วันศุกร์ที่ 5 พฤศจิกายน พ.ศ. 2553

พระประวัติ พระราชชายา เจ้าดารารัศมี

   จากเมื่อวานในพระราชหัตถเลขาที่ล้นเกล้ารัชกาลที่ ๕ ทรงตรัสถึง ดาวที่นำมาถวายที่องค์พระบรมธาตุดอยสุเทพ แล้วนั้น ในวันนี้ผมจะนำพระราชหัตถเลขา ที่สำคัญ ฉบับหนึ่งซึ่งจะเกี่ยวข้องกับอาการพระประชวรซึ่งหน้าจะเป็นสัญญานแรกที่บอกเหตุแห่งการสวรรคตของพระองค์ในกาลต่อมา ซึ่งพระองค์ได้ทรงมีพระราชปรารภในพระราชหัตถเลขาถึงพระราชชายา ฯ ในฉบับนี้ ถึงพระอาการพระประชวร ซึ่งพระราชหัตถเลขา ฉบับนี้ข้องข้างจะยาวเป็นพิเศษ ผมจึงใคร่ขอแบ่งเป็นสองตอน ดังนี้
ตอนที่ ๑ หน้าที่ ๓๗ ถึงหน้าที่ ๔๑
        (สำเนาพระราชหัตถเลขา)
                     วันที่ ๒ กรกฎาคม รัตนโกสินทร์ศก ๑๒๘
ดารา
   ด้วยเมื่อไปทะเลครั้งนี้ ถึงเกาะพงันได้รับหนังสือสองฉะบับ ๆ หนึ่ง
ลงวันที่ ๑๖ เมษายน ฉะบับหนึ่งลงวันที่ ๒๘ เล่าถึงออกท่าทำยศทำศักดิ์
สนุกดี เจ้าจะเรียน้อยกว่าคนอื่น เพราะเคยออกหน้ามาตั้งแต่พ่อยัง
อยู่ ถ้าหากว่าเป็นข้างในตามเคยเห็นจะเกือบตาย คำรับรองที่
อ่านนั้นแต่งดีจริง ๆ ได้ ให้กรมหลวงนริศ ฯ ดู ตอบมาว่าได้เห็นเข้า
ก็ใจหาย กลัวในเรื่องแต่งหนังสือเช่นนี้ เราจะแพ้เขาเสียในภายหน้า
เชียงใหม่ยังไม่สิ้นคนรู้
    ใบเมี่ยงที่ส่งลงมาใช้ได้ ฟังเล่าก็นึกอยากจะไป ข้อที่ต้องการ
จะเห็นมากนั้น คือ ห้วยแก้ว ดอยสุเทพ
    ได้ให้ลงมือเขียนอย่างดาวที่จะประดับพระเจดีย์กันในทะเลนั้นเอง
แต่ประดักประเดิดด้วยเรื่องขนาด เพราะเหตุที่เขาตัดเลข ๘ เป็นเลข ๒
ไป ยังนึกวิตกอย่างเดียวว่าจะติดที่ไหน ถ้าต่ำ ๆ กลัวมันจะไม่อยู่
ถ้าสูงนักใครจะอ่านหนังสือเห็น เพราะหนังสือนั้นบรรจุลงไปมาก
จึงทำให้ตัวเล็ก แต่เห็นดีเช่นนั้น ถ้าจะนึกหน้ารูปร่างอย่างไร ก็คือ
ดวงสะตาร์ตราจักรีนั้นเอง เว้นไว้แต่ไม่มีสามง่ามออกไปคั่น อยู่ใน
ระหว่างแฉก ช่างเขาว่าจะแล้วเสร็จส่งได้ ในกลางเดือน ๘ อุตราสาท
จะรีบให้เดินบกขื้นไปให้ทันเดือน ๙
   การที่ไปทะเลครั้งนี้ เหตุด้วยไม่สบายให้ตึงเมื่อยไป จึงได้
ประคบลูกประคบพลาดที่ท้องข้างซ้าย คราวนี้เลยปวดเป็นลำยันอยู่
ข้างใน ขี้ก็คั่ง เลยลุกลามปวดไปจนถึงข้างขวา เดินก็ไม่ถนัดต้อ ๆ
แต้ ๆ นอนจะพลิกตัวก็โอย ลุกขึ้นจะนั่งก็โอย แต่ข้าวกินได้
นอนหลับอยู่จึงไม่เป็นอะไรมาก เป็นแต่ไม่มีความสุขและดูงุ่มง่าม
ที่จริงเหตุที่เกิดทั้งนี้เห็นจะเป็นด้วยราชการชุกหมู่ใหญ่ ทรมานตัว
ประมาณสักสองเดือนเต็ม ๆ รู้สึกเมื่อยฟกเต็มที ได้แก้ไขเท่าไร
ไม่ยักหาย กลัวจะจับไข้จึงได้คิดอ่านหลบออกไปทะเล การไป
ทะเลก็ไปเที่ยวอย่างตาแก่ คือนอนอืดอยู่แต่ในเรือ ขึ้นบกน้อย
ด้วยเดินไม่ใคร่ไหว รีดน้ำมันร้อยอย่างตลอดทุกวัน แต่ก็ไม่เป็น
ประโยชน์อะไร ไม่ยักหาย จนกลับมาก็ยังเป็นอยู่เช่นนั้น จนทีหลัง
ที่สุดนี้อ่านอาการเจ็บใคร ๆ เห็นชื่อพระยาอมรสาตร์ ฯ คือ สิทธิสาร
เก่าบ่อย ๆ นึกว่าลองเอาแกมารักษาดูสักที เผอิญพอมาให้ กินยา
ก็ถูกต้อง ค่อยยังชั่วขึ้นทุกวัน จนเดี๋ยวนี้ยังเหลืออยู่สองแห่งที่ตะโพก
ข้างซ้ายแห่งหนึ่ง กับที่ใต้รักแร้ข้างขวาแห่งหนึ่ง ตึงอยู่เท่านั้น
ยาที่กินนั้นก็ขนานเดียว เรียกว่าสิทธิสารประสิทธิ ของพระยา
อมรสาตร์ บ้านปูน เดี๋ยวนี้ยานั้นเลยเก่งใหญ่ เพราะเขาเห็นหาย
ได้เร็ว ใคร ๆ ก็กินกัน ซื้อกันไว้คนล่ะมาก ๆ ตาอมรสาตร์
ออกจะรวย ๆ ในครั้งแรกที่ให้กินสองเม็ด รุ่งขึ้นแกมาถามว่าเป็น
อย่างไร บอกว่าเอาไปเถิดเมล็ดละ ๑๐๐ บาท ส่งเงินไปให้ ๒๐๐ บาท
สรรพยานั้น ใบสมอ กับโกฏน้ำเต้า กินเวลาก่อนจะนอน ไม่ไซ้
ไม่เซาะอย่างหนึ่งอย่างใด นิ่ง ๆ ตื่นขึ้นก็ไปหมดท้อง เว้นไว้แต่ถ้า
ท้องเสียจึงจะเหลวมาก กินทีละ ๒ เมล็ด สำหรับธาตุหนัก ถ้า
ธาตุเบาบางทีเมล็ดเดียวจะพอกระมัง ไม่รู้ว่าจะถูกกับโรคภัยของเจ้า
หรือไม่ แต่ตั้งใจว่าอะไรเป็นแฟชั่นที่ออกใหม่ในวัง จะส่งขึ้นมา
ให้เช่นนั้นเอง ถ้าดีอยู่แล้วขออย่าให้กิน ถ้ากินขออย่าให้ทุกวัน
จะท้องเสีย
     
      ครับยังมีต่อครับพระราชหัตถเลขาฉบับนี้ข้อนข้างยาวจะนำมาเสนอในวันต่อไปครับ.

วันพุธที่ 3 พฤศจิกายน พ.ศ. 2553

MUSEUM BENJAPON: พระประวัติ พระราชชายา เจ้าดารารัศมี

MUSEUM BENJAPON: พระประวัติ พระราชชายา เจ้าดารารัศมี: "ครับจากบทความที่แล้วเมื่ออ่านพระราชหัตถเลขาถึงพระราชชายา ในหลวงรัชการที่ ๕ ได้ตรัสถึงศิลาจารึกกู่ กู่ที่ว่านี้คือที่บรรจุอัฐิเจ้านายฝ่ายเหนื..."

พระประวัติ พระราชชายา เจ้าดารารัศมี

ครับจากบทความที่แล้วเมื่ออ่านพระราชหัตถเลขาถึงพระราชชายา ในหลวงรัชการที่ ๕ ได้ตรัสถึงศิลาจารึกกู่ กู่ที่ว่านี้คือที่บรรจุอัฐิเจ้านายฝ่ายเหนือที่พระราชชายาทรง รวบรวมกู่ที่อยู่บริเวณทุ่งพระเมรุ ตรงตลาดวโรรส เชียงใหม่ปัจจุบัน ไปรวมกันไว้ที่วัดสวนดอก ส่วนรูปที่ติดบ้านเจ้าอุปราชที่ส่งมานั้นไม่สามารถยืนยันได้ว่ารูปไหน  แต่มีรูปหนึ่งที่ทรงฉายเมื่อปีที่สวรรคต ตามหนังสือศิลปวัฒนธรรมนำมาเสนอซึ่งหน้าจะใกล้เคียงกันที่สุด ปีสวรรคตคือ ๒๔๕๓ ส่วนรูปที่ส่งไป ๙ เมษายน ๒๔๕๒ จึงนำพระรูปนี้มาเสนอ


ส่วนเรื่องเรือนที่ทรงพระราชหัตถเลขนั้น คือตำนักสวนฝรั่งกังไส ปัจจุบันอยู่บริเวณส่วนของพระที่นั่งวิมานเมฆ ถ้าหากเข้าประตูทิศเหนือจะอยู่ตรงกันข้ามคนละฝากกับพระตำหนักสวนหงส์ซึ่งเคยเป็นที่ประทับของสมเด็จพระศรีสวรินทิราบรมราชเทวี โดยถ้าเข้าประตูไปด้านขวามือเป็นพระตำหนักสวนหงส์ ส่วนด้านซ้ายมือมีลานจอดรถขั้นอยู่เป็นตำหนักสวนฝรั่งกังไสซึ่งปัจจุบันใช้แสดงเครื่องราชูปโภค และภาพสีน้ำมัน และยังทรงดำรัสถึงละครที่เล่นซึ่งเป็นเรื่องที่เราท่านรุ้จักกันดีคือ เครือฟ้า พระองค์ทรงพระราชนิพนธ์ไกลบ้านเอามาจากเรื่องมาดัมบัตเตอไฟล และทรงแสดงความเป็นห่วงเจ้าหลวงเชียงใหม่ด้วยน้ำพระทัยอันงดงามอีกด้วย วันนี้ผมจะนำเสนอพระราชหัตถเลขา ตามหนังสือพระประวัติ พระราชชายาฯ อีก หนึ่งฉบับ
หน้าที่ ๓๗
                 (สำเนาพระราชโทรเลข)
                                                         จากกรุงเทพฯ
                      วันที่ ๒๙ มิถุนายน ร.ศ. ๑๒๘
ที่ ๑๘
เจ้าดารารัศมี เชียงใหม่
         ดาวกาไหล่ทองที่จะประดับพระธาตุดอยสุเทพ เขียนอย่างแล้ว
งามดี แต่ตามขนาดที่บอกมาโตมาก อยากทราบว่าที่ซึ่งจะติดนั้น
แบนหรือโก่งกลม จะติดกับปูนหรือจะได้ให้มีแกน คำจาฤกนั้น
ดังนี้ "เจ้าดารารารัศมี อันเป็นราชธิดาพระเจ้าอินทวิชยานนท์ และ
แม่เจ้าทิพเกษร ซึ่งได้ครองนครเชียงใหม่ อันได้ลงไปเป็นพระราช
ชายา ในพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว ณกรุงเทพ
มหานครศรีอยุธยา ถ้วน ๒๒ พรรษา จึงทรงพระกรุณาโปรดเกล้า ฯ
ให้กลับมาเยี่ยมนคร เมื่อจุลศักราช ๑๒๗๑ ได้มานมัสการพระ
ธาตุเจ้าดอยสุเทพนี้ ทรงศรัทธาแผ่หิรัญจำหลักรูปดาราทาสุวรรณอัน
วิจิตร์แผ่นนี้ ประดับบูชา พระมหาธาตุเจ้าไว้เป็นที่ตั้งแห่งกุศลสมภาร"
จบเท่านี้ จะเอาตามนี้หรือขอแก้ไขเพิ่มเติมอย่างไรบ้าง จะรีบส่ง
ขึ้นไปให้ทันกันกับฉลองกู่.

                    (พระบรมนามาภิธัย) สยามินทร์ 
  
  ครับถ้าดูจากฉบับนี้เป็นพระราชโทรเลข ซึ่งผ่านสายตาของคนหลายคน จึงทรงลงพระนามาภิธัย และคำตรัสที่แตกต่างจาก พระราชหัตถเลขาที่ถึงพระราชชายา ฯ โดยตรง และจะขอตั้งข้อสังเกตว่า แผ่นจารึกที่พระราชชายา ทรงถวายติดที่พระบรมธาตุดอยสุเทพนี้ เมื่อมีการซ่อมแซมพระบรมธาตุหลายครั้งที่ผ่านมาไม่ได้มีการกล่าวถึงเลยทั้งที่เป็นสิ่งสำคัญ ท่านผู้ใดทราบว่า ติดอยู่ตรงไหน หรือไปปรากฎอยู่ที่ใดกรุณาแจ้งให้ทราบจะเป็นพระคุณอย่างยิ่งครับ.
  
                                                    

วันอังคารที่ 2 พฤศจิกายน พ.ศ. 2553

พระประวัติ พระราชชายา เจ้าดารารัศมี

   พระราชโทรเลขและพระราชหัตถเลขา รัชชกาลที่ ๕ ที่โปรดเกล้า ฯ ถึงพระราชชายา ฯ เมื่อเสด็จเชียงใหม่ พ.ศ.๒๔๕๑ (ร.ศ. ๑๒๗-๑๒๘) เลือกเอาบางฉบับ จากหนังสือพระประวัติ พระราชชายา ฯ
   นับจากที่พระราชชายา เจ้าดารารัศมี เสด็จตามพระบิดามาเป็นเจ้าจอมในพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว และเมื่อประสูติพระธิดา ได้โปรดเกล้าเลื่อนถานาศักดิ์เป็นพระสนมเอก และในครั้งนี้เมื่อเสด็จเยี่ยมนครเชียงใหม่ทรงสถาปนาพระอิสสริยยศขึ้นเป็นพระราชชายา ซึ่งเป็นตำแหน่งพระมเหสีที่ตั้งขึ้นในรัชชกาลนี้เป็นครั้งแรกและครั้งเดียวของพระบรมราชจักรีวงศ์  ซึ่งเป็นระยะเวลาที่ทรงประทับในพระบรมมหาราชวังถึง ๒๒ ปี เป็นกรณีพิเศษที่ฝ่ายในจะทรงเสด็จออกจากพระบรมมหาราชวังเป็นระยะเวลานาน ก็ด้วยพระมหากรุณาธิคุณที่ทรงรักเมตตา  ในพระราชชายา ฯ และระหว่างที่เสด็จเชียงใหม่ยังทรงโปรดให้สร้างที่ประทับในพระราชวังสวนดุสิต ให้ทันเมื่อทรงเสด็จกลับจากเชียงใหม่ ตามเนื้อความพระราชหัตถเลขา ที่ทรงโปรดเกล้า รวมทั้งเรื่องราวที่เกิดขึ้นในระหว่างที่พระราชชายา ฯ ไม่ได้ประทับอยู่  ในพระนคร อีกด้วยดังที่จะนำพระราชหัตถเลขามาให้ท่านผู้สนใจได้อ่าน อีก ๒ ฉบับดังนี้
หน้าที่ ๓๔ ถึงหน้าที่ ๓๖
                    (สำเนาพระราชหัตถเลขา)
                           วันที่ ๖ มีนาคม รัตนโกสินทรศก ๑๒๗
ดารา 
   ได้รับโทรเลขจะต้องการรูปเข้ากรอบแล้วไปติดบ้านเจ้าอุปราช
นั้น ได้ส่งมากับหนังสือนี้ รูปนี้เป็นรูปถ่ายใหม่ เขาว่ากันว่าเหมือน
 เรื่องเรือนทำเป็นรูปกงฉากทำนองนี้ 
ห้องนอนอยู่ตะวันออก ไม่ถูกแดดบ่าย
รูปร่างพอใช้ได้ ถ้านับขื่อ เป็น ๙ ห้อง
ถ้านับฝากั้นเป็นห้อง เป็นข้างบน ๕ ห้อง ข้างล่าง ๕ ห้อง ข้างบน
คือห้องนอน ห้องนั่ง ห้องเก็บของ ห้องกระได ห้องรับแขก ข้างล่าง
ห้องเหมือนกัน ตามแต่จะจัดอย่างไร มีศาลากลางสวน ตะพาน
เดินไปถึงด้วย มีเฉลียงด้านตะวันออกและด้านเหนือตลอด แต่
ตะวันตกไม่มี มีแต่มุข นึกว่าคงจะสบายดี กลัวแต่จะต้องเร่งกัน
ตาลาย ถ้านิ่งเข้าก็จะโอ้เอ้
   นึกว่าจะรอต่อปีใหม่จึงจะส่งหนังสือก็กลัวจะถึงช้า จึงรีบส่งเสีย
ก่อน หนังสือทวนน้ำไม่ทันใจเลย

               (พระบรมนามาภิธัย)  จะฬาลงกรณ์ ป.ร.

หน้าที่ ๓๕ และ หน้าที่ ๓๖
                  (สำเนาพระราชหัตถเลขา)
                         วันที่ ๒๔ เมษายน รัตนโกสินทร ศก ๑๒๘
ดารา
  ด้วยได้รับโทรเลขว่าจะต้องการศิลาจาฤกติดที่กู่ สอบถาม
กว้างยาวได้ความว่ากว้าง ๑๖ นิ้ว ยาว ๓ ฟุตนั้น ได้ศิลามาโต
ไปหน่อย จึงไห้เลื่อยได้ขนาดแล้ว วันนี้มอบให้กรมหลวงดำรง ฯ
ขอให้ส่งขึ้นไป แต่เป็นของหนักจะเดินบกลำบาก จึงคิดจะส่ง
ขึ้นไปทางเรือ แต่จะให้เร็วกว่าปกติ
   ข้างบางกอกเวลานี้สนุกอยู่ ไม่มีเหตุการณ์อะไร อากาศร้อน
แต่มีลมมาก ดูเหมือนจะเย็นกว่าทุกปี กำลังคิดทำนาที่ปลายถนน
ซางฮี้ ในทุ่ง ได้ลงมือซื้อควายเสร็จแล้ว แต่แรกนาของเราต้อง
เป็นเดือน ๗ แรกนาสำหรับเมืองพรุ่งนี้ ในการเล่นละครขึ้นเรือน
องค์สร้อย และคุณโหมด กรมนรา ฯ ส่งบทมาให้แล้ว ได้เอาส่งมา
ให้อ่านในซองนี้ด้วย เรื่องขวดแก้วเจียรนัยเป็นเรื่องที่แกเคยเล่น
ที่วิมานนฤมิตร์ วัดสระเกศ แต่ก่อนแล้ว แต่เรื่องเครือฟ้าเป็นเรื่อง
มาดามบัตเตอไฟล ซึ่งเขียนไว้ในหนังสือไกลบ้านตอนเมืองปารีส
เปลี่ยนยี่ปุ่นเป็นลาว ฝรั่งเป็นไทยเท่านั้น ที่แกทำคำร้องเช่นนี้ เอา
อย่างออปราฝรั่ง เพราะเคยได้ชมเมื่อเจ้าเขมรร้อง ละครกรมนรา ฯ
ดูค่อยเฟื่องฟูขึ้น แต่กระนั้นคนยังดูน้อยจนผู้ดีไม่ใคร่ดู เพราะ
เป็นเรื่องใหม่ ไม่เข้าอกเข้าใจ และต้องฟังมากดูมาก แลไปอื่น
ไม่ได้ ต่อไม่ติด ด้วยธรรมดาคนเราไปดูละครชอบนั่งพูดกัน
พอให้เห็นตัวละครเตะตาไปเตะตามา เสียงร้องพิณพาทย์เตะหูแล้ว
ก็พอเท่านั้น ต้องการแต่จะพูดอย่างเดียว จึงไม่ไคร่ชอบ
  มีความรำคาญด้วยเจ้าเชียงใหม่เจ็บออดแอดนัก ควรจะคิด
อ่านรักษาป้องกันกันให้ดีขึ้นอีก
  รู้สึกคิดถึงมาก เมื่อมีงานครั้งใด ใคร ๆ ก็บ่นถึงอยู่ทุกคราว.
                    (พระบรมนามาภิธัย) จุฬาลงกรณ์ ป.ร.
   รับจากพระราชหัตถเลขาทั้งสองฉบับที่แสดงถึงว่าทรงสนพระทัยในเรื่องต่าง ๆอย่างละเอียดถี่ถ้วน ในการที่เป็นส่วนพระองค์และการทั้วไป และแสดงถึงพระราชวินิฉัยในสิ่งต่าง ๆ ความพอพระทัยในเรื่องต่าง และทรงแสดงความห่วงใยในราชวงค์เชียงใหม่ เหมือนดังเป็นพระญาติสนิท ซึ่งเป็นพระมหากรุณาธิคุณต่อพระราชชายา ฯ และพระญาติ อย่างหาที่สุดมิได้

          
                        

MUSEUM BENJAPON: MUSEUM BENJAPON: พระประวัติ พระราชชายา เจ้าดารารัศ...

MUSEUM BENJAPON: MUSEUM BENJAPON: พระประวัติ พระราชชายา เจ้าดารารัศ...: "MUSEUM BENJAPON: พระประวัติ พระราชชายา เจ้าดารารัศมี: 'พระราชโทรเลข และพระราชหัตถเลขา รัชชกาลที่ ๕ ที่โปรดเกล้า ฯ ถึงพระราชชายา ฯ เมื่อเสด็จ..."

พระประวัติ พระราชชายา เจ้าดารารัศมี

    ครับในบทความ่ก่อน มีคำประโยคในพระราชหัตถเลขา ซึ่งคงต้องมีการแปลความซึ่งตามความคิดของผมขออนุญาตินำเสนอ ดังนี้ ในพระราชหัตถเลขาตอนหนึ่งทรงว่า "เพราะรถไฟมันฆ่าเสียเท่านั้น" เมื่อมาพิจารณาดู ความหมายคงหมายถึง ในอดีตนั้นปากน้ำโพ ที่รวมของการค้าขายทางเรือจากแม่น้ำปิง วัง ยม น่าน ที่จะต่อมายังกรุงเทพฯ และในต้นแม่น้ำเจ้าพระยาบริเวณปากน้ำโพ คงจะคึกคักไปด้วยเรือขนสินค้า และเรือที่รับส่งคนไปทางน้ำแต่เมื่อทางรถไฟได้มาถึงปากน้ำโพ การเดินทางและการค้าขายทางน้ำคงเสื่อมความนิยมลงจึงทำให้เงียบเหงาลงไปเป็นอันมากทำให้พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัวทรงได้มีพระราชหัตถเลขาด้านบนนั้น ซึ่งก็ทำให้เรารู้ว่าการขนส่งทางน้ำจากกรุงเทพฯ ขึ้นไปถึงหัวเมืองทางเหนือคงมีการเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่เมื่อมีการสร้างทางรถไฟไปถึงในสมัยนี้เอง แต่การขนส่งทางเรือจากปากน้ำโพขึ้นไปทางเชียงใหม่ก็คงยังคงมีอยู่ เมืองต่างๆ ริมแม่น้ำปิงก็ยังคงความสำคัญ เช่นเมืองกำแพงเพชร เมืองแหง(จังหวัดตาก) อำเภอป่าซาง จังหวัดลำพูน และเชียงใหม่ เป็นต้น ในตอนนี้ผมก็จะนำเรียบเรียงพระประวัติพระราชชายา เจ้าดารารัศมี โดยเจ้าแก้วนวรัฐ ฯในส่วนพระราชโทรเลข และพระราชหัตถขา ของรัชกาลที่ ๕ มานำเสนอต่อ ดังนี้

หน้าที่ ๓๒ ถึงหน้า ๓๓
                                      (สำเนาพระราชหัตถเลขา)
                                        วันที่ ๑๖ กุมภาพันธ์ รัตนโกสินทรศก ๑๒๗
ดารา
     ด้วยวันนี้ดิลก ฯ ลาว่าจะขึ้นไปส่ง เผอิญพอฝรั่งให้เอารูปถ้ำ
มองมาขาย จึงนึกว่าไปตามทางคงจะเปล่าเต็มที อ่านหนังสือตาลาย
เพื่อจะหยุดดูรูปเล่นให้เป็นการแกรำราญ แต่เสียดายเวลาไม่พอที่จะ
ได้จดชื่อตำบลลงเป็นหนังสือไทย นอกจากเมืองจีนและญี่ปุ่น เป็นที่
ซึ่งเคยไปเที่ยวแล้วโดยมาก ที่เล่าถึงหน้งสือไกลบ้านก็มีหลายตำบล
ยังมีสวิซเซอร์แลนด์ เบลเยี่ยม แลละฮอแลนด์ที่ได้ไป แต่เห็นว่า
ที่ส่งมาถึง ๗๙๘ มากเต็มทีอยู่แล้ว จะไม่มีที่เอาไป แต่เท่านี้ก็หนัก
พออยู่แล้ว ไม่แน่ใจว่าจะชอบฤาไม่ เพราะมันหนักเรือกีดที่เต็มที
แต่ถ้าเป็นเรือที่มีขั้วสมุดจะเรียงแทนสมุดก็ได้ ดุ๊กและเจ้าชายว่าคงจะ
ชอบจึงได้สั่งขึ้นมา แต่พะรุงพะรังนักส่งให้ ดิลก ฯ คืนมาเสียได้
มันยังมีช่องที่จะส่งถึงได้ก็ส่งด้วยความคิดถึงเท่านั้น
     ขออำนวยพรอีกครังหนึ่งพร้อมกับความรัก.
                  (พระบรมนามาภิธัย) จุฬาลงกรณ์ ป.ร.

                       
                          (สำเนาพระราชหัตถเลขา)
                           วันที่ ๖ มีนาคม รัตนโกสินทรศก ๑๒๗
ดารา
   ด้วยนึกถึงอายุเจ้าเต็มสามรอบ ได้คิดไว้แล้วว่าจะให้ของขวัญ
เผอิญประจวบเวลาไม่อยู่ จะให้ก่อนขึ้นไป ทำไม่ทัน จึงได้จัดของ
ส่งขึ้นมาด้วยหวังว่าจะได้รับที่เชียงใหม่ไม่ช้ากว่าวันไปถึงเท่าใด ขอ
อำนวยพรให้มีอายุยืนยาวหายเจ็บไข้ กลับลงมาโดยความสุขสบาย
ทุกประการ ขอให้ดูหนังสือที่เขียนไว้ข้างในหลังหีบหน่อย เผลอไป
จะไม่ได้อ่าน ขอบอกความคิดถึงอยู่เสมอไม่ขาด ตัวไปเที่ยวเองทิ้ง
อยู่ข้างหลังไม่ห่วง แต่ครั้นเวลาเจ้าจากไปรู้สึกเป็นห่วงมากจริง ๆ.

                                    (พระบรมนามาภิธัย) จุฬาลงกรณ์ ป.ร.
      จากพระราชหัตถเลขาทั้งสองฉบับโดยเฉพาะฉบับหลังนี้แสดงถึงความรักความผูกพันธ์ที่สมเด็จพระพุทธเจ้าหลวงมีต่อพระราชชายา เจ้าดารารัศมี อย่างมาก .



                                                    

วันจันทร์ที่ 1 พฤศจิกายน พ.ศ. 2553

MUSEUM BENJAPON: พระประวัติ พระราชชายา เจ้าดารารัศมี

MUSEUM BENJAPON: พระประวัติ พระราชชายา เจ้าดารารัศมี: "พระราชโทรเลข และพระราชหัตถเลขา รัชชกาลที่ ๕ ที่โปรดเกล้า ฯ ถึงพระราชชายา ฯ เมื่อเสด็จเชียงใหม่ พ.ศ.๒๔๕๑ (ร.ศ.๑๒๗-๑๒๘) ทำให้ได้ทราบถึงความรัก..."

การ์เรียนเชิญเปิดและชมนิทรรศการ

การ์เรียนเชิญเปิดและชมนิทรรศการ
นิทรรศการตั้งแต่ ๑๕ พย.ถึง ๑๕ ธค.นี้

In this photograph if you know please tell me where they are ?

In this photograph if you know please tell me where they are ?
ภาพถ่ายชุดนี้ คุณพ่อผมถ่ายไว้เป็นจำนวนมากเมื่อ ไปอยู่ที่ประเทศสหรัฐอเมริกา ประมาณ หกสิบ ถึงเจ็ดสิบปีมาแล้ว ท่านเสียชีวิตไปปี ๒๕๑๓ เอกสารบางอย่างถูกน้ำถ่วมและสูญหาย ทำให้ไม่ทราบถึงสถานที่ในภาพ ถ้าหากท่านทราบกรุณาบอกผมด้วยขอบคุณครับ

In this photograph if you know pleas tell me where they are ?

In this photograph if you know pleas tell me where they are ?
รูปแกะสลักนี้ตั้งอยู่ที่ไหนครับทราบโปรดบอกด้วยครับขอบคุณครับ

Please tell me where they are ?

Please tell me where they are ?
รูปเหล่านี้เป็นเทพฯของอียิปต์ยุกต์โบราณ

Please tell me where they are ?

Please tell me where they are ?
หน้าจะเป็นเทพฯ หรือ ราชินีองค์หนึ่งในอียิปต์โบราณ ถ้าสรวมหมวกรูปบัลลังก์ จะป็นเทพไอซิส

Please tell me were they are ?

Please tell me were they are ?

Please tell me where they are ?

Please tell me where they are ?

พระบาทสมเด็จพระรามาธิบดีศรีสินทรมหาจุฬาลงกรณ์ พระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู้หัว

พระบาทสมเด็จพระรามาธิบดีศรีสินทรมหาจุฬาลงกรณ์ พระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู้หัว
พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว พระพุทธเจ้าหลวง พระปิยมหาราช เทิดพระเกียรติในวาระ ๑๐๐ ปี วันสวรรคต ๒๓ ตุลาคม พ.ศ.๒๕๔๓ (มีบทความด้านล่าง)

พระโกศทองใหญ่ทรงพระบรมศพ พระบาทสมเด็จพระรามาธิบดีศรีสินทรมหาจุฬาลงกรณ์ พระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว

พระโกศทองใหญ่ทรงพระบรมศพ พระบาทสมเด็จพระรามาธิบดีศรีสินทรมหาจุฬาลงกรณ์ พระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว
พระบรมศพประดิษฐาน ณ พระที่นั่งดุสิตมหาปราสาท ในพระบรมมหาราชวัง

สมเด็จพระศรีนครินทราบรมราชชนนี

สมเด็จพระศรีนครินทราบรมราชชนนี
๑๑๐ ปี แสงรวีศรีนครินทร์รุ่งโรจน์มิรู้ลืม ด้วยเกล้าด้วยกระหม่อม ข้าพระพุทธเจ้า นายเบญจพล สิทธิประณีต.

สมเด็จพระศรีนครินทราบรมราชชนนี พระโอรสธิดา

สมเด็จพระศรีนครินทราบรมราชชนนี พระโอรสธิดา
สมเด็จย่าทรงกับพระโอรสธิดาครั้งทรงพระเยาว์

พระบาทสมเด็จพระปรเมนทรมหาอานันทมหิดล พระอัฐรามาธิบดินทร รัชการที่ ๘ สมเด็จย่า ฯ พระอนุชา

พระบาทสมเด็จพระปรเมนทรมหาอานันทมหิดล พระอัฐรามาธิบดินทร รัชการที่ ๘ สมเด็จย่า ฯ พระอนุชา
ในหลวงรัชการที่ ๘ สมเด็จย่า และพระอนุชา (ในหลวงรัชกาลที่ ๙)

ทรงงาน

ทรงงาน
พระบามสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวภูมิพลอดุลยเดช รัชการที่ ๙ และ สมเด็จพระศรีนครินทราบรมราชชนนี ทรงงาน

สมเด็จแม่ฯ

สมเด็จแม่ฯ
สมเด็จพระศรีนครินทราบรมราชชนนี และ พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวภูมิพลอดุลยเดช รัชกาลที่ ๙

สูจิบัตร นิทรรศการเฉลิมพระเกียรติ ๑๐๙ ปี แสงรวีศรีนครินทร์รุ่งโรจน์ มิรู้ลืม

สูจิบัตร นิทรรศการเฉลิมพระเกียรติ ๑๐๙ ปี แสงรวีศรีนครินทร์รุ่งโรจน์ มิรู้ลืม
นิทรรศการ ๑๐๙ ปี แสงรวีศรีนครินทร์รุ่งโรจน์ มิรู้ลืม ณ.ศูนย์ศิลป์ศรีพิพัฒน์(แพ บุนนาค) งานเฉลิมฉลองครบรอบ ๑๐๙ ปี วันคล้ายวันพระราชสมภพ สมเด็จพระศรีนครินทราบรมราชชนนี วันที่ ๒๑ ตุลาคม พ.ศ.๒๕๕๒ (มีรูปงานนิทรรศการด้านล่าง)

My collection-ภาพเก่าเล่าอดีต พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวภูมิพลอดุลยเดช

My collection-ภาพเก่าเล่าอดีต พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวภูมิพลอดุลยเดช
เสด็จพระราชดำเนินวัดพระบรมธาตุดอยสุเทพ เชียงใหม่(พ.ศ.2501)

สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิตบรมราชินีนาท(พ.ศ.2501)

สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิตบรมราชินีนาท(พ.ศ.2501)
เสด็จพระราชดำเนินวัดพระบรมธาตุดอยสุเทพ จังหวัดเชียงใหม่

พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวและสมเด็จพระบรมราชินีนาท(พ.ศ.2501)

พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวและสมเด็จพระบรมราชินีนาท(พ.ศ.2501)
ทั้งสองพระองค์บริเวณบันไดนาควัดพระบรมธาตุดอยสุเทพ จ.เชียงใหม่

พระบัวเข็ม

พระบัวเข็ม
พระบัวเข็ม ที่บ้านจะมีจานเชิงใส่นำรองอยู่ด้านล่างองค์พระซึ่งทำจากไม้ลงรักปิดทอง

The way of life in U.S.A.

The way of life in U.S.A.
Tn the town by Vimol Siddhipraneet.

The way of life in u.s.a.

The way of life in u.s.a.
In the town.

The way of life in U.S.A.

The way of life in U.S.A.
In the town.

The way of life in U.S.A.

The way of life in U.S.A.
In the town.

The way of life in U.S.A.

The way of life in U.S.A.
In the town.

The way of life in U.S.A.

The way of life in U.S.A.
In the town.

The way of life in U.S.A.

The way of life in U.S.A.
In the town.

The way of life in U.S.A

The way of life in U.S.A
In the town.

ภาพถ่ายในสหรัฐอเมริกา

ภาพถ่ายในสหรัฐอเมริกา
ถ่ายโดย คุณพ่อวิมล สิทธิประณีต.เมื่อครั้งไปสหรัฐอเมริกา

ภาพถ่ายในประเทศสหรัฐอเมริกา

ภาพถ่ายในประเทศสหรัฐอเมริกา
คุณพ่อวิมล สิทธิประณีต.ถ่าย เมื่อทำงานสำนักข่าวสารอเมริกัน

ภาพถ่ายที่ประเทศสหรัฐอเมริกา

ภาพถ่ายที่ประเทศสหรัฐอเมริกา
คุณพ่อวิมล สิทธิประณีต.ถ่าย ล้าง และอัดเอง ท่านมีห้องมืดที่บ้าน.