ป้ายด้านหน้าพิพิธภัณฑ์ เปิด ศุกร์ เสาร์ อาทิตย์ ๑๐.๓๐ น.ถึง ๑๕.๓๐ น. เชิงสะพานนวรัฐ ฝั่งตะวันออก
วันเสาร์ที่ 20 พฤศจิกายน พ.ศ. 2553
MUSEUM BENJAPON: พระราชพิธีจองเปรียง
MUSEUM BENJAPON: พระราชพิธีจองเปรียง: " วันนี้เป็นวันเพ็ญเดือน ๑๒ ใต้ ผมขออนุญาติที่อัญเชิญพระราชนิพนธ์ในพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว ที่ทรงไว้ในเรื่องพระราชพิธีสิ..."
พระราชพิธีจองเปรียง
วันนี้เป็นวันเพ็ญเดือน ๑๒ ใต้ ผมขออนุญาติที่อัญเชิญพระราชนิพนธ์ในพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว ที่ทรงไว้ในเรื่องพระราชพิธีสิบสองเดือน ที่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว สมเด็จพระรามาธิบดีที่ ๖ ทรงพระกรุณาโปรดเกล้า ฯ ให้พิมพ์เปนของพระราชทานในงานพระศพ พระเจ้าพี่นางเธอ พระองค์เจ้าเจริญศรีชนมายุ ปีวอก พ.ศ. ๒๕๖๓ พิมพ์ที่โรงพิมพ์ไทย ถนนรองเมือง กรุงเทพ ฯ ซึ่งพระราชนิพนธ์นี้ทรงพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัวทรงพระราชนิพนธ์เมื่อปีชวด พ.ศ. ๒๔๓๑ในหนังสือวชิรญาณ ที่พิมพ์แจกสมาชิกทุกสัปดาห์ ซึ่งพระราชนิพนธ์เพระราชพิธีจองเปรียง นี้มี ตั้งแต่หน้า ๙ ถึง ๑๖ ซึ่งอัญเชิญมาเสนอเปนตอน ๆ ไป ดังนี้
ตอนที่ ๑ หน้าที่ ๙ ถึงหน้า ๑๐
เดือน ๑๒
พระราชพิธีจองเปรียง
การพระราชพิธีในเดือน ๑๒ ซึ่งมีมาในกฏมณเฑียรบาลว่า
พิธีจองเปรียง ลดชุดลอยโคม ตรวจดูในความพิศดาร ใน
กฏหมายนั้นเองก็ไม่มีข้อความใด กล่าวถึงเสาโคมแลการจุดโคม
อย่องหนึ่งอย่างใดชัดเจน ฤาจะเปนด้วยเปนการจืด ผู้ที่แต่ง
ถือว่าใคร ๆ ก็เห็นตัวอย่างอยู่แล้วไม่ต้องกล่าว มีความแปลก
ออกมานิดเดียว แต่ที่ว่าการพิธีจองเปรียงลดชุดลอยโคม แลเดิม
"ลงน้ำ" เข้าอิกคำหนึ่ง คำที่ว่า "ลงน้ำ" นี้จะแปลว่ากระไร
ก็สันนิฐานยาก จะเข้าใจว่าเอาโคมที่เปนโครงไม้ไผ่หุ้มผ้าที่ชัก
อยู่บนเสามาแต่ต้นเดือนลดลงแล้วไปทิ้งลงในน้ำ ก็ดูเคอะไม่ได้
การเลย ฤาอีกอย่างหนึ่งจะเปนวิธีว่าเมื่อลดโคมแล้ว ลอยกระทง
สมมติว่าเอาโคมนั้นลอยไปตามลัทธิพราหมณ์ ที่พอใจลอยอะไร ๆ
จัดอยู่เช่นกับลอยบาปล้างบาป จะถือว่าเปนลอยเคราะห์ลอยโศก
อย่างใดไปได้ดอกกระมัง การก็ตรงกันกับลอบกระทง ลางที
จะสมมติว่าลอยโคม ข้อความตามกฏมณเฑียรบาลมีอยู่แต่เท่านี้
ส่วนการพระราชพิธี ซึ่งได้ประพฤติอยู่ในประจุบันนี้นับว่า
เปนพระราชพิธีพราหมณ์ มิได้เกี่ยวข้องด้วยพระพุทธสาสนาสืบมา
กำหนดที่ยกโคมนั้นตามประเพณีโบราณว่าถ้าปีใดมีอธิกมาศ ให้
ยกโคมตั้งแต่วันขึ้นค่ำหนึ่งไป จนวันแรมสองค่ำเปนวันลดโคม
ถ้าปีใดไม่มีอธิกมาศ ให้ยกโคมขึ้นสิบสี่ค่ำ เดือนอ้านขึ้นค่ำหนึ่ง
เปนวันลดโคม อีกนัยหนึ่งว่ากำหนดตามโหราสาตรว่าพระอาทิตย์
ถึงราษีพิจิกร พระจันทร์อยู่ราษีพฤศภเมื่อใด เมื่อนั้นเปนกำหนดที่
จะยกโคม อิกนัยหนึ่งกำหนดด้วยดวงดาวกติกาคือดาวลูกไก่
ถ้าเห็นดาวลูกไก่นั้นตั้งแต่ค่ำจนรุ่งเมื่อใด เปนเวลายกโคม การ
ที่ยกโคมขึ้นนั้นตามคำโบราณกล่าวว่ายกขึ้นเพื่อบูชาพระเปนเจ้า
ทั้งสาม คือพระอิศวร พระนารายน์ พระพรหม การซึ่ง
ว่าบูชาพระเปนเจ้าทั้งสามนี้เปนต้นตำราแท้ ในเวลาถือไสยสาตร
แต่ครั้งเมื่อพระเจ้าแผ่นดินทรงนับถือพระพุทธสาสนา ก็กล่าวว่าบูชา
พระบรมสารีริกธาตุ พระจุฬามณีในดาวดึงษพิภพ แลบูชา
พระพุทธบาท ซึ่งปรากฎอยู่ณหาดทรายเรียกว่านะมะทานที เปน
ที่ฝูงนาคทั้งปวงสักการบูชาอยู่ แต่ถึงโคมไชยที่อ้างว่าบูชา
พระบรมสารีริกธาตุพระพุทธบาทดังนี้แล้ว ก็ยังเปนพิธีของพราหมณ์
พวกเดียว คือตั้งแต่พระราชพิธีพราหมณ์ก็เข้าพิธีที่โรงพิธีใน
พระบรมมหาาราชวัง แลเวลาเช้าถวายน้ำพระมหาสังข์ตลอดจนวัน
ลดโคม เทียนที่จะจุดในโคมนั้นก็ทาเปรียง คือไขข้อพระโคซึ่ง
เปนลัทธิพราหมณ์แท้ ........
ในวันนี้นอัญเชิญมาเสนอเพียงแค่นี้แล้วจะนำเสนอในวันต่อ ๆ ไป ซึ่งเมื่ออ่านก็คงพอสรุปด้ว่าแต่แรกเริ่มนั้นมีการแขวนโคมที่เป็นโครงไม้ไผ่หุ้มด้วยผ้าแขวนบูชายังเทพพระเจ้าในศาสนาพราหมณ์อยู่ก่อนแล้วนั้นเองครับ ซึ่งสิ่งที่ยังไม่เปี่ยนแปลงมาจนถึงทุกวันนี้คือการที่โครงโคมใช้ไม้ไผ่และหุ้มด้วยผ้าซึ่งยังทำอยู่ทุกวันนี้ในจังหวัดเชียงใหม่ครับ.
ตอนที่ ๑ หน้าที่ ๙ ถึงหน้า ๑๐
เดือน ๑๒
พระราชพิธีจองเปรียง
การพระราชพิธีในเดือน ๑๒ ซึ่งมีมาในกฏมณเฑียรบาลว่า
พิธีจองเปรียง ลดชุดลอยโคม ตรวจดูในความพิศดาร ใน
กฏหมายนั้นเองก็ไม่มีข้อความใด กล่าวถึงเสาโคมแลการจุดโคม
อย่องหนึ่งอย่างใดชัดเจน ฤาจะเปนด้วยเปนการจืด ผู้ที่แต่ง
ถือว่าใคร ๆ ก็เห็นตัวอย่างอยู่แล้วไม่ต้องกล่าว มีความแปลก
ออกมานิดเดียว แต่ที่ว่าการพิธีจองเปรียงลดชุดลอยโคม แลเดิม
"ลงน้ำ" เข้าอิกคำหนึ่ง คำที่ว่า "ลงน้ำ" นี้จะแปลว่ากระไร
ก็สันนิฐานยาก จะเข้าใจว่าเอาโคมที่เปนโครงไม้ไผ่หุ้มผ้าที่ชัก
อยู่บนเสามาแต่ต้นเดือนลดลงแล้วไปทิ้งลงในน้ำ ก็ดูเคอะไม่ได้
การเลย ฤาอีกอย่างหนึ่งจะเปนวิธีว่าเมื่อลดโคมแล้ว ลอยกระทง
สมมติว่าเอาโคมนั้นลอยไปตามลัทธิพราหมณ์ ที่พอใจลอยอะไร ๆ
จัดอยู่เช่นกับลอยบาปล้างบาป จะถือว่าเปนลอยเคราะห์ลอยโศก
อย่างใดไปได้ดอกกระมัง การก็ตรงกันกับลอบกระทง ลางที
จะสมมติว่าลอยโคม ข้อความตามกฏมณเฑียรบาลมีอยู่แต่เท่านี้
ส่วนการพระราชพิธี ซึ่งได้ประพฤติอยู่ในประจุบันนี้นับว่า
เปนพระราชพิธีพราหมณ์ มิได้เกี่ยวข้องด้วยพระพุทธสาสนาสืบมา
กำหนดที่ยกโคมนั้นตามประเพณีโบราณว่าถ้าปีใดมีอธิกมาศ ให้
ยกโคมตั้งแต่วันขึ้นค่ำหนึ่งไป จนวันแรมสองค่ำเปนวันลดโคม
ถ้าปีใดไม่มีอธิกมาศ ให้ยกโคมขึ้นสิบสี่ค่ำ เดือนอ้านขึ้นค่ำหนึ่ง
เปนวันลดโคม อีกนัยหนึ่งว่ากำหนดตามโหราสาตรว่าพระอาทิตย์
ถึงราษีพิจิกร พระจันทร์อยู่ราษีพฤศภเมื่อใด เมื่อนั้นเปนกำหนดที่
จะยกโคม อิกนัยหนึ่งกำหนดด้วยดวงดาวกติกาคือดาวลูกไก่
ถ้าเห็นดาวลูกไก่นั้นตั้งแต่ค่ำจนรุ่งเมื่อใด เปนเวลายกโคม การ
ที่ยกโคมขึ้นนั้นตามคำโบราณกล่าวว่ายกขึ้นเพื่อบูชาพระเปนเจ้า
ทั้งสาม คือพระอิศวร พระนารายน์ พระพรหม การซึ่ง
ว่าบูชาพระเปนเจ้าทั้งสามนี้เปนต้นตำราแท้ ในเวลาถือไสยสาตร
แต่ครั้งเมื่อพระเจ้าแผ่นดินทรงนับถือพระพุทธสาสนา ก็กล่าวว่าบูชา
พระบรมสารีริกธาตุ พระจุฬามณีในดาวดึงษพิภพ แลบูชา
พระพุทธบาท ซึ่งปรากฎอยู่ณหาดทรายเรียกว่านะมะทานที เปน
ที่ฝูงนาคทั้งปวงสักการบูชาอยู่ แต่ถึงโคมไชยที่อ้างว่าบูชา
พระบรมสารีริกธาตุพระพุทธบาทดังนี้แล้ว ก็ยังเปนพิธีของพราหมณ์
พวกเดียว คือตั้งแต่พระราชพิธีพราหมณ์ก็เข้าพิธีที่โรงพิธีใน
พระบรมมหาาราชวัง แลเวลาเช้าถวายน้ำพระมหาสังข์ตลอดจนวัน
ลดโคม เทียนที่จะจุดในโคมนั้นก็ทาเปรียง คือไขข้อพระโคซึ่ง
เปนลัทธิพราหมณ์แท้ ........
ในวันนี้นอัญเชิญมาเสนอเพียงแค่นี้แล้วจะนำเสนอในวันต่อ ๆ ไป ซึ่งเมื่ออ่านก็คงพอสรุปด้ว่าแต่แรกเริ่มนั้นมีการแขวนโคมที่เป็นโครงไม้ไผ่หุ้มด้วยผ้าแขวนบูชายังเทพพระเจ้าในศาสนาพราหมณ์อยู่ก่อนแล้วนั้นเองครับ ซึ่งสิ่งที่ยังไม่เปี่ยนแปลงมาจนถึงทุกวันนี้คือการที่โครงโคมใช้ไม้ไผ่และหุ้มด้วยผ้าซึ่งยังทำอยู่ทุกวันนี้ในจังหวัดเชียงใหม่ครับ.
วันพุธที่ 17 พฤศจิกายน พ.ศ. 2553
MUSEUM BENJAPON: พระประวัติ พระราชชายา เจ้าดารารัศมี
MUSEUM BENJAPON: พระประวัติ พระราชชายา เจ้าดารารัศมี: " จากพระราชหัตถเลขาฉบับก่อนตอนท้ายทำให้เราได้ทราบว่าพระราชชายาฯทรงเป็นที่รักของทุกท่านทุกพระองค์ในพระบรมหาราชวัง อันเนื่องมาจากพระองค์ได้ทรงป..."
พระประวัติ พระราชชายา เจ้าดารารัศมี
จากพระราชหัตถเลขาฉบับก่อนตอนท้ายทำให้เราได้ทราบว่าพระราชชายาฯทรงเป็นที่รักของทุกท่านทุกพระองค์ในพระบรมหาราชวัง อันเนื่องมาจากพระองค์ได้ทรงประทับในพระบรมมหาราชวังเป็นเวลายาวนาน และพระจริยาวัตรอันงดงามแบบล้านนา และการที่ทรงตั้งมั่นอยู่ในวัฒนธรรมประเพณีแบบล้านนา แม้กระทั่งการแต่งพระองค์ซึ่งจะทรงแต่งแบบล้านนาตลอดเวลาที่อยู่ในพระบรมมหาราชวังทั้งที่ในขณะนั้นในพระบรมมหาราชวังเจ้านายข้าราชบริพารฝ่ายหญิงจะนุ่งโจง ก็ตาม ต่อไปผมจะนำเสนอสำเนาพระราชโทรเลข ที่พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัวมีขึ้นไป อีกฉบับ ในหนังสือพระราชประวัติพระราชชายา เจ้าดารารัศมี หน้าที่ ๕๓ ดังนี้
( สำเนาพระราชโทรเลข )
ที่ ๑๐ จากปากน้ำโพ
เจ้าดารารารัศมี วันที่ ๖ พฤศจิกายน ร.ศ.๑๒๘
ได้รับโทรเลขว้นที่ ๕ แล้ว ที่จริงอยากจะให้ลงมาก่อนขึ้นเรือน
จะได้มีเวลาตกแต่งอะไรสะดวก ขัดข้องอย่างเดียวด้วยที่จะให้พัก
เพราะถ้าจะอยู่เรือนใหม่ทีเดียว การขึ้นเรือนกำลังคิดหาอยู่ พัก
เรือนต้นเอาหรือไม่ บ่าวผู้หญิงไปอยู่ที่เรือนได้ทีเดียว บ่าวผู้ชาย
ได้สั่งให้พระยาวรพงศ์ ฯ จัดโรงใหญ่ที่ท่าถนนซางฮี้ ไว้สำหรับจะ
ได้อาศัย และเอาเข้าของขึ้น ถ้าจะเอาเช่นนั้นให้ถึงวันที่ ๒๑ ก็ดี
จะได้สวดมนต์รดน้ำกันเสียก่อนทีหนึ่งเงียบ ๆ ขึ้นเรือนจึงสวดอีก
อยากรู้อีกอย่างหนึ่งว่า การครัวสำหรับจะเลี้ยงพระ และผู้คน จะ
ให้ใครทำดี ถ้าหากว่าเห็นใครควรจะวานได้จะรับบอกเอง และ
จัดการให้ตลอด ถ้าเช่นนี้มีเวลาแต่งเรือน ๒ วัน สิ้นสนุกเต็มทีเสีย
แล้ว กำลังชายเพ็ญจะตายอีกคนหนึ่ง ศพชายอุรุพงศ์จะเผาเดือน ๔
ถ้าหากจะช่วยอื่น ๆ มีครบหมดแล้ว เป็นคนโทดิน โอครอบ เห็น
จะดี เพราะพระใช้เจ้าอธิการหัวเมืองทั้งนั้น สังเค็ด ๗๐.
(พระบรมนามาภิธัย) สยามินทร์
ในพระราชโทรเลขฉบับนี้ทรงตรัสถึงเรือนที่สร้างพระราชทานพระราชชายาฯที่พระราชวังดุสิต ส่วนเรือนต้นนั้นหน้าจะเป็นหมู่เรือนไทยที่อยู่ตรงกันข้ามกับพระที่นั่งวิมานเมฆ ซึ่งมีอ่างหยกขั้นอยู่ และสุดท้ายทรงตรัสถึงพระราชโอรสที่ทรงประชวรสิ้นแล้วและของถวายพระในการพระราชพิธี พระศพ
( สำเนาพระราชโทรเลข )
ที่ ๑๐ จากปากน้ำโพ
เจ้าดารารารัศมี วันที่ ๖ พฤศจิกายน ร.ศ.๑๒๘
ได้รับโทรเลขว้นที่ ๕ แล้ว ที่จริงอยากจะให้ลงมาก่อนขึ้นเรือน
จะได้มีเวลาตกแต่งอะไรสะดวก ขัดข้องอย่างเดียวด้วยที่จะให้พัก
เพราะถ้าจะอยู่เรือนใหม่ทีเดียว การขึ้นเรือนกำลังคิดหาอยู่ พัก
เรือนต้นเอาหรือไม่ บ่าวผู้หญิงไปอยู่ที่เรือนได้ทีเดียว บ่าวผู้ชาย
ได้สั่งให้พระยาวรพงศ์ ฯ จัดโรงใหญ่ที่ท่าถนนซางฮี้ ไว้สำหรับจะ
ได้อาศัย และเอาเข้าของขึ้น ถ้าจะเอาเช่นนั้นให้ถึงวันที่ ๒๑ ก็ดี
จะได้สวดมนต์รดน้ำกันเสียก่อนทีหนึ่งเงียบ ๆ ขึ้นเรือนจึงสวดอีก
อยากรู้อีกอย่างหนึ่งว่า การครัวสำหรับจะเลี้ยงพระ และผู้คน จะ
ให้ใครทำดี ถ้าหากว่าเห็นใครควรจะวานได้จะรับบอกเอง และ
จัดการให้ตลอด ถ้าเช่นนี้มีเวลาแต่งเรือน ๒ วัน สิ้นสนุกเต็มทีเสีย
แล้ว กำลังชายเพ็ญจะตายอีกคนหนึ่ง ศพชายอุรุพงศ์จะเผาเดือน ๔
ถ้าหากจะช่วยอื่น ๆ มีครบหมดแล้ว เป็นคนโทดิน โอครอบ เห็น
จะดี เพราะพระใช้เจ้าอธิการหัวเมืองทั้งนั้น สังเค็ด ๗๐.
(พระบรมนามาภิธัย) สยามินทร์
ในพระราชโทรเลขฉบับนี้ทรงตรัสถึงเรือนที่สร้างพระราชทานพระราชชายาฯที่พระราชวังดุสิต ส่วนเรือนต้นนั้นหน้าจะเป็นหมู่เรือนไทยที่อยู่ตรงกันข้ามกับพระที่นั่งวิมานเมฆ ซึ่งมีอ่างหยกขั้นอยู่ และสุดท้ายทรงตรัสถึงพระราชโอรสที่ทรงประชวรสิ้นแล้วและของถวายพระในการพระราชพิธี พระศพ
วันอังคารที่ 16 พฤศจิกายน พ.ศ. 2553
MUSEUM BENJAPON: พระประวัติ พระราชชายา เจ้าดารารัศมี
MUSEUM BENJAPON: พระประวัติ พระราชชายา เจ้าดารารัศมี: " จากพระราชหัตถเลขาในตอนที่แล้วทำให้ทราบถึงการรักษาอาการเจ็บป่วยในขณะนั้นเป็นการผสมผสานการรักษาแบบสมัยเก่าและสมัยใหม่ ซึ่งแสดงให้เห็นชัดเจ..."
พระประวัติ พระราชชายา เจ้าดารารัศมี
จากพระราชหัตถเลขาในตอนที่แล้วทำให้ทราบถึงการรักษาอาการเจ็บป่วยในขณะนั้นเป็นการผสมผสานการรักษาแบบสมัยเก่าและสมัยใหม่ ซึ่งแสดงให้เห็นชัดเจนว่าเป็นรอยต่อของการที่สยามประเทศจะก้าวสู่การเปลี่ยนแปลงทุก ๆ ด้านเลยก็ว่าได้ ทั้งเรื่องการแต่งกาย ชีวิตความเป็นอยู่ อาคารสถานที่ การปกครอง การเมือง ระบบการศึกษา การคมนาคม ศิลปวัฒนธรรมแบบตะวันตก การแพทย์ นาฎศิลป์ และอื่น ๆ อีกมากมาย ซึ่งจะมาจากในราชสำนักและแพร่ขยายไปสู่สามัญชนในที่สุด ครับในตอนนี้ผมจะอัญเชิญพระราชหัตถเลขาของพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว มานำเสนอต่อจากตอนที่แล้วดังนี้
ตอนที่ ๒ หน้าที่ ๕๑ ถึงหน้าที่ ๕๒
ได้ส่งหนังสือเรื่องละครกรมนรา ฯ ซึ่งออกใหม่อีก ๕ เรื่อง
เวลานี้แกอยู่ข้างจะเฟื่องมาก เพราะชินในการตกแต่งและเชิงที่เล่น
ทำให้เห็นท่าทางง่าย และละครของแกก็เห็นจะซ้อมง่าย เพราะมัน
รู้ทีเสียทั้งหมดทั้งนั้น สังเกตดูคนจะชอบเรื่องใหม่ ๆ แปลก ๆ มาก
กว่าเรื่องพงษาวดาร ฤาเรื่องอย่างเก่าที่ไม่ชอบพงษาวดาร เพราะ
ไม่รู้ไม่เคยอ่าน ไม่ชอบอย่างเก่า เพราะกลัวจะเป็นเร่อร่า อยาก
จะให้เก๋เกี่ยวเป็นฝรั่งมังค่าบ้าง และอีกอย่างหนึ่งนั้น ฝรั่งตื่นกันไปดู
มากนักด้วย ถ้าเป็นเรื่องใหม่ ๆ แล้วดูเข้าใจ ถ้าเรื่องเก่า ๆ ดูมัน
ห่างนมห่างเนยแลไม่เห็น พระฤกษ์ที่จะได้ดูละครกรมนรา ฯ อีก
เห็นจะเลยไปถึงเดือนสิบ เรื่องที่ชอบชมว่าดีแกยังไม่เล่น รอไว้มี
ถวายตัวก่อน บางกอกเวลานี้ฝนชุกเกือบจะไม่เว้นวัน เรื่องสนุกของ
ชาววังนั้น คือ กำลังคลั่งนา ตั้งแต่แม่เล็กเป็นต้นลงดำนาเอง
เลี้ยงดูกันเป็นหลายวัน ข้อที่เกลียดโคลนเลนนั้นหายหมด ทำได้
คล่องแคล่ว ที่โรงนาเป็นที่สบาย องค์อัจฉรและนางชุ่มผลัดกันไป
อยู่ที่นั่น ฟื้นสะบายดีขึ้นทั้งสองคน องค์อัฉรถึงเดินได้ไกล ๆ
เจ้านายที่เจ็บไข้ออดแอดอยู่ต่างคนต่างสบายขึ้น เห็นจะเป็นด้วยได้
เดินได้ ยืนมากนั้นเอง
ได้ให้จัดสะเบียงส่งอีกครั้งหนึ่ง ด้วยหวังว่าจะไปถึงก่อนเรือ
ขึ้นไป จะได้แก้ความขัดสนไปจนถึงเวลานั้น
ในหนังสือมีว่าพวกพ้องลืมเสียไม่ได้รับหนังสือจากใครนั้น ได้
บอกนางเอิบ ๆ ว่าเจ้าเองลืม ไม่มีหนังสือถึงเลย มีขึ้นไปเป็นหลาย
ฉะบับ
น้ำเชียงใหม่เวลานี้ลั่นลงมาถึงนครสวรรค์แล้ว น่าจะลงมาถึง
กรุงเทพ ฯ แต่หวังว่าจะลดเร็ว ไม่ค้างเติ่งอย่างปีกลายนี้ การที่จะ
ได้กลับดูไม่ช้าเท่าไรแล้ว ได้เขียนใบตั้งชื่อประกายแก้วส่งขึ้นมาใน
หนังสือนี้ด้วย.
(พระบรมนามาภิธัย) จุฬาลงกรณ์
จากที่ในพระราชหัตถเลขา นี้ แม่เล็ก คือสมเด็จพระศรีพัชรินทราบรมราชินีนาท ที่เสด็จแปรพระราชฐานที่วังพญาไท ซึ่งมีที่กว้างขวางในการทำการปลูกข้าว ซึ่งทำให้ผู้ที่อยู่ในพระบรมมหาราชวังได้ออกมาข้างนอกยังพระราชวังสวนดุสิต และพระราชวังพญาไท เนื่องจากการที่พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัวเสด็จประพาส ยุโรบได้ทรงเห็นราชวงศ์ยุโรปมีพระราชอุทยานนอกพระราชวังหลวงทำให้มีที่ให้ได้ทำกิจกรรมอื่น ๆ อีกมากและทำให้พระพลานามัยสมบูรณ์ เนื่องจากในพระบรมมหาราชวังฝ่ายในนั้นมีผู้คนอยู่มากมายตั้งแต่ข้าราชบริพารในพระมหากษัตริย์พระองค์ก่อน ๆ ทำให้แออัด ก็อันเนื่องมากจากสายพระเนตรอันยาวไกลของพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัวที่ ทรงเป็นนักพัฒนา เพื่อความก้าวหน้าของสยามประเทศ ซึ่งจะเกี่ยวพันกับการเมืองการปกครองและพระราชอาณาเขตของสยามด้วย.
ตอนที่ ๒ หน้าที่ ๕๑ ถึงหน้าที่ ๕๒
ได้ส่งหนังสือเรื่องละครกรมนรา ฯ ซึ่งออกใหม่อีก ๕ เรื่อง
เวลานี้แกอยู่ข้างจะเฟื่องมาก เพราะชินในการตกแต่งและเชิงที่เล่น
ทำให้เห็นท่าทางง่าย และละครของแกก็เห็นจะซ้อมง่าย เพราะมัน
รู้ทีเสียทั้งหมดทั้งนั้น สังเกตดูคนจะชอบเรื่องใหม่ ๆ แปลก ๆ มาก
กว่าเรื่องพงษาวดาร ฤาเรื่องอย่างเก่าที่ไม่ชอบพงษาวดาร เพราะ
ไม่รู้ไม่เคยอ่าน ไม่ชอบอย่างเก่า เพราะกลัวจะเป็นเร่อร่า อยาก
จะให้เก๋เกี่ยวเป็นฝรั่งมังค่าบ้าง และอีกอย่างหนึ่งนั้น ฝรั่งตื่นกันไปดู
มากนักด้วย ถ้าเป็นเรื่องใหม่ ๆ แล้วดูเข้าใจ ถ้าเรื่องเก่า ๆ ดูมัน
ห่างนมห่างเนยแลไม่เห็น พระฤกษ์ที่จะได้ดูละครกรมนรา ฯ อีก
เห็นจะเลยไปถึงเดือนสิบ เรื่องที่ชอบชมว่าดีแกยังไม่เล่น รอไว้มี
ถวายตัวก่อน บางกอกเวลานี้ฝนชุกเกือบจะไม่เว้นวัน เรื่องสนุกของ
ชาววังนั้น คือ กำลังคลั่งนา ตั้งแต่แม่เล็กเป็นต้นลงดำนาเอง
เลี้ยงดูกันเป็นหลายวัน ข้อที่เกลียดโคลนเลนนั้นหายหมด ทำได้
คล่องแคล่ว ที่โรงนาเป็นที่สบาย องค์อัจฉรและนางชุ่มผลัดกันไป
อยู่ที่นั่น ฟื้นสะบายดีขึ้นทั้งสองคน องค์อัฉรถึงเดินได้ไกล ๆ
เจ้านายที่เจ็บไข้ออดแอดอยู่ต่างคนต่างสบายขึ้น เห็นจะเป็นด้วยได้
เดินได้ ยืนมากนั้นเอง
ได้ให้จัดสะเบียงส่งอีกครั้งหนึ่ง ด้วยหวังว่าจะไปถึงก่อนเรือ
ขึ้นไป จะได้แก้ความขัดสนไปจนถึงเวลานั้น
ในหนังสือมีว่าพวกพ้องลืมเสียไม่ได้รับหนังสือจากใครนั้น ได้
บอกนางเอิบ ๆ ว่าเจ้าเองลืม ไม่มีหนังสือถึงเลย มีขึ้นไปเป็นหลาย
ฉะบับ
น้ำเชียงใหม่เวลานี้ลั่นลงมาถึงนครสวรรค์แล้ว น่าจะลงมาถึง
กรุงเทพ ฯ แต่หวังว่าจะลดเร็ว ไม่ค้างเติ่งอย่างปีกลายนี้ การที่จะ
ได้กลับดูไม่ช้าเท่าไรแล้ว ได้เขียนใบตั้งชื่อประกายแก้วส่งขึ้นมาใน
หนังสือนี้ด้วย.
(พระบรมนามาภิธัย) จุฬาลงกรณ์
จากที่ในพระราชหัตถเลขา นี้ แม่เล็ก คือสมเด็จพระศรีพัชรินทราบรมราชินีนาท ที่เสด็จแปรพระราชฐานที่วังพญาไท ซึ่งมีที่กว้างขวางในการทำการปลูกข้าว ซึ่งทำให้ผู้ที่อยู่ในพระบรมมหาราชวังได้ออกมาข้างนอกยังพระราชวังสวนดุสิต และพระราชวังพญาไท เนื่องจากการที่พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัวเสด็จประพาส ยุโรบได้ทรงเห็นราชวงศ์ยุโรปมีพระราชอุทยานนอกพระราชวังหลวงทำให้มีที่ให้ได้ทำกิจกรรมอื่น ๆ อีกมากและทำให้พระพลานามัยสมบูรณ์ เนื่องจากในพระบรมมหาราชวังฝ่ายในนั้นมีผู้คนอยู่มากมายตั้งแต่ข้าราชบริพารในพระมหากษัตริย์พระองค์ก่อน ๆ ทำให้แออัด ก็อันเนื่องมากจากสายพระเนตรอันยาวไกลของพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัวที่ ทรงเป็นนักพัฒนา เพื่อความก้าวหน้าของสยามประเทศ ซึ่งจะเกี่ยวพันกับการเมืองการปกครองและพระราชอาณาเขตของสยามด้วย.
วันอาทิตย์ที่ 14 พฤศจิกายน พ.ศ. 2553
พระประวัติ พระราชชายา เจ้าดารารัศมี
ครับจากวันก่อนที่ในพระราชโทรเลขที่ทรงตรัสถึงเหรียญฉลองกู่เจ้าหลวงเชียงใหม่นนั้นผมขอเพิ่มเติมรายละเอียดของกู่ที่พระราชชายา ทรงอัญเชิญพระอัฐิและอัฐิพระญาติ มาบรรจุตามหนังสือกู่เจ้าหลวงเชียงใหม่ ดังนี้
๑.พระอัฐิของพระเจ้ากาวิละ พระเจ้าผู้ครองนครเชียงใหม่องค์ที่ ๑
๒.พระอัฐิของเจ้าหลวงธรรมลังกาช้างเผือกเจ้าผู้ครองนครเชียงใหม่
องค์ที่ ๒
๓.พระอัฐิของเจ้าหลวงเสฎฐีคำฝั้น เจ้าผู้ครองนครเชียงใหม่องค์ที่ ๓
๔.พระอัฐิของเจ้าหลวงพุทธวงศ์ เจ้าผู้ครองนครเชียงใหม่องค์ที่ ๔
๕.พระอัฐิของพระเจ้ามโหตรประเทศ พระเจ้าผู้ครองนครเชียงใหม่
องค์ที่ ๕
๖.อัฐิพระเทวีแม่เจ้าคำแผ่น ชายาในพรเจ้ามโหตรประเทศ
๗.พระอัฐิพระเจ้ากาวิโลรสสุริยวงษ์ พระเจ้าผู้ครองเชียงใหม่องค์ที่ ๖
๘.อัฐิพระเทวีแม่เจ้าอุสาห์ ชายาในพระเจ้ากาวิโลรสสุริยวงษ์
๙.พระอัฐิพระเจ้าอินทวิชยานนท์ พระเจ้าผู้ครองนครเชียงใหม่องค์ที่ ๗
๑๐.อัฐิพระเทวีแม่เจ้าเทพไกรสรหรือแม่เจ้าทิพเกสรชายาใน
พระเจ้าอินทวิชยานนท์
๑๑.อัฐิแม่เจ้าพิณทอง (ปินตอง)
ซึ่งต่อมาได้เพิ่มจำนวนขึ้นอีกมากถึง ๑๐๔ กู่ ในวันนี้ผมจะนำพระราชหัตถเลขา ของพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว มานำเสนอต่อท่าน ดังนี้
ตอนที่ ๑ หน้าที่ ๔๙ หน้าที่ ๕๑
(สำเนาพระราชหัตถเลขา)
วันที่ ๑๑ สิงหาคม รัตนโกสินทรศก ๑๒๘
ดารา
บัดนี้เป็นเวลาที่เหรียญแจกในงานฉลองกู่แล้วเสร็จตามกำหนด
ได้สั่งให้ทำหีบบรรจุ คงจะได้ส่งในวันสองวันนี้ เหตุที่ทำให้เขียน
หนังสือฉะบับนี้ล่วงหน้าเสียก่อน เพราะวันนี้เป็นวันหนังสือน้อยกว่า
ทุกวัน รอไปบางทีเวลาจะไม่เหมาะ
เมื่อแลดูรูปพระเจดีย์ดอยสุเทพ เห็นที่กะว่าจะติดดาว นึกน่า
เสียดายเต็มทีที่ไม่มีใครจะอ่านหนังสือได้ถึงแล้ว แต่นึกไปอีกทีหนึ่ง
ติด สูง ๆ เช่นนั้นก็ดี ติดต่ำอาจหายได้เพราะทำด้วยเงินจริง ๆ มันก็
มากอยู่
เหรียญนี้แลเห็นเป็นรอยตีพิมพ์ไม่สู้เรียบร้อยหน่อยหนึ่ง เพราะ
เหตุที่มันก็ตีพิมพ์จริง ๆ จะทำอย่างอื่นก็ไม่ทัน แต่ถ้าตัวอย่างเดิม
ได้ลดวงในให้เล็กลงไปเสียอีกหน่อยหนึ่ง รัสมีกว้างออกจะงามกว่า
แต่พึ่งนึกเดี่ยวนี้ การที่ไม่ได้ นึกแต่แรกไปมัวอี๋กรมหลวงนริศฯ
ว่าตาดีเขียนเล็ก ๆ ยังเป็น มัวพูดเปื้อยไปเสียทางนั้น ที่ตั้งวงใน
โตนั้นมาตามรอยของดาวติดพระเจดีย์ เร่งรัดมากด้วยกลัวจะไม่ทัน
แต่บัดนี้เห็นว่าน่าจะเกินทัน
หมู่นี้กำลังวุ่นเรื่องชายอุรุพงศ์ ฯ เจ็บ เรื่องจะเป็นไส้ตัน
เป็นหนองอย่างลูกโต วันแรกและวันที่สองตกใจมาก คะเนว่าจะ
ต้องถึงตัดถึงผ่า ถ้าไม่เห็นตัวอย่างผู้ที่รอดมาเป็นหลายคน คงจะ
ไม่เตรียมตัวที่จะยอม นี่ทำให้เตรียมตัวยอมได้ทันที มีข้อวิตกอยู่แต่
หัวใจอ่อน พอตั้งต้นเป็นขึ้นก็รวนจะหอบเสียแล้ว แก้ไขกันด้วย
เอาน้ำเย็นปะ ยาที่กินนั้นก็ไม่มีอะไรนอกจากถ่านที่ให้ไล่ลมกับยา
แก้ปวดก็เทือกเมา ๆ ไม่หลับได้เลย และกินอะไรไม่ได้เลยสองวัน
สองคืน จึงได้ กินยานอน คราวนี้หลับด้วยยานอนทอดหนึ่ง ต่อมา
ดูเหมือนพิษเสื่อมซาไปหมด ปล่อยให้นอนหลับได้จึงมีกำลังขึ้น
เขากำหนดว่าวันที่ ๔ คือวันนี้เป็นวันที่จะตั้งหนองฤาไม่หนอง และ
เป็นวันที่จะผ่านั้นพรุ่งนี้ มีความยินดีที่จะกล่าวว่าเห็นจะไม่ต้องผ่า
แน่แล้ว สังเกตดูพิษถอย วันแรกปรอดขึ้นถึง ๑๐๔ ขาเหยียดไม่ได้
ทั้งสองขานอนตะแคงก็ไม่ได้ ปวดจนเหงี่อแตก หายใจหอบเหนื่อย
เสมอ วันที่สองตั้งแต่บ่ายมาปรอด ๑๐๓ ออกจะเชื่อม แต่ขาพอ
เหยียดออกได้บ้าง ในจวนรุ่งวันที่ ๒ นี้ได้หลับ วันที่ ๓ ปรอดลดลง
อยู่ ๑๐๐ ถ้วน ๑๐๐ เศษ ๒ ค่อยคลายปวด รู้สึกหิว พอกินน้ำซุป
ได้เล็กน้อยขาเหยียดคล่องขึ้น แต่ท้องแข็งคงอยู่ วันนี้ ปรอด ๙๙
ยังค่ำ ไม่ใคร่รู้สึกปวด เป็นแต่รู้สึกเต็มอยู่ในท้อง นอนตะแคง
ข้างขวาพอลงได้ ข้างซ้ายไม่ได้เลย เห็นว่าอาการพิษถอยลงทุกวัน
แต่เพราะไส้ ที่บวมนั้นยังแข็งอยู่ หมอว่าที่จะกล่าวว่าพ้นอันตราย
ยังไม่ได้ ต่อ ๘ วันเป็นอย่างน้อยล่วงไปแล้วจึงจะไว้ใจได้ ที่หมอ
ว่าเป็นเช่นนี้ก็เป็นความจริง เมื่อลำไส้ยังแข็งอยู่เช่นนั้น ก็อาจจะกลัดเป็น
หนองได้ จึงต้องระวัง การที่ลูกเจ็บคราวนี้ได้ความเดือดร้อนเต็มที
เพราะยังเหลืออยู่ด้วยคนเดียวเท่านั้น นอกนั้นก็ต่างคนต่างแยกกันไป
แล้ว เวลากำลังไม่สบายนึกอะไรไม่ค่อยออก จนนึกกลัวว่าถ้า
เป็นอย่างไรจะเลยหลงเสียดอกกระมัง
จากพระราชหัตถเลขาฉบับนี้ทรงพระราชภาระในการจัดทำเหรียญฉลองกู่ด้วยพระองค์เอง และต่อมาทรงเล่าเรื่องอาการป่วยของพระราชโอรสและทรงแสดงถึงความรักและหว่งใย เป็นอันมาก ด้วยยังคงอยู่ใกล้ชิดพระองค์ ในตอนที่สองของพระราชหัตถเลขา จะนำเสนอในครั้งต่อไป ขอบคุณครับ.
๑.พระอัฐิของพระเจ้ากาวิละ พระเจ้าผู้ครองนครเชียงใหม่องค์ที่ ๑
๒.พระอัฐิของเจ้าหลวงธรรมลังกาช้างเผือกเจ้าผู้ครองนครเชียงใหม่
องค์ที่ ๒
๓.พระอัฐิของเจ้าหลวงเสฎฐีคำฝั้น เจ้าผู้ครองนครเชียงใหม่องค์ที่ ๓
๔.พระอัฐิของเจ้าหลวงพุทธวงศ์ เจ้าผู้ครองนครเชียงใหม่องค์ที่ ๔
๕.พระอัฐิของพระเจ้ามโหตรประเทศ พระเจ้าผู้ครองนครเชียงใหม่
องค์ที่ ๕
๖.อัฐิพระเทวีแม่เจ้าคำแผ่น ชายาในพรเจ้ามโหตรประเทศ
๗.พระอัฐิพระเจ้ากาวิโลรสสุริยวงษ์ พระเจ้าผู้ครองเชียงใหม่องค์ที่ ๖
๘.อัฐิพระเทวีแม่เจ้าอุสาห์ ชายาในพระเจ้ากาวิโลรสสุริยวงษ์
๙.พระอัฐิพระเจ้าอินทวิชยานนท์ พระเจ้าผู้ครองนครเชียงใหม่องค์ที่ ๗
๑๐.อัฐิพระเทวีแม่เจ้าเทพไกรสรหรือแม่เจ้าทิพเกสรชายาใน
พระเจ้าอินทวิชยานนท์
๑๑.อัฐิแม่เจ้าพิณทอง (ปินตอง)
ซึ่งต่อมาได้เพิ่มจำนวนขึ้นอีกมากถึง ๑๐๔ กู่ ในวันนี้ผมจะนำพระราชหัตถเลขา ของพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว มานำเสนอต่อท่าน ดังนี้
ตอนที่ ๑ หน้าที่ ๔๙ หน้าที่ ๕๑
(สำเนาพระราชหัตถเลขา)
วันที่ ๑๑ สิงหาคม รัตนโกสินทรศก ๑๒๘
ดารา
บัดนี้เป็นเวลาที่เหรียญแจกในงานฉลองกู่แล้วเสร็จตามกำหนด
ได้สั่งให้ทำหีบบรรจุ คงจะได้ส่งในวันสองวันนี้ เหตุที่ทำให้เขียน
หนังสือฉะบับนี้ล่วงหน้าเสียก่อน เพราะวันนี้เป็นวันหนังสือน้อยกว่า
ทุกวัน รอไปบางทีเวลาจะไม่เหมาะ
เมื่อแลดูรูปพระเจดีย์ดอยสุเทพ เห็นที่กะว่าจะติดดาว นึกน่า
เสียดายเต็มทีที่ไม่มีใครจะอ่านหนังสือได้ถึงแล้ว แต่นึกไปอีกทีหนึ่ง
ติด สูง ๆ เช่นนั้นก็ดี ติดต่ำอาจหายได้เพราะทำด้วยเงินจริง ๆ มันก็
มากอยู่
เหรียญนี้แลเห็นเป็นรอยตีพิมพ์ไม่สู้เรียบร้อยหน่อยหนึ่ง เพราะ
เหตุที่มันก็ตีพิมพ์จริง ๆ จะทำอย่างอื่นก็ไม่ทัน แต่ถ้าตัวอย่างเดิม
ได้ลดวงในให้เล็กลงไปเสียอีกหน่อยหนึ่ง รัสมีกว้างออกจะงามกว่า
แต่พึ่งนึกเดี่ยวนี้ การที่ไม่ได้ นึกแต่แรกไปมัวอี๋กรมหลวงนริศฯ
ว่าตาดีเขียนเล็ก ๆ ยังเป็น มัวพูดเปื้อยไปเสียทางนั้น ที่ตั้งวงใน
โตนั้นมาตามรอยของดาวติดพระเจดีย์ เร่งรัดมากด้วยกลัวจะไม่ทัน
แต่บัดนี้เห็นว่าน่าจะเกินทัน
หมู่นี้กำลังวุ่นเรื่องชายอุรุพงศ์ ฯ เจ็บ เรื่องจะเป็นไส้ตัน
เป็นหนองอย่างลูกโต วันแรกและวันที่สองตกใจมาก คะเนว่าจะ
ต้องถึงตัดถึงผ่า ถ้าไม่เห็นตัวอย่างผู้ที่รอดมาเป็นหลายคน คงจะ
ไม่เตรียมตัวที่จะยอม นี่ทำให้เตรียมตัวยอมได้ทันที มีข้อวิตกอยู่แต่
หัวใจอ่อน พอตั้งต้นเป็นขึ้นก็รวนจะหอบเสียแล้ว แก้ไขกันด้วย
เอาน้ำเย็นปะ ยาที่กินนั้นก็ไม่มีอะไรนอกจากถ่านที่ให้ไล่ลมกับยา
แก้ปวดก็เทือกเมา ๆ ไม่หลับได้เลย และกินอะไรไม่ได้เลยสองวัน
สองคืน จึงได้ กินยานอน คราวนี้หลับด้วยยานอนทอดหนึ่ง ต่อมา
ดูเหมือนพิษเสื่อมซาไปหมด ปล่อยให้นอนหลับได้จึงมีกำลังขึ้น
เขากำหนดว่าวันที่ ๔ คือวันนี้เป็นวันที่จะตั้งหนองฤาไม่หนอง และ
เป็นวันที่จะผ่านั้นพรุ่งนี้ มีความยินดีที่จะกล่าวว่าเห็นจะไม่ต้องผ่า
แน่แล้ว สังเกตดูพิษถอย วันแรกปรอดขึ้นถึง ๑๐๔ ขาเหยียดไม่ได้
ทั้งสองขานอนตะแคงก็ไม่ได้ ปวดจนเหงี่อแตก หายใจหอบเหนื่อย
เสมอ วันที่สองตั้งแต่บ่ายมาปรอด ๑๐๓ ออกจะเชื่อม แต่ขาพอ
เหยียดออกได้บ้าง ในจวนรุ่งวันที่ ๒ นี้ได้หลับ วันที่ ๓ ปรอดลดลง
อยู่ ๑๐๐ ถ้วน ๑๐๐ เศษ ๒ ค่อยคลายปวด รู้สึกหิว พอกินน้ำซุป
ได้เล็กน้อยขาเหยียดคล่องขึ้น แต่ท้องแข็งคงอยู่ วันนี้ ปรอด ๙๙
ยังค่ำ ไม่ใคร่รู้สึกปวด เป็นแต่รู้สึกเต็มอยู่ในท้อง นอนตะแคง
ข้างขวาพอลงได้ ข้างซ้ายไม่ได้เลย เห็นว่าอาการพิษถอยลงทุกวัน
แต่เพราะไส้ ที่บวมนั้นยังแข็งอยู่ หมอว่าที่จะกล่าวว่าพ้นอันตราย
ยังไม่ได้ ต่อ ๘ วันเป็นอย่างน้อยล่วงไปแล้วจึงจะไว้ใจได้ ที่หมอ
ว่าเป็นเช่นนี้ก็เป็นความจริง เมื่อลำไส้ยังแข็งอยู่เช่นนั้น ก็อาจจะกลัดเป็น
หนองได้ จึงต้องระวัง การที่ลูกเจ็บคราวนี้ได้ความเดือดร้อนเต็มที
เพราะยังเหลืออยู่ด้วยคนเดียวเท่านั้น นอกนั้นก็ต่างคนต่างแยกกันไป
แล้ว เวลากำลังไม่สบายนึกอะไรไม่ค่อยออก จนนึกกลัวว่าถ้า
เป็นอย่างไรจะเลยหลงเสียดอกกระมัง
จากพระราชหัตถเลขาฉบับนี้ทรงพระราชภาระในการจัดทำเหรียญฉลองกู่ด้วยพระองค์เอง และต่อมาทรงเล่าเรื่องอาการป่วยของพระราชโอรสและทรงแสดงถึงความรักและหว่งใย เป็นอันมาก ด้วยยังคงอยู่ใกล้ชิดพระองค์ ในตอนที่สองของพระราชหัตถเลขา จะนำเสนอในครั้งต่อไป ขอบคุณครับ.
สมัครสมาชิก:
บทความ (Atom)
การ์เรียนเชิญเปิดและชมนิทรรศการ
นิทรรศการตั้งแต่ ๑๕ พย.ถึง ๑๕ ธค.นี้
In this photograph if you know please tell me where they are ?
ภาพถ่ายชุดนี้ คุณพ่อผมถ่ายไว้เป็นจำนวนมากเมื่อ ไปอยู่ที่ประเทศสหรัฐอเมริกา ประมาณ หกสิบ ถึงเจ็ดสิบปีมาแล้ว ท่านเสียชีวิตไปปี ๒๕๑๓ เอกสารบางอย่างถูกน้ำถ่วมและสูญหาย ทำให้ไม่ทราบถึงสถานที่ในภาพ ถ้าหากท่านทราบกรุณาบอกผมด้วยขอบคุณครับ
In this photograph if you know pleas tell me where they are ?
รูปแกะสลักนี้ตั้งอยู่ที่ไหนครับทราบโปรดบอกด้วยครับขอบคุณครับ
Please tell me where they are ?
รูปเหล่านี้เป็นเทพฯของอียิปต์ยุกต์โบราณ
Please tell me where they are ?
หน้าจะเป็นเทพฯ หรือ ราชินีองค์หนึ่งในอียิปต์โบราณ ถ้าสรวมหมวกรูปบัลลังก์ จะป็นเทพไอซิส
Please tell me were they are ?
Please tell me where they are ?
พระบาทสมเด็จพระรามาธิบดีศรีสินทรมหาจุฬาลงกรณ์ พระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู้หัว
พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว พระพุทธเจ้าหลวง พระปิยมหาราช เทิดพระเกียรติในวาระ ๑๐๐ ปี วันสวรรคต ๒๓ ตุลาคม พ.ศ.๒๕๔๓ (มีบทความด้านล่าง)
พระโกศทองใหญ่ทรงพระบรมศพ พระบาทสมเด็จพระรามาธิบดีศรีสินทรมหาจุฬาลงกรณ์ พระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว
พระบรมศพประดิษฐาน ณ พระที่นั่งดุสิตมหาปราสาท ในพระบรมมหาราชวัง
สมเด็จพระศรีนครินทราบรมราชชนนี
๑๑๐ ปี แสงรวีศรีนครินทร์รุ่งโรจน์มิรู้ลืม ด้วยเกล้าด้วยกระหม่อม ข้าพระพุทธเจ้า นายเบญจพล สิทธิประณีต.
สมเด็จพระศรีนครินทราบรมราชชนนี พระโอรสธิดา
สมเด็จย่าทรงกับพระโอรสธิดาครั้งทรงพระเยาว์
พระบาทสมเด็จพระปรเมนทรมหาอานันทมหิดล พระอัฐรามาธิบดินทร รัชการที่ ๘ สมเด็จย่า ฯ พระอนุชา
ในหลวงรัชการที่ ๘ สมเด็จย่า และพระอนุชา (ในหลวงรัชกาลที่ ๙)
ทรงงาน
พระบามสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวภูมิพลอดุลยเดช รัชการที่ ๙ และ สมเด็จพระศรีนครินทราบรมราชชนนี ทรงงาน
สมเด็จแม่ฯ
สมเด็จพระศรีนครินทราบรมราชชนนี และ พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวภูมิพลอดุลยเดช รัชกาลที่ ๙
สูจิบัตร นิทรรศการเฉลิมพระเกียรติ ๑๐๙ ปี แสงรวีศรีนครินทร์รุ่งโรจน์ มิรู้ลืม
นิทรรศการ ๑๐๙ ปี แสงรวีศรีนครินทร์รุ่งโรจน์ มิรู้ลืม ณ.ศูนย์ศิลป์ศรีพิพัฒน์(แพ บุนนาค) งานเฉลิมฉลองครบรอบ ๑๐๙ ปี วันคล้ายวันพระราชสมภพ สมเด็จพระศรีนครินทราบรมราชชนนี วันที่ ๒๑ ตุลาคม พ.ศ.๒๕๕๒ (มีรูปงานนิทรรศการด้านล่าง)
My collection-ภาพเก่าเล่าอดีต พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวภูมิพลอดุลยเดช
เสด็จพระราชดำเนินวัดพระบรมธาตุดอยสุเทพ เชียงใหม่(พ.ศ.2501)
สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิตบรมราชินีนาท(พ.ศ.2501)
เสด็จพระราชดำเนินวัดพระบรมธาตุดอยสุเทพ จังหวัดเชียงใหม่
พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวและสมเด็จพระบรมราชินีนาท(พ.ศ.2501)
ทั้งสองพระองค์บริเวณบันไดนาควัดพระบรมธาตุดอยสุเทพ จ.เชียงใหม่
พระบัวเข็ม
พระบัวเข็ม ที่บ้านจะมีจานเชิงใส่นำรองอยู่ด้านล่างองค์พระซึ่งทำจากไม้ลงรักปิดทอง
The way of life in U.S.A.
Tn the town by Vimol Siddhipraneet.
The way of life in u.s.a.
In the town.
The way of life in U.S.A.
In the town.
The way of life in U.S.A.
In the town.
The way of life in U.S.A.
In the town.
The way of life in U.S.A.
In the town.
The way of life in U.S.A.
In the town.
The way of life in U.S.A
In the town.
ภาพถ่ายในสหรัฐอเมริกา
ถ่ายโดย คุณพ่อวิมล สิทธิประณีต.เมื่อครั้งไปสหรัฐอเมริกา
ภาพถ่ายในประเทศสหรัฐอเมริกา
คุณพ่อวิมล สิทธิประณีต.ถ่าย เมื่อทำงานสำนักข่าวสารอเมริกัน
ภาพถ่ายที่ประเทศสหรัฐอเมริกา
คุณพ่อวิมล สิทธิประณีต.ถ่าย ล้าง และอัดเอง ท่านมีห้องมืดที่บ้าน.