฝีมือทั้งของในราชสำนักและในคุ้มหลวงโดยมิได้ลืมพระองค์ตามระยะเวลาอันยาวนานที่ทรงอยู่ในพระบรมมหาราชวัง ทรงเป็นแบบอย่างของราชวงค์ล้านนาที่มีขนบธรรมเนียมที่เป็นเอกลักษณ์ที่โดดเด่น และทรงส่งเสริมภูมิปัญญาของล้านนาให้มีคงอยู่โดยสายพระเนตรอันยาวไกล เมื่อทรงเสด็จกลับมายังนครเชียงใหม่ ทรงเสด็จเยี่ยมเยียนประชาชน ดูแลทุกข์สุข ส่งเสริมอาชีพ ในทุกด้าน ทรงมีคุณูปการกับแผ่นดินล้านนาอย่างใหญ่หลวง ทรงเป็นขัติยนารีแห่งแผ่นดินล้านนา ที่เหล่าอาณาประชาราฏษ์จะไม่ลืมพระองค์ไปตลอดกาลนาน.
ตอนที่ ๑๐ หน้าที่ ๑๕ ถึงหน้าที่ ๑๙
เครื่องราชอิสสริยาภรณ์
เครื่องราชอิสสริยาภรณ์ที่พระองค์ได้รับพระราชทาน ดังนี้
๑. ปฐมจุลจอมเกล้า ฯ พร้อมด้วยดาราจุลจอมเกล้า ฯ
๒. มหาวชิรามงกุฎ
๓. ปถมาภรณ์มงกุฎสยาม
๔. เหรียญรัตนาภรณ์ จ.ป.ร. ลงยากรอบประดับเพ็ชร์ รัชกาลที่ ๕
๕. เหรียญรัตนาภรณ์ ว.ป.ร. ลงยากรอบประดับเพ็ชร์ รัชกาลที่ ๖
๖. เหรียญรัตนาภรณ์ ป.ป.ร. ลงยากรอบประะดับเพ็ชร์ รัชกาลปัจจุบัน
๗. เข็มพระปรมาภิธัยรัชกาลที่ ๖ ประดับเพ็ชร์ล้วน
ประชวร
วันที่ ๑๐ มิถุนายน พ.ศ.๒๔๗๖ ซึ่งขณะนั้นประทับอยู่ที่ตำหนัก สวนเจ้าสบาย อำเภอแม่ริม ได้เริ่มประชวรพระปับผาสะพิการ กระเสาะกระแสะเรื่อยมา นายแพทย์ในเชียงใหม่ได้ช่วยกันพยาบาลพระอาการก็ไม่ทุเลา เจ้าแก้วนวรัฐ ฯ จึงเชิญเสด็จมาประทับที่คุ้มรินแก้ว อำเภอเมืองเชียงใหม่เพื่อแปรพระราชฐาน ทั้งให้สะดวกรักษาพยาบาล กับเพื่อสะดวกแก่ประยูรญาติที่จะเฝ้าเยี่ยมประชวรด้วย นายแพทย์ทั้งไทยและต่างประเทศในเชียงใหม่เป็นหลายนายกับหลวงสุริยพงศ์ ฯ แพทย์กรมรถไฟได้ร่วมกันรักษาพยาบาลอย่างสุดฝีมือ พระอาการก็ไม่ดีขึ้น เจ้าแก้วนวรัฐ ฯ จึงได้สั่งซื้อเครื่องเอ็กซเรย์ชะนิดย้ายได้จากชะวา ส่งมาทางเครื่องบินรวมสิ้นเงิน ๔,๒๐๐ บาทเศษ มาฉายดูพระปับผาสะ เพื่อเป็นการช่วยแพทย์ตามแผนปัจจุบัน แม้กระนั้นพระอาการก็มีทรงกับทรุด.
สิ้นพระชนม์
ครั้นมาเมื่อวันที่ ๙ ธันวาคม พ.ศ.๒๔๗๖ เวลา ๑๕ นาฬิกา ๑๔ นาที ณ ที่คุ้มรินแก้ว ในท่ามกลางพระประยูรญาติ มีเจ้าผู้ครองนครเชียงใหม่เป็นประทาน ฝ่ายข้าราชการมีพระยากัลยาณวัฒนวิศิฏ์เป็นต้น พร้อมด้วยแพทย์ทั้งไทยและต่างประเทศอันห้อมล้อมอยู่ด้วยความเอาใจใส่ในพระอาการโดยหวังจะให้พระองค์ทรงบรรเทาทุกขเวทนานั้น พระองค์ก็ถึงซึ่งวาระสุดท้ายสิ้นพระชนม์ชีพดับขันธ์ลงทันที ทิ้งความวิปปโยคโศกศัลย์อันสุดซึ้งไว้แก่ผู้ที่เคารพรักใคร่ทั้งหลาย รวมเวลาประชวร ๕ เดือน ๙วัน ศิริพระชนมายุได้ ๖๐ พรรษา ๓ เดือน ๑๓ วัน ประทับอยู่ในนครเชียงใหม่ครั้งสุดท้ายรวม ๑๘ ปี ๑๑ เดือนเศษ เมื่อสิ้นพระชนม์แล้ว พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวและสมเด็จพระราชินี ทรงมีพระราชโทรเลขมาแสดงความเศร้าสลดพระราชหฤทัย ตลอดถึงพระบรมวงศานุวงศ์ เจ้าจอม หม่อมห้าม และข้าราชการผู้ใหญ่ผู้น้อย พ่อค้าคฤหบดี ชาวต่างประเทศ ได้ มีพระโทรเลข และโทรเลข ลายพระหัตถ์หนังสือมาแสดงความสลดพระทัย และสียใจหลายสิบฉะบับ สมเด็จพระเจ้าพี่นางเธอ เจ้าฟ้ากรุมขุนอู่ทองเขตต์ขัติยนารี ประทานเงินช่วยทำบุญ ๓,๐๐๐ บาทด้วย
ส่วนบรรดาเจ้านายประยูรญาติ ข้าราชการในเชียงใหม่ ลำพูน ลำปาง ตลอดจนถึงเชียงราย ชาวต่างประเทศ พ่อค้าคฤหบดี กรรมการและสมาชิกของสมาคม คือสโมสรนวรัฐ สโมสรพาณิชย์สามัคคี สโมสรพาณิชย์จีนเชียงใหม่ สโมสรลูกค้าจีน โรงเรียนยุพราชวิทยาลัย วัฒโนทัยพายัพ ดาราวิทยาลัย ปรินส์รอยแยลส์ ฯ มงฟอร์ตวิทยาลัย เรยีนาวิทยาลัย โรงเรียนฮั่วเอง โรงเรียนชั่วย่งเสง โรงเรียนประจำจังหวัด โรงเรียนซินหมิน ภิกษุสามเณร ทายกทายิกา วัดเชตุพน กับบุคคลอื่น ๆ อีกมาก ได้นำพวงมาลัยมาเป็นเครื่องสักการะพระศพ เลยทำบุญด้วยก็มี ส่วนผู้ที่อยู่ต่างจังหวัดเช่นกรุงเทพ ฯ ที่มาไม่ได้ ก็ส่งพวงมาลามาเคารพพระศพ ที่ส่งเงิน ส่งของ มาทำบุญก็มี กรรมการสมาคมนักเรียนเก่าวชิราวุธวิทยาลัยมีหนังสือแสดงความจำนงว่าจะแต่งผู้แทนมาในงานพระเมรุ ฝ่ายประยูรญาติก็ผลัดเปลี่ยนกันมาบำเพ็ญกุศลที่พระศพไม่ขาด.
พระเกียรติคุณ
เนื่องแต่พระองค์มีความจงรักษ์ภักดีในพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว และเจ้านายในราชจักรีวงศ์ ซึ่งได้ทรงพระมหากรุณาชุบเกล้า ฯ มาแต่บรรพบุรุษ และมีพระจริยาวัตต์อัธยาศัยโอบอ้อมอารี เอื้อเฟื้อเผื่อแผ่ ช่างโอภาปราไส ใครจะเอ่ยเรื่องอะไรก็ต่อได้ พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว เจ้านายในราชจักรีวงศ์ จึงทรงพระเมตตาปราณี ฝ่านประยูรญาติตลอดถึงข้าราชการ พ่อค้าคฤหบดี ประชาชนพลเมือง และชาวต่างประเทศ จึงเป็นที่นิยมและไปมาเฝ้าแหนเคารพยำเกรงทั่วไป เมื่อประชวร พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวได้ทรงพระกรุณาโปรดเกล้า ฯ พระราชทานเงินส่วนพระองค์ ๕,๐๐๐ บาทช่วยในการรักษาพยาบาล กับโปรดเกล้า ฯ ให้พระเจ้าพี่ยาเธอกรมพระกำแพงเพ็ชร์อัครโยธิน เชิญด้ายสายสิญจน์มา ผูกพระกร (ตามประเพณีทางเหนือ) ด้วย และโปรดเกล้าให้ถวายรายงานของแพทย์ประจำวัน ส่วนเจ้านายพระองค์อื่น และข้าราชการชั้นผู้ใหญ่ ก็ได้ มีพระโทรเลขลายพระหัตถ์ และหนังสือถามพระอาการและปวารณารับจะทรงช่วย และช่วยอยู่เสมอ นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงเศรษฐการก็ให้หลวงสุริยพงศ์ ฯ ขึ้นมาช่วยประจำรักษาร่วมมือกับแพทย์ที่เชียงใหม่ตลอดจนสิ้นพระชนม์
พระศพ
ทรงพระกรุณาโปรดเกล้า ฯ ให้พระยาโกษาเป็นหัวหน้าพนักงานกองสนมพลเรือน ๘ กองภูษามาลา ๖ กองพระราชกุศล ๒ แผนกอภิรมย์ราชยาน ๑ กรมวังนอก ๒ แผนกกระบวน ๕ รวม ๒๕ นาย นำน้ำพระสุคนธ์สรงพระศพ กับพระโกศกุดั่น เครื่องสูง ๑๐ สังข์ ๑ แตรฝรั่ง ๑ แตรงอน ๑ กลองชนะ ๒๐ เสลี่ยงแว่นฟ้า พระกลด พระราชทานมาเป็นพระเกียรติยศ และโปรดเกล้า ฯ ให้ไว้ทุกข์ถวาย ๗ วัน
พระราชทานผ้าไตรของหลวง ๒๐ ไตร ของสมเด็จพระบรมราชินี ๒๐ ไตร พระสงฆ์ ๒๐ รูปสดับปกรณ์ พระราชาคณะแสดงพระธรรมเทศนา ๑ รูป พระถานานุกรม ๔ รูปสวดธรรมคาถาทั้งกลางคืนกลางวัน ฉันเช้าวันละ ๘ ฉันเพลวันละ ๔ รูป กำหนด ๑๕ วัน เหล่านี้เป็นของส่วนพระองค์พระราชทานทั้งสิ้น ในการพระเมรุก็โปรดเกล้า ฯ ให้เจ้าหน้าที่กระทรวงวังขึ้นมาจัดทำเป็นส่วนของพระองค์พระราชทานเหมือนกัน.
ทั้งหมดเป็นพระประวัติที่ได้ทรงตลอดพระชนม์ชีพ ซึ่งแสดงถึงพระหฤทัยที่เข็มแข็งตั้งแต่ทรงจากนครเชียงใหม่ไป ยังพระบรมมหาราชวังแต่ทรงพระเยาว์ ได้ทรงรักษาขนบธรรมเนียมและการแต่งพระองค์อย่างล้านนามาโดยตลอด ซึ่งแสดงถึงพระหทัยที่กล้าหาญเด็ดเดี่ยว ในการรักษาซึ่งสิ่งที่ดีงามของแผ่นดินล้านนา ทรงศึกษาวิชาช่างฝีมือทั้งของในราชสำนักและในคุ้มหลวงโดยมิได้ลืมพระองค์ตามระยะเวลาอันยาวนานที่ทรงอยู่ในพระบรมมหาราชวัง ทรงเป็นแบบอย่างของราชวงค์ล้านนาที่มีขนบธรรมเนียมที่เป็นเอกลักษณ์ที่โดดเด่น และทรงส่งเสริมภูมิปัญญาของล้านนาให้มีคงอยู่โดยสายพระเนตรอันยาวไกล เมื่อทรงเสด็จกลับมายังนครเชียงใหม่ ทรงเสด็จเยี่ยมเยียนประชาชน ดูแลทุกข์สุข ส่งเสริมอาชีพ ในทุกด้าน ทรงมีคุณูปการกับแผ่นดินล้านนาอย่างใหญ่หลวง ทรงเป็นขัติยนารีแห่งแผ่นดินล้านนา ที่เหล่าอาณาประชาราฏษ์จะไม่ลืมพระองค์ไปตลอดกาลนาน.
วันจันทร์ที่ 25 ตุลาคม พ.ศ. 2553
พระประวัติ พระราชชายา เจ้าดารารัศมี
จากเมื่อวันก่อนที่ได้นำเรื่องการเสด็จประพาสที่ต่างๆเพื่อเยี่ยมเยียนราษฏร ของพระราชชายา เจ้าดารารัศมี พระทรงได้ทรงนำสิ่งที่ทรงทอดพระเนตร นำมาส่งเสริมให้เกิดการประกอบอาชีพสร้างรายได้ให้แก่คนในท้องถิ่นมากมาย หลายด้าน เช่น ด้านการเกษตร ทรงทดลองปลูกไม้ดอกไม้ผล ทรงปลูกดอกกุหลาบซึ่งทรงตั้งชื่อ ว่าจุฬาลงกรณ์ เพราะว่าพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัวทรงโปรด ดอกกุหลาบมาก การที่ทรงนำพันธุ์ต้นลำไยมาทดลองปลูกจนกลายเป็นผลไม้ที่มีชื่อเสียงของเขตเชียงใหม่ลำพูน การที่ให้มีการทอผ้าขึ้นในคุ้มหลวงทั้งผ้าตีนจก และผ้ายกดอก ที่ไม่มีคนทอ ก็ทรงศึกษาและทดลองจนสามารถที่จะทอออกมาได้และส่งเสริมให้มีการทอผ้าต่อมาจนปัจจุบัน และทรงได้ส่งเสริมด้านดนตรี นาฎศิลป์ เกิดการสร้างงานสร้างอาชีพ ในเวลาต่อมา นอกจากนี้ยังส่งเสริมการศึกษาเช่นประทานที่ดินให้โรงเรียนยุพราชวิทยาลัย และทรงอุปถัมภ์โรงเรียนในสภาคริสจักรเช่นโรงเรียนดาราวิทยาลัยเป็นต้นนอกจากนั้นทรงทำนุบำรุงศาสนาอยู่ประจำมิได้ขาด ดังจะนำเอาพระประวัติตอนต่อไปมาเสนอดังนี้
ตอนที่ ๙ หน้าที่ ๑๓ ถึง หน้าที่ ๑๕
การบำเพ็ญพระกุศล
โดยปกติพระองค์เคยถวายอาหาร บิณฑบาตร์ และถวายจตุปัจจัยสำหรับวัดและสงฆ์บางรูปเป็นรายเดือนมาตั้งแต่ไหนแต่ไรตลอดจนสิ้นพระชนม์ไม่มีขาด กับนิมนต์พระสงฆ์มาฉันและถวายของไทยทานเสมอ มีการทำบุญวันประสูติและถวายกฐินทุกปี
การปฏสังขรณ์วัด และปูชนียสถาน ฉะเพาะรายใหญ่ที่บริจจาคทรัพย์แต่ลำพังพระองค์ หรือทรงบริจจาคมากกว่าผู้อื่น เท่าที่จำได้ คือ
๑.ปฏิสังขรณ์พระบรมธาตุ วิหาร ลาน โบสถ์บนดอยสุเทพแล้วมีการฉลองเป็นงานใหญ่
๒.สร้างและฉลองวิหารวัดชัยชนะมงคล (ป่ากล้วย) อำเภอสาระภี
๓.สร้างและฉลองวิหารวัดขุนเส อำเภอหางดง
๔.สร้างและฉลองวิหารวัดขี้เหล็ก อำเภอแม่ริม
๕.สร้างและฉลองวิหารพระบรมธาตุ อำเภอจอมทอง
๖.ยกตำหนักบนดอยถวายเป็นของพระธาตุสุเทพ
๗.สร้างตึกณเชียงใหม่ ในบริเวณโรงพยาบาลแม๊คคอร์ มิค
๘.บริจจาคเงินซื้อรถยนต์ประทานสถานีอนามัย เชียงใหม่ ๑ คัน
ส่วนการอุปสมบทภิกษุสามเณรก็มีเสมอไม่ใคร่ขาด เมื่ออุปสมบทแล้ว โดยมากก็ทรงอุปัฎฐาก จุนเจือไม่ทอดทิ้ง อนึ่งเมื่อยังประทับอยู่ที่กรุงเทพ ฯ ถ้าภิกษุสามเณรจากฝ่ายเหนือลงไปศึกษาเล่าเรียน ก็ปวารณาและช่วยเหลือแทบทุกรูป
นอกจากที่กล่าวมาข้างต้นแล้ว พระองค์ยังได้ประทานที่ดินที่ตั้งโรงเรียนยุพราชวิทยาลัยเดี๋ยวนี้ กับประทานที่ดินให้เป็นที่ตั้งสโมสรคณะราษฎรหรือสโมสรนวรัฐ (ฉะเพาะกึ่งทางเหนือ กึ่งทางใต้เจ้าแก้วนวรัฐ ฯ ให้) กับได้ทรงอุปถัมภ์โรงเรียน มีโรงเรียนมหาดเล็กหลวงเชียงใหม่เป็นอาทิ ซึ่งพระองค์ได้ทรงช่วยเหลือด้วยประการต่าง ๆ กับได้อุดหนุนทุนค่าเล่าเรียนให้แก่เด็กนักเรียน ๗-๘ คนด้วย เมื่อทรงอุปถัมภ์โรงเรียนมากเช่นนี้ จึงทรงพระกรุณาโปรดเกล้า ฯ ให้พระองค์ท่านเป็นกรรมการจัดการโรงเรียนมหาดเล็กหลวงเชียงใหม่ด้วยพระองค์หนึ่ง เมื่อย้ายโรงเรียนมหาดเล็กหลวงเชียงใหม่ไปรวมกับโรงเรียนวชิราวุธวิทยาลัย กรุงเทพ ฯ แล้วภายหลังได้ตั้งสมาคมนักเรียนเก่าวชิราวุธขึ้น นักเรียนเก่าเหลานั้นยังคิดถึงพระอุปการคุณ จึงได้อัญเชิญเสด็จพระองค์ท่านเป็นสมาชิกพิเศษของสมาคมนักเรียนเก่าวชิราวุธ เพื่อเทอดพระเกียรติคุณไว้จนกาลบัดนี้ กับทรงอุปถัมภ์โรงเรียนดาราวิทยาลัยและดรงเรียนอื่นทั้งช่วยเหลือการศึกษาของกุลบุตร์ กุลธิดา มาช้านานตลอดจนสิ้นพระชนม์ชีพ.
ส่วนการกสิกรรม พระองค์ก็ได้เคยเอาพระทัยใส่ คือสละทรัพย์ส่วนพระองค์ซื้อเครื่องใช้ในการทำสวน และพืชพันธุ์ต่าง ๆ จ้างผู้ที่เคยเป็นครูโรงเรียนกสิกรรมมาเป็นหัวหน้าที่สวนเจ้าสบาย อำเภอแม่ริม เพื่อเป็นตัวอย่างแก่ราษฏรทั่วไปด้วย.
จะเห็นได้ว่าพระราชายา เจ้าดารารัศมี ทรงมีสายพระเนตรยาวไกล และมีความคิดที่ทันสมัย กว่าสตรีในยุกต์เดียวกันทรงได้สร้างงาน สร้างคนและมีคุณูปการต่อชาวเชียงใหม่และสถานที่ท่านเสด็จเยี่ยมเยียนอย่างทั่วถึงตลอดพระชนม์ชีพ
ตอนที่ ๙ หน้าที่ ๑๓ ถึง หน้าที่ ๑๕
การบำเพ็ญพระกุศล
โดยปกติพระองค์เคยถวายอาหาร บิณฑบาตร์ และถวายจตุปัจจัยสำหรับวัดและสงฆ์บางรูปเป็นรายเดือนมาตั้งแต่ไหนแต่ไรตลอดจนสิ้นพระชนม์ไม่มีขาด กับนิมนต์พระสงฆ์มาฉันและถวายของไทยทานเสมอ มีการทำบุญวันประสูติและถวายกฐินทุกปี
การปฏสังขรณ์วัด และปูชนียสถาน ฉะเพาะรายใหญ่ที่บริจจาคทรัพย์แต่ลำพังพระองค์ หรือทรงบริจจาคมากกว่าผู้อื่น เท่าที่จำได้ คือ
๑.ปฏิสังขรณ์พระบรมธาตุ วิหาร ลาน โบสถ์บนดอยสุเทพแล้วมีการฉลองเป็นงานใหญ่
๒.สร้างและฉลองวิหารวัดชัยชนะมงคล (ป่ากล้วย) อำเภอสาระภี
๓.สร้างและฉลองวิหารวัดขุนเส อำเภอหางดง
๔.สร้างและฉลองวิหารวัดขี้เหล็ก อำเภอแม่ริม
๕.สร้างและฉลองวิหารพระบรมธาตุ อำเภอจอมทอง
๖.ยกตำหนักบนดอยถวายเป็นของพระธาตุสุเทพ
๗.สร้างตึกณเชียงใหม่ ในบริเวณโรงพยาบาลแม๊คคอร์ มิค
๘.บริจจาคเงินซื้อรถยนต์ประทานสถานีอนามัย เชียงใหม่ ๑ คัน
ส่วนการอุปสมบทภิกษุสามเณรก็มีเสมอไม่ใคร่ขาด เมื่ออุปสมบทแล้ว โดยมากก็ทรงอุปัฎฐาก จุนเจือไม่ทอดทิ้ง อนึ่งเมื่อยังประทับอยู่ที่กรุงเทพ ฯ ถ้าภิกษุสามเณรจากฝ่ายเหนือลงไปศึกษาเล่าเรียน ก็ปวารณาและช่วยเหลือแทบทุกรูป
นอกจากที่กล่าวมาข้างต้นแล้ว พระองค์ยังได้ประทานที่ดินที่ตั้งโรงเรียนยุพราชวิทยาลัยเดี๋ยวนี้ กับประทานที่ดินให้เป็นที่ตั้งสโมสรคณะราษฎรหรือสโมสรนวรัฐ (ฉะเพาะกึ่งทางเหนือ กึ่งทางใต้เจ้าแก้วนวรัฐ ฯ ให้) กับได้ทรงอุปถัมภ์โรงเรียน มีโรงเรียนมหาดเล็กหลวงเชียงใหม่เป็นอาทิ ซึ่งพระองค์ได้ทรงช่วยเหลือด้วยประการต่าง ๆ กับได้อุดหนุนทุนค่าเล่าเรียนให้แก่เด็กนักเรียน ๗-๘ คนด้วย เมื่อทรงอุปถัมภ์โรงเรียนมากเช่นนี้ จึงทรงพระกรุณาโปรดเกล้า ฯ ให้พระองค์ท่านเป็นกรรมการจัดการโรงเรียนมหาดเล็กหลวงเชียงใหม่ด้วยพระองค์หนึ่ง เมื่อย้ายโรงเรียนมหาดเล็กหลวงเชียงใหม่ไปรวมกับโรงเรียนวชิราวุธวิทยาลัย กรุงเทพ ฯ แล้วภายหลังได้ตั้งสมาคมนักเรียนเก่าวชิราวุธขึ้น นักเรียนเก่าเหลานั้นยังคิดถึงพระอุปการคุณ จึงได้อัญเชิญเสด็จพระองค์ท่านเป็นสมาชิกพิเศษของสมาคมนักเรียนเก่าวชิราวุธ เพื่อเทอดพระเกียรติคุณไว้จนกาลบัดนี้ กับทรงอุปถัมภ์โรงเรียนดาราวิทยาลัยและดรงเรียนอื่นทั้งช่วยเหลือการศึกษาของกุลบุตร์ กุลธิดา มาช้านานตลอดจนสิ้นพระชนม์ชีพ.
ส่วนการกสิกรรม พระองค์ก็ได้เคยเอาพระทัยใส่ คือสละทรัพย์ส่วนพระองค์ซื้อเครื่องใช้ในการทำสวน และพืชพันธุ์ต่าง ๆ จ้างผู้ที่เคยเป็นครูโรงเรียนกสิกรรมมาเป็นหัวหน้าที่สวนเจ้าสบาย อำเภอแม่ริม เพื่อเป็นตัวอย่างแก่ราษฏรทั่วไปด้วย.
จะเห็นได้ว่าพระราชายา เจ้าดารารัศมี ทรงมีสายพระเนตรยาวไกล และมีความคิดที่ทันสมัย กว่าสตรีในยุกต์เดียวกันทรงได้สร้างงาน สร้างคนและมีคุณูปการต่อชาวเชียงใหม่และสถานที่ท่านเสด็จเยี่ยมเยียนอย่างทั่วถึงตลอดพระชนม์ชีพ
รูปแกะสลักของอียิปต์ที่คุณพ่อถ่ายไว้
สองสามวันที่แล้วผมได้เปิดกระเป๋าเดินทางใบเก่าของคุณพ่อซึ่งไม่ได้เปิดมาตั้งแต่คุณพ่อเสียชีวิต(พ.ศ. ๒๕๒๓) ได้พบรูปเก่าๆที่คุณพ่อถ่ายไว้เมื่อครั้งอยู่ที่สหรัฐอเมริกาและเดินทางรอบโลกประมาณ ๖๐-๗๐ ปีที่แล้ว ท่านจะถ่าย ล้าง รูปด้วยตนเอง เป็นรูปขาวดำขนาด ๑๙ คูณ ๒๔ เซ็นติเมตร มีเป็นจำนวนร้อย ร้อยรูป เป็นรูปถ่ายสถานที่ต่างๆ และผู้คน การทำการเกษตร ผมได้แยกรูปออกมาเป็นหมวดหมู่ รูปชุดนี้เป็นรูปงานแกะสลักหินเป็นรูปบุคคลของอียิปต์ ซึ่งบางรูปเป็นเทพพระเจ้าซึ่งผมไม่แน่ใจ ส่วนมากที่เรามักเห็นบ่อยๆ เช่นเทพราหรือเร (Re)หรือสุริยเทพ เป็นเทพแห่งความเป็นอมตะ มีรูปร่างเป็นคน หัวเป็นเหยี่ยวและมีดวงอาทิตย์อยู่บนศรีษะ เทพโอซิริส(Osiris) เทพแห่งแม่น้ำไนล์ ผู้ตัดสินว่าดวงวิญญานใครจะไปสู่สวรรค์ มีรูปร่างหน้าตาเป็นกษัตริย์มีเครา ถือคทาหัวขอ และแซ่ เทพไอซิส( Isis) เทพแห่งเวทมนต์ มีรูปร่างเป็นผู้หญิงสรวมหมวกรูปบรรลังก์ ส่วนเทพอีกองค์ที่เป็นที่รู้จักคือเทพฮอรัส( HoruS) เทพแห่งท้องฟ้า มีศรีษะเป็นเหยี่ยวแต่สรวมหมวกคล้ายเทพโอซิริส เทพอีกองค์ที่มักเห็นบ่อยๆ คือเทพอนูบิส(Anubis)เทพแห่งความตาย เป็นเทพที่รับดวงวิญญาณคนตายและป้องกันไม่ให้ร่างเน่าเปื่อย
รูปที่ผมนำมาเสนอนั้นผมไม่ทราบว่าจัดแสดงอยู่ ณ ที่ใด ถ้าหากท่านผู้อ่านมีข้อมูลกรุณาแจ้งให้ผมทราบจะเป็นพระคุณอย่างยิ่งครับ
รูปที่ผมนำมาเสนอนั้นผมไม่ทราบว่าจัดแสดงอยู่ ณ ที่ใด ถ้าหากท่านผู้อ่านมีข้อมูลกรุณาแจ้งให้ผมทราบจะเป็นพระคุณอย่างยิ่งครับ
วันอาทิตย์ที่ 24 ตุลาคม พ.ศ. 2553
MUSEUM BENJAPON: พระประวัติ พระราชชายา เจ้าดารารัศมี
MUSEUM BENJAPON: พระประวัติ พระราชชายา เจ้าดารารัศมี: " สวัสดีครับเมื่อวานนี้เป็นวันสำคัญของชาติอีกวันหนึ่งคือวันปิยมหาราช หลายๆท่านคงได้ไปวางพวงมาลาที่พระบรมราชานุเสาวรีย์ตามจังหวัดต่าง ๆ ผมไ..."
สมัครสมาชิก:
บทความ (Atom)
การ์เรียนเชิญเปิดและชมนิทรรศการ
นิทรรศการตั้งแต่ ๑๕ พย.ถึง ๑๕ ธค.นี้
In this photograph if you know please tell me where they are ?
ภาพถ่ายชุดนี้ คุณพ่อผมถ่ายไว้เป็นจำนวนมากเมื่อ ไปอยู่ที่ประเทศสหรัฐอเมริกา ประมาณ หกสิบ ถึงเจ็ดสิบปีมาแล้ว ท่านเสียชีวิตไปปี ๒๕๑๓ เอกสารบางอย่างถูกน้ำถ่วมและสูญหาย ทำให้ไม่ทราบถึงสถานที่ในภาพ ถ้าหากท่านทราบกรุณาบอกผมด้วยขอบคุณครับ
In this photograph if you know pleas tell me where they are ?
รูปแกะสลักนี้ตั้งอยู่ที่ไหนครับทราบโปรดบอกด้วยครับขอบคุณครับ
Please tell me where they are ?
รูปเหล่านี้เป็นเทพฯของอียิปต์ยุกต์โบราณ
Please tell me where they are ?
หน้าจะเป็นเทพฯ หรือ ราชินีองค์หนึ่งในอียิปต์โบราณ ถ้าสรวมหมวกรูปบัลลังก์ จะป็นเทพไอซิส
Please tell me were they are ?
Please tell me where they are ?
พระบาทสมเด็จพระรามาธิบดีศรีสินทรมหาจุฬาลงกรณ์ พระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู้หัว
พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว พระพุทธเจ้าหลวง พระปิยมหาราช เทิดพระเกียรติในวาระ ๑๐๐ ปี วันสวรรคต ๒๓ ตุลาคม พ.ศ.๒๕๔๓ (มีบทความด้านล่าง)
พระโกศทองใหญ่ทรงพระบรมศพ พระบาทสมเด็จพระรามาธิบดีศรีสินทรมหาจุฬาลงกรณ์ พระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว
พระบรมศพประดิษฐาน ณ พระที่นั่งดุสิตมหาปราสาท ในพระบรมมหาราชวัง
สมเด็จพระศรีนครินทราบรมราชชนนี
๑๑๐ ปี แสงรวีศรีนครินทร์รุ่งโรจน์มิรู้ลืม ด้วยเกล้าด้วยกระหม่อม ข้าพระพุทธเจ้า นายเบญจพล สิทธิประณีต.
สมเด็จพระศรีนครินทราบรมราชชนนี พระโอรสธิดา
สมเด็จย่าทรงกับพระโอรสธิดาครั้งทรงพระเยาว์
พระบาทสมเด็จพระปรเมนทรมหาอานันทมหิดล พระอัฐรามาธิบดินทร รัชการที่ ๘ สมเด็จย่า ฯ พระอนุชา
ในหลวงรัชการที่ ๘ สมเด็จย่า และพระอนุชา (ในหลวงรัชกาลที่ ๙)
ทรงงาน
พระบามสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวภูมิพลอดุลยเดช รัชการที่ ๙ และ สมเด็จพระศรีนครินทราบรมราชชนนี ทรงงาน
สมเด็จแม่ฯ
สมเด็จพระศรีนครินทราบรมราชชนนี และ พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวภูมิพลอดุลยเดช รัชกาลที่ ๙
สูจิบัตร นิทรรศการเฉลิมพระเกียรติ ๑๐๙ ปี แสงรวีศรีนครินทร์รุ่งโรจน์ มิรู้ลืม
นิทรรศการ ๑๐๙ ปี แสงรวีศรีนครินทร์รุ่งโรจน์ มิรู้ลืม ณ.ศูนย์ศิลป์ศรีพิพัฒน์(แพ บุนนาค) งานเฉลิมฉลองครบรอบ ๑๐๙ ปี วันคล้ายวันพระราชสมภพ สมเด็จพระศรีนครินทราบรมราชชนนี วันที่ ๒๑ ตุลาคม พ.ศ.๒๕๕๒ (มีรูปงานนิทรรศการด้านล่าง)
My collection-ภาพเก่าเล่าอดีต พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวภูมิพลอดุลยเดช
เสด็จพระราชดำเนินวัดพระบรมธาตุดอยสุเทพ เชียงใหม่(พ.ศ.2501)
สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิตบรมราชินีนาท(พ.ศ.2501)
เสด็จพระราชดำเนินวัดพระบรมธาตุดอยสุเทพ จังหวัดเชียงใหม่
พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวและสมเด็จพระบรมราชินีนาท(พ.ศ.2501)
ทั้งสองพระองค์บริเวณบันไดนาควัดพระบรมธาตุดอยสุเทพ จ.เชียงใหม่
พระบัวเข็ม
พระบัวเข็ม ที่บ้านจะมีจานเชิงใส่นำรองอยู่ด้านล่างองค์พระซึ่งทำจากไม้ลงรักปิดทอง
The way of life in U.S.A.
Tn the town by Vimol Siddhipraneet.
The way of life in u.s.a.
In the town.
The way of life in U.S.A.
In the town.
The way of life in U.S.A.
In the town.
The way of life in U.S.A.
In the town.
The way of life in U.S.A.
In the town.
The way of life in U.S.A.
In the town.
The way of life in U.S.A
In the town.
ภาพถ่ายในสหรัฐอเมริกา
ถ่ายโดย คุณพ่อวิมล สิทธิประณีต.เมื่อครั้งไปสหรัฐอเมริกา
ภาพถ่ายในประเทศสหรัฐอเมริกา
คุณพ่อวิมล สิทธิประณีต.ถ่าย เมื่อทำงานสำนักข่าวสารอเมริกัน
ภาพถ่ายที่ประเทศสหรัฐอเมริกา
คุณพ่อวิมล สิทธิประณีต.ถ่าย ล้าง และอัดเอง ท่านมีห้องมืดที่บ้าน.