ป้ายด้านหน้าพิพิธภัณฑ์ เปิด ศุกร์ เสาร์ อาทิตย์ ๑๐.๓๐ น.ถึง ๑๕.๓๐ น. เชิงสะพานนวรัฐ ฝั่งตะวันออก
วันอังคารที่ 16 พฤศจิกายน พ.ศ. 2553
MUSEUM BENJAPON: พระประวัติ พระราชชายา เจ้าดารารัศมี
MUSEUM BENJAPON: พระประวัติ พระราชชายา เจ้าดารารัศมี: " จากพระราชหัตถเลขาในตอนที่แล้วทำให้ทราบถึงการรักษาอาการเจ็บป่วยในขณะนั้นเป็นการผสมผสานการรักษาแบบสมัยเก่าและสมัยใหม่ ซึ่งแสดงให้เห็นชัดเจ..."
พระประวัติ พระราชชายา เจ้าดารารัศมี
จากพระราชหัตถเลขาในตอนที่แล้วทำให้ทราบถึงการรักษาอาการเจ็บป่วยในขณะนั้นเป็นการผสมผสานการรักษาแบบสมัยเก่าและสมัยใหม่ ซึ่งแสดงให้เห็นชัดเจนว่าเป็นรอยต่อของการที่สยามประเทศจะก้าวสู่การเปลี่ยนแปลงทุก ๆ ด้านเลยก็ว่าได้ ทั้งเรื่องการแต่งกาย ชีวิตความเป็นอยู่ อาคารสถานที่ การปกครอง การเมือง ระบบการศึกษา การคมนาคม ศิลปวัฒนธรรมแบบตะวันตก การแพทย์ นาฎศิลป์ และอื่น ๆ อีกมากมาย ซึ่งจะมาจากในราชสำนักและแพร่ขยายไปสู่สามัญชนในที่สุด ครับในตอนนี้ผมจะอัญเชิญพระราชหัตถเลขาของพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว มานำเสนอต่อจากตอนที่แล้วดังนี้
ตอนที่ ๒ หน้าที่ ๕๑ ถึงหน้าที่ ๕๒
ได้ส่งหนังสือเรื่องละครกรมนรา ฯ ซึ่งออกใหม่อีก ๕ เรื่อง
เวลานี้แกอยู่ข้างจะเฟื่องมาก เพราะชินในการตกแต่งและเชิงที่เล่น
ทำให้เห็นท่าทางง่าย และละครของแกก็เห็นจะซ้อมง่าย เพราะมัน
รู้ทีเสียทั้งหมดทั้งนั้น สังเกตดูคนจะชอบเรื่องใหม่ ๆ แปลก ๆ มาก
กว่าเรื่องพงษาวดาร ฤาเรื่องอย่างเก่าที่ไม่ชอบพงษาวดาร เพราะ
ไม่รู้ไม่เคยอ่าน ไม่ชอบอย่างเก่า เพราะกลัวจะเป็นเร่อร่า อยาก
จะให้เก๋เกี่ยวเป็นฝรั่งมังค่าบ้าง และอีกอย่างหนึ่งนั้น ฝรั่งตื่นกันไปดู
มากนักด้วย ถ้าเป็นเรื่องใหม่ ๆ แล้วดูเข้าใจ ถ้าเรื่องเก่า ๆ ดูมัน
ห่างนมห่างเนยแลไม่เห็น พระฤกษ์ที่จะได้ดูละครกรมนรา ฯ อีก
เห็นจะเลยไปถึงเดือนสิบ เรื่องที่ชอบชมว่าดีแกยังไม่เล่น รอไว้มี
ถวายตัวก่อน บางกอกเวลานี้ฝนชุกเกือบจะไม่เว้นวัน เรื่องสนุกของ
ชาววังนั้น คือ กำลังคลั่งนา ตั้งแต่แม่เล็กเป็นต้นลงดำนาเอง
เลี้ยงดูกันเป็นหลายวัน ข้อที่เกลียดโคลนเลนนั้นหายหมด ทำได้
คล่องแคล่ว ที่โรงนาเป็นที่สบาย องค์อัจฉรและนางชุ่มผลัดกันไป
อยู่ที่นั่น ฟื้นสะบายดีขึ้นทั้งสองคน องค์อัฉรถึงเดินได้ไกล ๆ
เจ้านายที่เจ็บไข้ออดแอดอยู่ต่างคนต่างสบายขึ้น เห็นจะเป็นด้วยได้
เดินได้ ยืนมากนั้นเอง
ได้ให้จัดสะเบียงส่งอีกครั้งหนึ่ง ด้วยหวังว่าจะไปถึงก่อนเรือ
ขึ้นไป จะได้แก้ความขัดสนไปจนถึงเวลานั้น
ในหนังสือมีว่าพวกพ้องลืมเสียไม่ได้รับหนังสือจากใครนั้น ได้
บอกนางเอิบ ๆ ว่าเจ้าเองลืม ไม่มีหนังสือถึงเลย มีขึ้นไปเป็นหลาย
ฉะบับ
น้ำเชียงใหม่เวลานี้ลั่นลงมาถึงนครสวรรค์แล้ว น่าจะลงมาถึง
กรุงเทพ ฯ แต่หวังว่าจะลดเร็ว ไม่ค้างเติ่งอย่างปีกลายนี้ การที่จะ
ได้กลับดูไม่ช้าเท่าไรแล้ว ได้เขียนใบตั้งชื่อประกายแก้วส่งขึ้นมาใน
หนังสือนี้ด้วย.
(พระบรมนามาภิธัย) จุฬาลงกรณ์
จากที่ในพระราชหัตถเลขา นี้ แม่เล็ก คือสมเด็จพระศรีพัชรินทราบรมราชินีนาท ที่เสด็จแปรพระราชฐานที่วังพญาไท ซึ่งมีที่กว้างขวางในการทำการปลูกข้าว ซึ่งทำให้ผู้ที่อยู่ในพระบรมมหาราชวังได้ออกมาข้างนอกยังพระราชวังสวนดุสิต และพระราชวังพญาไท เนื่องจากการที่พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัวเสด็จประพาส ยุโรบได้ทรงเห็นราชวงศ์ยุโรปมีพระราชอุทยานนอกพระราชวังหลวงทำให้มีที่ให้ได้ทำกิจกรรมอื่น ๆ อีกมากและทำให้พระพลานามัยสมบูรณ์ เนื่องจากในพระบรมมหาราชวังฝ่ายในนั้นมีผู้คนอยู่มากมายตั้งแต่ข้าราชบริพารในพระมหากษัตริย์พระองค์ก่อน ๆ ทำให้แออัด ก็อันเนื่องมากจากสายพระเนตรอันยาวไกลของพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัวที่ ทรงเป็นนักพัฒนา เพื่อความก้าวหน้าของสยามประเทศ ซึ่งจะเกี่ยวพันกับการเมืองการปกครองและพระราชอาณาเขตของสยามด้วย.
ตอนที่ ๒ หน้าที่ ๕๑ ถึงหน้าที่ ๕๒
ได้ส่งหนังสือเรื่องละครกรมนรา ฯ ซึ่งออกใหม่อีก ๕ เรื่อง
เวลานี้แกอยู่ข้างจะเฟื่องมาก เพราะชินในการตกแต่งและเชิงที่เล่น
ทำให้เห็นท่าทางง่าย และละครของแกก็เห็นจะซ้อมง่าย เพราะมัน
รู้ทีเสียทั้งหมดทั้งนั้น สังเกตดูคนจะชอบเรื่องใหม่ ๆ แปลก ๆ มาก
กว่าเรื่องพงษาวดาร ฤาเรื่องอย่างเก่าที่ไม่ชอบพงษาวดาร เพราะ
ไม่รู้ไม่เคยอ่าน ไม่ชอบอย่างเก่า เพราะกลัวจะเป็นเร่อร่า อยาก
จะให้เก๋เกี่ยวเป็นฝรั่งมังค่าบ้าง และอีกอย่างหนึ่งนั้น ฝรั่งตื่นกันไปดู
มากนักด้วย ถ้าเป็นเรื่องใหม่ ๆ แล้วดูเข้าใจ ถ้าเรื่องเก่า ๆ ดูมัน
ห่างนมห่างเนยแลไม่เห็น พระฤกษ์ที่จะได้ดูละครกรมนรา ฯ อีก
เห็นจะเลยไปถึงเดือนสิบ เรื่องที่ชอบชมว่าดีแกยังไม่เล่น รอไว้มี
ถวายตัวก่อน บางกอกเวลานี้ฝนชุกเกือบจะไม่เว้นวัน เรื่องสนุกของ
ชาววังนั้น คือ กำลังคลั่งนา ตั้งแต่แม่เล็กเป็นต้นลงดำนาเอง
เลี้ยงดูกันเป็นหลายวัน ข้อที่เกลียดโคลนเลนนั้นหายหมด ทำได้
คล่องแคล่ว ที่โรงนาเป็นที่สบาย องค์อัจฉรและนางชุ่มผลัดกันไป
อยู่ที่นั่น ฟื้นสะบายดีขึ้นทั้งสองคน องค์อัฉรถึงเดินได้ไกล ๆ
เจ้านายที่เจ็บไข้ออดแอดอยู่ต่างคนต่างสบายขึ้น เห็นจะเป็นด้วยได้
เดินได้ ยืนมากนั้นเอง
ได้ให้จัดสะเบียงส่งอีกครั้งหนึ่ง ด้วยหวังว่าจะไปถึงก่อนเรือ
ขึ้นไป จะได้แก้ความขัดสนไปจนถึงเวลานั้น
ในหนังสือมีว่าพวกพ้องลืมเสียไม่ได้รับหนังสือจากใครนั้น ได้
บอกนางเอิบ ๆ ว่าเจ้าเองลืม ไม่มีหนังสือถึงเลย มีขึ้นไปเป็นหลาย
ฉะบับ
น้ำเชียงใหม่เวลานี้ลั่นลงมาถึงนครสวรรค์แล้ว น่าจะลงมาถึง
กรุงเทพ ฯ แต่หวังว่าจะลดเร็ว ไม่ค้างเติ่งอย่างปีกลายนี้ การที่จะ
ได้กลับดูไม่ช้าเท่าไรแล้ว ได้เขียนใบตั้งชื่อประกายแก้วส่งขึ้นมาใน
หนังสือนี้ด้วย.
(พระบรมนามาภิธัย) จุฬาลงกรณ์
จากที่ในพระราชหัตถเลขา นี้ แม่เล็ก คือสมเด็จพระศรีพัชรินทราบรมราชินีนาท ที่เสด็จแปรพระราชฐานที่วังพญาไท ซึ่งมีที่กว้างขวางในการทำการปลูกข้าว ซึ่งทำให้ผู้ที่อยู่ในพระบรมมหาราชวังได้ออกมาข้างนอกยังพระราชวังสวนดุสิต และพระราชวังพญาไท เนื่องจากการที่พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัวเสด็จประพาส ยุโรบได้ทรงเห็นราชวงศ์ยุโรปมีพระราชอุทยานนอกพระราชวังหลวงทำให้มีที่ให้ได้ทำกิจกรรมอื่น ๆ อีกมากและทำให้พระพลานามัยสมบูรณ์ เนื่องจากในพระบรมมหาราชวังฝ่ายในนั้นมีผู้คนอยู่มากมายตั้งแต่ข้าราชบริพารในพระมหากษัตริย์พระองค์ก่อน ๆ ทำให้แออัด ก็อันเนื่องมากจากสายพระเนตรอันยาวไกลของพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัวที่ ทรงเป็นนักพัฒนา เพื่อความก้าวหน้าของสยามประเทศ ซึ่งจะเกี่ยวพันกับการเมืองการปกครองและพระราชอาณาเขตของสยามด้วย.
วันอาทิตย์ที่ 14 พฤศจิกายน พ.ศ. 2553
พระประวัติ พระราชชายา เจ้าดารารัศมี
ครับจากวันก่อนที่ในพระราชโทรเลขที่ทรงตรัสถึงเหรียญฉลองกู่เจ้าหลวงเชียงใหม่นนั้นผมขอเพิ่มเติมรายละเอียดของกู่ที่พระราชชายา ทรงอัญเชิญพระอัฐิและอัฐิพระญาติ มาบรรจุตามหนังสือกู่เจ้าหลวงเชียงใหม่ ดังนี้
๑.พระอัฐิของพระเจ้ากาวิละ พระเจ้าผู้ครองนครเชียงใหม่องค์ที่ ๑
๒.พระอัฐิของเจ้าหลวงธรรมลังกาช้างเผือกเจ้าผู้ครองนครเชียงใหม่
องค์ที่ ๒
๓.พระอัฐิของเจ้าหลวงเสฎฐีคำฝั้น เจ้าผู้ครองนครเชียงใหม่องค์ที่ ๓
๔.พระอัฐิของเจ้าหลวงพุทธวงศ์ เจ้าผู้ครองนครเชียงใหม่องค์ที่ ๔
๕.พระอัฐิของพระเจ้ามโหตรประเทศ พระเจ้าผู้ครองนครเชียงใหม่
องค์ที่ ๕
๖.อัฐิพระเทวีแม่เจ้าคำแผ่น ชายาในพรเจ้ามโหตรประเทศ
๗.พระอัฐิพระเจ้ากาวิโลรสสุริยวงษ์ พระเจ้าผู้ครองเชียงใหม่องค์ที่ ๖
๘.อัฐิพระเทวีแม่เจ้าอุสาห์ ชายาในพระเจ้ากาวิโลรสสุริยวงษ์
๙.พระอัฐิพระเจ้าอินทวิชยานนท์ พระเจ้าผู้ครองนครเชียงใหม่องค์ที่ ๗
๑๐.อัฐิพระเทวีแม่เจ้าเทพไกรสรหรือแม่เจ้าทิพเกสรชายาใน
พระเจ้าอินทวิชยานนท์
๑๑.อัฐิแม่เจ้าพิณทอง (ปินตอง)
ซึ่งต่อมาได้เพิ่มจำนวนขึ้นอีกมากถึง ๑๐๔ กู่ ในวันนี้ผมจะนำพระราชหัตถเลขา ของพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว มานำเสนอต่อท่าน ดังนี้
ตอนที่ ๑ หน้าที่ ๔๙ หน้าที่ ๕๑
(สำเนาพระราชหัตถเลขา)
วันที่ ๑๑ สิงหาคม รัตนโกสินทรศก ๑๒๘
ดารา
บัดนี้เป็นเวลาที่เหรียญแจกในงานฉลองกู่แล้วเสร็จตามกำหนด
ได้สั่งให้ทำหีบบรรจุ คงจะได้ส่งในวันสองวันนี้ เหตุที่ทำให้เขียน
หนังสือฉะบับนี้ล่วงหน้าเสียก่อน เพราะวันนี้เป็นวันหนังสือน้อยกว่า
ทุกวัน รอไปบางทีเวลาจะไม่เหมาะ
เมื่อแลดูรูปพระเจดีย์ดอยสุเทพ เห็นที่กะว่าจะติดดาว นึกน่า
เสียดายเต็มทีที่ไม่มีใครจะอ่านหนังสือได้ถึงแล้ว แต่นึกไปอีกทีหนึ่ง
ติด สูง ๆ เช่นนั้นก็ดี ติดต่ำอาจหายได้เพราะทำด้วยเงินจริง ๆ มันก็
มากอยู่
เหรียญนี้แลเห็นเป็นรอยตีพิมพ์ไม่สู้เรียบร้อยหน่อยหนึ่ง เพราะ
เหตุที่มันก็ตีพิมพ์จริง ๆ จะทำอย่างอื่นก็ไม่ทัน แต่ถ้าตัวอย่างเดิม
ได้ลดวงในให้เล็กลงไปเสียอีกหน่อยหนึ่ง รัสมีกว้างออกจะงามกว่า
แต่พึ่งนึกเดี่ยวนี้ การที่ไม่ได้ นึกแต่แรกไปมัวอี๋กรมหลวงนริศฯ
ว่าตาดีเขียนเล็ก ๆ ยังเป็น มัวพูดเปื้อยไปเสียทางนั้น ที่ตั้งวงใน
โตนั้นมาตามรอยของดาวติดพระเจดีย์ เร่งรัดมากด้วยกลัวจะไม่ทัน
แต่บัดนี้เห็นว่าน่าจะเกินทัน
หมู่นี้กำลังวุ่นเรื่องชายอุรุพงศ์ ฯ เจ็บ เรื่องจะเป็นไส้ตัน
เป็นหนองอย่างลูกโต วันแรกและวันที่สองตกใจมาก คะเนว่าจะ
ต้องถึงตัดถึงผ่า ถ้าไม่เห็นตัวอย่างผู้ที่รอดมาเป็นหลายคน คงจะ
ไม่เตรียมตัวที่จะยอม นี่ทำให้เตรียมตัวยอมได้ทันที มีข้อวิตกอยู่แต่
หัวใจอ่อน พอตั้งต้นเป็นขึ้นก็รวนจะหอบเสียแล้ว แก้ไขกันด้วย
เอาน้ำเย็นปะ ยาที่กินนั้นก็ไม่มีอะไรนอกจากถ่านที่ให้ไล่ลมกับยา
แก้ปวดก็เทือกเมา ๆ ไม่หลับได้เลย และกินอะไรไม่ได้เลยสองวัน
สองคืน จึงได้ กินยานอน คราวนี้หลับด้วยยานอนทอดหนึ่ง ต่อมา
ดูเหมือนพิษเสื่อมซาไปหมด ปล่อยให้นอนหลับได้จึงมีกำลังขึ้น
เขากำหนดว่าวันที่ ๔ คือวันนี้เป็นวันที่จะตั้งหนองฤาไม่หนอง และ
เป็นวันที่จะผ่านั้นพรุ่งนี้ มีความยินดีที่จะกล่าวว่าเห็นจะไม่ต้องผ่า
แน่แล้ว สังเกตดูพิษถอย วันแรกปรอดขึ้นถึง ๑๐๔ ขาเหยียดไม่ได้
ทั้งสองขานอนตะแคงก็ไม่ได้ ปวดจนเหงี่อแตก หายใจหอบเหนื่อย
เสมอ วันที่สองตั้งแต่บ่ายมาปรอด ๑๐๓ ออกจะเชื่อม แต่ขาพอ
เหยียดออกได้บ้าง ในจวนรุ่งวันที่ ๒ นี้ได้หลับ วันที่ ๓ ปรอดลดลง
อยู่ ๑๐๐ ถ้วน ๑๐๐ เศษ ๒ ค่อยคลายปวด รู้สึกหิว พอกินน้ำซุป
ได้เล็กน้อยขาเหยียดคล่องขึ้น แต่ท้องแข็งคงอยู่ วันนี้ ปรอด ๙๙
ยังค่ำ ไม่ใคร่รู้สึกปวด เป็นแต่รู้สึกเต็มอยู่ในท้อง นอนตะแคง
ข้างขวาพอลงได้ ข้างซ้ายไม่ได้เลย เห็นว่าอาการพิษถอยลงทุกวัน
แต่เพราะไส้ ที่บวมนั้นยังแข็งอยู่ หมอว่าที่จะกล่าวว่าพ้นอันตราย
ยังไม่ได้ ต่อ ๘ วันเป็นอย่างน้อยล่วงไปแล้วจึงจะไว้ใจได้ ที่หมอ
ว่าเป็นเช่นนี้ก็เป็นความจริง เมื่อลำไส้ยังแข็งอยู่เช่นนั้น ก็อาจจะกลัดเป็น
หนองได้ จึงต้องระวัง การที่ลูกเจ็บคราวนี้ได้ความเดือดร้อนเต็มที
เพราะยังเหลืออยู่ด้วยคนเดียวเท่านั้น นอกนั้นก็ต่างคนต่างแยกกันไป
แล้ว เวลากำลังไม่สบายนึกอะไรไม่ค่อยออก จนนึกกลัวว่าถ้า
เป็นอย่างไรจะเลยหลงเสียดอกกระมัง
จากพระราชหัตถเลขาฉบับนี้ทรงพระราชภาระในการจัดทำเหรียญฉลองกู่ด้วยพระองค์เอง และต่อมาทรงเล่าเรื่องอาการป่วยของพระราชโอรสและทรงแสดงถึงความรักและหว่งใย เป็นอันมาก ด้วยยังคงอยู่ใกล้ชิดพระองค์ ในตอนที่สองของพระราชหัตถเลขา จะนำเสนอในครั้งต่อไป ขอบคุณครับ.
๑.พระอัฐิของพระเจ้ากาวิละ พระเจ้าผู้ครองนครเชียงใหม่องค์ที่ ๑
๒.พระอัฐิของเจ้าหลวงธรรมลังกาช้างเผือกเจ้าผู้ครองนครเชียงใหม่
องค์ที่ ๒
๓.พระอัฐิของเจ้าหลวงเสฎฐีคำฝั้น เจ้าผู้ครองนครเชียงใหม่องค์ที่ ๓
๔.พระอัฐิของเจ้าหลวงพุทธวงศ์ เจ้าผู้ครองนครเชียงใหม่องค์ที่ ๔
๕.พระอัฐิของพระเจ้ามโหตรประเทศ พระเจ้าผู้ครองนครเชียงใหม่
องค์ที่ ๕
๖.อัฐิพระเทวีแม่เจ้าคำแผ่น ชายาในพรเจ้ามโหตรประเทศ
๗.พระอัฐิพระเจ้ากาวิโลรสสุริยวงษ์ พระเจ้าผู้ครองเชียงใหม่องค์ที่ ๖
๘.อัฐิพระเทวีแม่เจ้าอุสาห์ ชายาในพระเจ้ากาวิโลรสสุริยวงษ์
๙.พระอัฐิพระเจ้าอินทวิชยานนท์ พระเจ้าผู้ครองนครเชียงใหม่องค์ที่ ๗
๑๐.อัฐิพระเทวีแม่เจ้าเทพไกรสรหรือแม่เจ้าทิพเกสรชายาใน
พระเจ้าอินทวิชยานนท์
๑๑.อัฐิแม่เจ้าพิณทอง (ปินตอง)
ซึ่งต่อมาได้เพิ่มจำนวนขึ้นอีกมากถึง ๑๐๔ กู่ ในวันนี้ผมจะนำพระราชหัตถเลขา ของพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว มานำเสนอต่อท่าน ดังนี้
ตอนที่ ๑ หน้าที่ ๔๙ หน้าที่ ๕๑
(สำเนาพระราชหัตถเลขา)
วันที่ ๑๑ สิงหาคม รัตนโกสินทรศก ๑๒๘
ดารา
บัดนี้เป็นเวลาที่เหรียญแจกในงานฉลองกู่แล้วเสร็จตามกำหนด
ได้สั่งให้ทำหีบบรรจุ คงจะได้ส่งในวันสองวันนี้ เหตุที่ทำให้เขียน
หนังสือฉะบับนี้ล่วงหน้าเสียก่อน เพราะวันนี้เป็นวันหนังสือน้อยกว่า
ทุกวัน รอไปบางทีเวลาจะไม่เหมาะ
เมื่อแลดูรูปพระเจดีย์ดอยสุเทพ เห็นที่กะว่าจะติดดาว นึกน่า
เสียดายเต็มทีที่ไม่มีใครจะอ่านหนังสือได้ถึงแล้ว แต่นึกไปอีกทีหนึ่ง
ติด สูง ๆ เช่นนั้นก็ดี ติดต่ำอาจหายได้เพราะทำด้วยเงินจริง ๆ มันก็
มากอยู่
เหรียญนี้แลเห็นเป็นรอยตีพิมพ์ไม่สู้เรียบร้อยหน่อยหนึ่ง เพราะ
เหตุที่มันก็ตีพิมพ์จริง ๆ จะทำอย่างอื่นก็ไม่ทัน แต่ถ้าตัวอย่างเดิม
ได้ลดวงในให้เล็กลงไปเสียอีกหน่อยหนึ่ง รัสมีกว้างออกจะงามกว่า
แต่พึ่งนึกเดี่ยวนี้ การที่ไม่ได้ นึกแต่แรกไปมัวอี๋กรมหลวงนริศฯ
ว่าตาดีเขียนเล็ก ๆ ยังเป็น มัวพูดเปื้อยไปเสียทางนั้น ที่ตั้งวงใน
โตนั้นมาตามรอยของดาวติดพระเจดีย์ เร่งรัดมากด้วยกลัวจะไม่ทัน
แต่บัดนี้เห็นว่าน่าจะเกินทัน
หมู่นี้กำลังวุ่นเรื่องชายอุรุพงศ์ ฯ เจ็บ เรื่องจะเป็นไส้ตัน
เป็นหนองอย่างลูกโต วันแรกและวันที่สองตกใจมาก คะเนว่าจะ
ต้องถึงตัดถึงผ่า ถ้าไม่เห็นตัวอย่างผู้ที่รอดมาเป็นหลายคน คงจะ
ไม่เตรียมตัวที่จะยอม นี่ทำให้เตรียมตัวยอมได้ทันที มีข้อวิตกอยู่แต่
หัวใจอ่อน พอตั้งต้นเป็นขึ้นก็รวนจะหอบเสียแล้ว แก้ไขกันด้วย
เอาน้ำเย็นปะ ยาที่กินนั้นก็ไม่มีอะไรนอกจากถ่านที่ให้ไล่ลมกับยา
แก้ปวดก็เทือกเมา ๆ ไม่หลับได้เลย และกินอะไรไม่ได้เลยสองวัน
สองคืน จึงได้ กินยานอน คราวนี้หลับด้วยยานอนทอดหนึ่ง ต่อมา
ดูเหมือนพิษเสื่อมซาไปหมด ปล่อยให้นอนหลับได้จึงมีกำลังขึ้น
เขากำหนดว่าวันที่ ๔ คือวันนี้เป็นวันที่จะตั้งหนองฤาไม่หนอง และ
เป็นวันที่จะผ่านั้นพรุ่งนี้ มีความยินดีที่จะกล่าวว่าเห็นจะไม่ต้องผ่า
แน่แล้ว สังเกตดูพิษถอย วันแรกปรอดขึ้นถึง ๑๐๔ ขาเหยียดไม่ได้
ทั้งสองขานอนตะแคงก็ไม่ได้ ปวดจนเหงี่อแตก หายใจหอบเหนื่อย
เสมอ วันที่สองตั้งแต่บ่ายมาปรอด ๑๐๓ ออกจะเชื่อม แต่ขาพอ
เหยียดออกได้บ้าง ในจวนรุ่งวันที่ ๒ นี้ได้หลับ วันที่ ๓ ปรอดลดลง
อยู่ ๑๐๐ ถ้วน ๑๐๐ เศษ ๒ ค่อยคลายปวด รู้สึกหิว พอกินน้ำซุป
ได้เล็กน้อยขาเหยียดคล่องขึ้น แต่ท้องแข็งคงอยู่ วันนี้ ปรอด ๙๙
ยังค่ำ ไม่ใคร่รู้สึกปวด เป็นแต่รู้สึกเต็มอยู่ในท้อง นอนตะแคง
ข้างขวาพอลงได้ ข้างซ้ายไม่ได้เลย เห็นว่าอาการพิษถอยลงทุกวัน
แต่เพราะไส้ ที่บวมนั้นยังแข็งอยู่ หมอว่าที่จะกล่าวว่าพ้นอันตราย
ยังไม่ได้ ต่อ ๘ วันเป็นอย่างน้อยล่วงไปแล้วจึงจะไว้ใจได้ ที่หมอ
ว่าเป็นเช่นนี้ก็เป็นความจริง เมื่อลำไส้ยังแข็งอยู่เช่นนั้น ก็อาจจะกลัดเป็น
หนองได้ จึงต้องระวัง การที่ลูกเจ็บคราวนี้ได้ความเดือดร้อนเต็มที
เพราะยังเหลืออยู่ด้วยคนเดียวเท่านั้น นอกนั้นก็ต่างคนต่างแยกกันไป
แล้ว เวลากำลังไม่สบายนึกอะไรไม่ค่อยออก จนนึกกลัวว่าถ้า
เป็นอย่างไรจะเลยหลงเสียดอกกระมัง
จากพระราชหัตถเลขาฉบับนี้ทรงพระราชภาระในการจัดทำเหรียญฉลองกู่ด้วยพระองค์เอง และต่อมาทรงเล่าเรื่องอาการป่วยของพระราชโอรสและทรงแสดงถึงความรักและหว่งใย เป็นอันมาก ด้วยยังคงอยู่ใกล้ชิดพระองค์ ในตอนที่สองของพระราชหัตถเลขา จะนำเสนอในครั้งต่อไป ขอบคุณครับ.
วันศุกร์ที่ 12 พฤศจิกายน พ.ศ. 2553
MUSEUM BENJAPON: พระประวัติ พระราชชายา เจ้าดารารัศมี
MUSEUM BENJAPON: พระประวัติ พระราชชายา เจ้าดารารัศมี: " สว้สดีครับก่อนอื่นต้องขอโทษสำหรับท่านที่ติดตามที่ผมไม่ได้มาลงเรื่องต่อเนื่องเมื่อวานนี้ก็จากการที่ผมจะจัดนิทรรศการวันจันทร์ที่จะถึงนี้ที่..."
พระประวัติ พระราชชายา เจ้าดารารัศมี
สว้สดีครับก่อนอื่นต้องขอโทษสำหรับท่านที่ติดตามที่ผมไม่ได้มาลงเรื่องต่อเนื่องเมื่อวานนี้ก็จากการที่ผมจะจัดนิทรรศการวันจันทร์ที่จะถึงนี้ที่นอร์ทเทิร์น วิลเลจ ชั้น ๒ ศุนย์การค้าเซ็นทรัลพลาซา เชียงใหม่ เวลา หกโมงเย็น เรียนเชิญทุกท่านครับ และก็เลยเร่งงานให้ทันทำให้ขาดตอนวันนี้ผมจึงนำพระราชโทรเลข ซึ่งอยู่ในหน้าที่ ๔๘ ของพระราชประวัติ พระราชชายา ฯ มานำเสนอดังนี้
หน้าที่ ๔๘
(สำเนาพระราชโทรเลข)
ที่ ๒๖
วันที่ ๒๖ กรกฎาคม ร.ศ. ๑๒๘
เจ้าดารารัศมี เชียงใหม่
ลูกเลาแก้ว ที่ขอชื่อนั้น ชื่อประกายแก้ว ประกายแปลว่าดาว
ขออำนวยพรให้มีอายุยืนนาน และมีความเจริญทุกประการ ข่าวน้ำ
ที่เชียงใหม่เติมความวิตก กลัวน้ำมากขึ้นอีก น้ำต้นมือเข้าทุ่งจนไถนา
ไม่ได้มาก กล้าลอย เวลานี้กำลังลดลง กลัวว่าจะกระแทกใหญ่
มาอีก วันเสาร์หน้าจะไปบางปะอิน ลงเรือใหม่ ค้าง ๒ คืน
ได้สั่งให้ทำเหรียญรูปดาว หน้าหนึ่งเป็นอักษรชื่อไขว้ หน้าหนึ่งบอก
งานฉลองกู่ เป็นเครื่องห้อยนาฬิกา รูปอัพภัตร คล้ายตราจุลจอม
เกล้า ฯ กำหนดให้ทำ ๑,๐๐๐ ดวง ได้สั่งให้ทำทอง ๕๐ กาไหล่
๒๕๐ นอกนั้นเป็นเงิน ช่างว่า ๑๕ วันจะแล้ว จะได้รีบส่งขึ้นไปให้
ทันงาน อยากให้กะใช้ดูว่าอย่างทองและกาไหล่เท่าที่กำหนดจะพอ
หรือไม่พอ จะต้องการอย่างใดเท่าใด ให้บอก.
(พระบรมนามาภิธัย) สยามินทร์
ในสำเนาพระราชโทรเลขฉบับนี้ทรงตั้งชื่อ ประกายแก้ว ซึ่งเป็นบุตรีของเลาแก้ว ในที่นี้ผมค้นหาเรื่องของ เจ้าประกายแก้ว ณ เชียงใหม่ ซึ่งในหนังสืออนุสรณ์งานศพ เจ้าประกายแก้ว ณ เชียงใหม่ ในหนังสือสารานุกรมวัฒนธรรมไทย ภาคเหนือ เขียนไว้ว่า เจ้าประกายแก้ว ณ เชียงใหม่เป็นบุตรีของเจ้าแก้วมงคล ณ เชียงใหม่ กับ เจ้าแสงดาว (เจ้าแก้วมงคล ณ เชียงใหม่ เป็นบุตรของเจ้าราชวงคศ์เลาแก้ว กับเจ้าจันทร์จร ภายหลังเจ้าจันทร์จรสิ้นแล้ว พระราชชายาเจ้าดารารัศมีได้ทรงรับรับเจ้าแก้วมงคลอุปการะตั้งแต่อายุ ๖ ขวบ) และปีที่เจ้าแก้วมงคลเกิดคือ ๒๔๔๖ และพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัวเสด็จสวรรคตเมื่อปี พ.ศ. ๒๔๕๓ ต่อมาเมื่อเจ้าแก้วมงคลสมรสในปี ๒๔๗๓ มีธิดาคนเดียวคือ เจ้าประกายแก้ว ณ เชียงใหม่ ซึ่งหากดูจาก พ.ศ.ที่เจ้าแก้วมงคล มีธิดา หลังจากปี ๒๔๗๓ คือ พ.ศ. ๒๔๗๕ซึ่งพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัวเสด็จสวรรคตไปแล้วถึง ๒๒ ปี ทำให้ผมคิดว่าถ้าตามเป็นจริง เจ้าราชวงศ์เลาแก้ว คงจะมีบุตรีที่ชื่อประกายแก้วอีกท่านหนึ่งซึ่งได้รับพระราชทานชื่อที่ไม่ใช่ เจ้าประกายแก้ว ณ เชียงใหม่ ที่เกิด ณ ศาลาลอย สวนเจ้าสบาย ตำหนักดาราภิรมย์ อำเภอแม่ริม จังหวัดเชียงใหม่ เพราะเจ้าแก้วมงคลมีพี่น้องร่วมบิดาเดียวกัน(เจ้าราชศ์เลาแก้ว) ถึง ๑๓ คน
ส่วนอีกเรื่องหนึ่งที่ทรงวิตกคือเรื่องน้ำเหนือถ้าเทียบปัจจุบันก็ยังคงเป็นอยู่เหมือน ๑๐๐ ปีที่แล้ว
ซึ่งถือว่าเป็นปรากฎการณ์ธรรมชาติ
ส่วนเหรียญที่ระลึกฉลองกู่ ตัวอักษรย่อ อ หมายถึงพระเจ้าอินทวิชยานนท์ ด หมายถึงพระราชชายาเจ้าดารารัศมี อีกด้านมีคำจารึกว่า ฉลองกู่ ร.ศ. ๑๒๘ ครับ.
หน้าที่ ๔๘
(สำเนาพระราชโทรเลข)
ที่ ๒๖
วันที่ ๒๖ กรกฎาคม ร.ศ. ๑๒๘
เจ้าดารารัศมี เชียงใหม่
ลูกเลาแก้ว ที่ขอชื่อนั้น ชื่อประกายแก้ว ประกายแปลว่าดาว
ขออำนวยพรให้มีอายุยืนนาน และมีความเจริญทุกประการ ข่าวน้ำ
ที่เชียงใหม่เติมความวิตก กลัวน้ำมากขึ้นอีก น้ำต้นมือเข้าทุ่งจนไถนา
ไม่ได้มาก กล้าลอย เวลานี้กำลังลดลง กลัวว่าจะกระแทกใหญ่
มาอีก วันเสาร์หน้าจะไปบางปะอิน ลงเรือใหม่ ค้าง ๒ คืน
ได้สั่งให้ทำเหรียญรูปดาว หน้าหนึ่งเป็นอักษรชื่อไขว้ หน้าหนึ่งบอก
งานฉลองกู่ เป็นเครื่องห้อยนาฬิกา รูปอัพภัตร คล้ายตราจุลจอม
เกล้า ฯ กำหนดให้ทำ ๑,๐๐๐ ดวง ได้สั่งให้ทำทอง ๕๐ กาไหล่
๒๕๐ นอกนั้นเป็นเงิน ช่างว่า ๑๕ วันจะแล้ว จะได้รีบส่งขึ้นไปให้
ทันงาน อยากให้กะใช้ดูว่าอย่างทองและกาไหล่เท่าที่กำหนดจะพอ
หรือไม่พอ จะต้องการอย่างใดเท่าใด ให้บอก.
(พระบรมนามาภิธัย) สยามินทร์
ในสำเนาพระราชโทรเลขฉบับนี้ทรงตั้งชื่อ ประกายแก้ว ซึ่งเป็นบุตรีของเลาแก้ว ในที่นี้ผมค้นหาเรื่องของ เจ้าประกายแก้ว ณ เชียงใหม่ ซึ่งในหนังสืออนุสรณ์งานศพ เจ้าประกายแก้ว ณ เชียงใหม่ ในหนังสือสารานุกรมวัฒนธรรมไทย ภาคเหนือ เขียนไว้ว่า เจ้าประกายแก้ว ณ เชียงใหม่เป็นบุตรีของเจ้าแก้วมงคล ณ เชียงใหม่ กับ เจ้าแสงดาว (เจ้าแก้วมงคล ณ เชียงใหม่ เป็นบุตรของเจ้าราชวงคศ์เลาแก้ว กับเจ้าจันทร์จร ภายหลังเจ้าจันทร์จรสิ้นแล้ว พระราชชายาเจ้าดารารัศมีได้ทรงรับรับเจ้าแก้วมงคลอุปการะตั้งแต่อายุ ๖ ขวบ) และปีที่เจ้าแก้วมงคลเกิดคือ ๒๔๔๖ และพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัวเสด็จสวรรคตเมื่อปี พ.ศ. ๒๔๕๓ ต่อมาเมื่อเจ้าแก้วมงคลสมรสในปี ๒๔๗๓ มีธิดาคนเดียวคือ เจ้าประกายแก้ว ณ เชียงใหม่ ซึ่งหากดูจาก พ.ศ.ที่เจ้าแก้วมงคล มีธิดา หลังจากปี ๒๔๗๓ คือ พ.ศ. ๒๔๗๕ซึ่งพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัวเสด็จสวรรคตไปแล้วถึง ๒๒ ปี ทำให้ผมคิดว่าถ้าตามเป็นจริง เจ้าราชวงศ์เลาแก้ว คงจะมีบุตรีที่ชื่อประกายแก้วอีกท่านหนึ่งซึ่งได้รับพระราชทานชื่อที่ไม่ใช่ เจ้าประกายแก้ว ณ เชียงใหม่ ที่เกิด ณ ศาลาลอย สวนเจ้าสบาย ตำหนักดาราภิรมย์ อำเภอแม่ริม จังหวัดเชียงใหม่ เพราะเจ้าแก้วมงคลมีพี่น้องร่วมบิดาเดียวกัน(เจ้าราชศ์เลาแก้ว) ถึง ๑๓ คน
ส่วนอีกเรื่องหนึ่งที่ทรงวิตกคือเรื่องน้ำเหนือถ้าเทียบปัจจุบันก็ยังคงเป็นอยู่เหมือน ๑๐๐ ปีที่แล้ว
ซึ่งถือว่าเป็นปรากฎการณ์ธรรมชาติ
ส่วนเหรียญที่ระลึกฉลองกู่ ตัวอักษรย่อ อ หมายถึงพระเจ้าอินทวิชยานนท์ ด หมายถึงพระราชชายาเจ้าดารารัศมี อีกด้านมีคำจารึกว่า ฉลองกู่ ร.ศ. ๑๒๘ ครับ.
วันพุธที่ 10 พฤศจิกายน พ.ศ. 2553
MUSEUM BENJAPON: พระประวัติ พระราชชายา เจ้าดารารัศมี
MUSEUM BENJAPON: พระประวัติ พระราชชายา เจ้าดารารัศมี: " วันนี้ผมก็นำเอาสำเนาพระราชหัตถเลขา ของรัชการที่ ๕ ถึงพระราชชายา เจ้าดารารัศมีมานำเสนอต่อไปครับ หน้าที่ ๔๗ (สำเนาพระราชหัตถ..."
พระประวัติ พระราชชายา เจ้าดารารัศมี
วันนี้ผมก็นำเอาสำเนาพระราชหัตถเลขา ของรัชการที่ ๕ ถึงพระราชชายา เจ้าดารารัศมีมานำเสนอต่อไปครับ
หน้าที่ ๔๗
(สำเนาพระราชหัตถเลขา)
วันที่ ๒๐ กรกฏาคม รัตนโกสินทรศก ๑๒๘
ดารา
ด้วยความรู้สึกเมื่อครั้งไปยุโรปขาดกะปิน้ำปลา เดือนร้อน
ประการใด จึงทำให้นึกถึง ได้จัดบรรจุขวดเป็นส่วนเล็กน้อยส่ง
ขึ้นมา เพื่อจะให้ได้รับเร็ว แต่ปิดไม่ให้ใครรู้ บางทีเขาจะหมาย
ว่าหีบ เครื่องเงินเครื่องทอง
หมู่นี้ฝนตกชุกหาเวลาเที่ยวยาก แต่เรือโมเตอร์ ซึ่งบัญญัติใหม่ให้
เรียกว่าเรือยนต์ ลำใหญ่พึ่งมาถึง ตั้งชื่อสุพรรณหงษ์ จะได้ตั้งชื่อใน
วันที่ ๒๕ วันที่ ๑๑ จะขึ้นไปลองถึงบางปะอิน แล้วเลยไปเยี่ยมองค์
บุรฉัตร์ ซึ่งขึ้นไปเป็นผู้บัญชาการทหารอยู่กรุงเก่า ในเดือนสิงหาคม
คิดจะไปกาญจนบุรี ราชบุรี และเพ็ชร์บุรี สอนกินปลาทูเสียใหม่
อีกสักที เพราะเหตุที่หมู่นี้กินไม่ได้เหม็นคาว
ชาววังเวลานี้กำลังพลุ่งพล่านบ่นปากฉีกปากแหกด้วยเรื่องอยาก
ดูละคร แต่ยังไม่สมปรารถนา ต้องการจะหนีออกไปดูที่ปรีดาลัย
ด้วยส่งไป ได้ผัดไว้ว่าครบสี่วิกแล้วเมื่อใดจึงพิจารณาคำขอนั้น
ได้ฝากนังสือให้พระยาอนุชิตฉะบับหนึ่ง ให้ท้าวโสภานิเวศน์
ฉะบับหนี่ง ขอให้ส่งให้ด้วย.
(พระบรมนามาภิธัย) จุฬาลงกรณ์ ป.ร.
ในฉบับนี้ก็แสดงให้เห็นว่าพระองค์ทรงมีความละเอียดแม้เรื่องเล็กน้อยเช่นอาหารการกิน และทรงห่วงใยในพระราชชายา ฯ และยังคงเล่าถึงเหตุการณ์ในพระบรมมหาราชวัง ที่ไม่ได้ดูละครอันเนื่องมาจากการจากไปของเจ้านายชั้นสูงทำให้งดมหรสพที่ในพระบรมมหาราชวัง.
หน้าที่ ๔๗
(สำเนาพระราชหัตถเลขา)
วันที่ ๒๐ กรกฏาคม รัตนโกสินทรศก ๑๒๘
ดารา
ด้วยความรู้สึกเมื่อครั้งไปยุโรปขาดกะปิน้ำปลา เดือนร้อน
ประการใด จึงทำให้นึกถึง ได้จัดบรรจุขวดเป็นส่วนเล็กน้อยส่ง
ขึ้นมา เพื่อจะให้ได้รับเร็ว แต่ปิดไม่ให้ใครรู้ บางทีเขาจะหมาย
ว่าหีบ เครื่องเงินเครื่องทอง
หมู่นี้ฝนตกชุกหาเวลาเที่ยวยาก แต่เรือโมเตอร์ ซึ่งบัญญัติใหม่ให้
เรียกว่าเรือยนต์ ลำใหญ่พึ่งมาถึง ตั้งชื่อสุพรรณหงษ์ จะได้ตั้งชื่อใน
วันที่ ๒๕ วันที่ ๑๑ จะขึ้นไปลองถึงบางปะอิน แล้วเลยไปเยี่ยมองค์
บุรฉัตร์ ซึ่งขึ้นไปเป็นผู้บัญชาการทหารอยู่กรุงเก่า ในเดือนสิงหาคม
คิดจะไปกาญจนบุรี ราชบุรี และเพ็ชร์บุรี สอนกินปลาทูเสียใหม่
อีกสักที เพราะเหตุที่หมู่นี้กินไม่ได้เหม็นคาว
ชาววังเวลานี้กำลังพลุ่งพล่านบ่นปากฉีกปากแหกด้วยเรื่องอยาก
ดูละคร แต่ยังไม่สมปรารถนา ต้องการจะหนีออกไปดูที่ปรีดาลัย
ด้วยส่งไป ได้ผัดไว้ว่าครบสี่วิกแล้วเมื่อใดจึงพิจารณาคำขอนั้น
ได้ฝากนังสือให้พระยาอนุชิตฉะบับหนึ่ง ให้ท้าวโสภานิเวศน์
ฉะบับหนี่ง ขอให้ส่งให้ด้วย.
(พระบรมนามาภิธัย) จุฬาลงกรณ์ ป.ร.
ในฉบับนี้ก็แสดงให้เห็นว่าพระองค์ทรงมีความละเอียดแม้เรื่องเล็กน้อยเช่นอาหารการกิน และทรงห่วงใยในพระราชชายา ฯ และยังคงเล่าถึงเหตุการณ์ในพระบรมมหาราชวัง ที่ไม่ได้ดูละครอันเนื่องมาจากการจากไปของเจ้านายชั้นสูงทำให้งดมหรสพที่ในพระบรมมหาราชวัง.
สมัครสมาชิก:
บทความ (Atom)
การ์เรียนเชิญเปิดและชมนิทรรศการ
นิทรรศการตั้งแต่ ๑๕ พย.ถึง ๑๕ ธค.นี้
In this photograph if you know please tell me where they are ?
ภาพถ่ายชุดนี้ คุณพ่อผมถ่ายไว้เป็นจำนวนมากเมื่อ ไปอยู่ที่ประเทศสหรัฐอเมริกา ประมาณ หกสิบ ถึงเจ็ดสิบปีมาแล้ว ท่านเสียชีวิตไปปี ๒๕๑๓ เอกสารบางอย่างถูกน้ำถ่วมและสูญหาย ทำให้ไม่ทราบถึงสถานที่ในภาพ ถ้าหากท่านทราบกรุณาบอกผมด้วยขอบคุณครับ
In this photograph if you know pleas tell me where they are ?
รูปแกะสลักนี้ตั้งอยู่ที่ไหนครับทราบโปรดบอกด้วยครับขอบคุณครับ
Please tell me where they are ?
รูปเหล่านี้เป็นเทพฯของอียิปต์ยุกต์โบราณ
Please tell me where they are ?
หน้าจะเป็นเทพฯ หรือ ราชินีองค์หนึ่งในอียิปต์โบราณ ถ้าสรวมหมวกรูปบัลลังก์ จะป็นเทพไอซิส
Please tell me were they are ?
Please tell me where they are ?
พระบาทสมเด็จพระรามาธิบดีศรีสินทรมหาจุฬาลงกรณ์ พระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู้หัว
พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว พระพุทธเจ้าหลวง พระปิยมหาราช เทิดพระเกียรติในวาระ ๑๐๐ ปี วันสวรรคต ๒๓ ตุลาคม พ.ศ.๒๕๔๓ (มีบทความด้านล่าง)
พระโกศทองใหญ่ทรงพระบรมศพ พระบาทสมเด็จพระรามาธิบดีศรีสินทรมหาจุฬาลงกรณ์ พระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว
พระบรมศพประดิษฐาน ณ พระที่นั่งดุสิตมหาปราสาท ในพระบรมมหาราชวัง
สมเด็จพระศรีนครินทราบรมราชชนนี
๑๑๐ ปี แสงรวีศรีนครินทร์รุ่งโรจน์มิรู้ลืม ด้วยเกล้าด้วยกระหม่อม ข้าพระพุทธเจ้า นายเบญจพล สิทธิประณีต.
สมเด็จพระศรีนครินทราบรมราชชนนี พระโอรสธิดา
สมเด็จย่าทรงกับพระโอรสธิดาครั้งทรงพระเยาว์
พระบาทสมเด็จพระปรเมนทรมหาอานันทมหิดล พระอัฐรามาธิบดินทร รัชการที่ ๘ สมเด็จย่า ฯ พระอนุชา
ในหลวงรัชการที่ ๘ สมเด็จย่า และพระอนุชา (ในหลวงรัชกาลที่ ๙)
ทรงงาน
พระบามสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวภูมิพลอดุลยเดช รัชการที่ ๙ และ สมเด็จพระศรีนครินทราบรมราชชนนี ทรงงาน
สมเด็จแม่ฯ
สมเด็จพระศรีนครินทราบรมราชชนนี และ พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวภูมิพลอดุลยเดช รัชกาลที่ ๙
สูจิบัตร นิทรรศการเฉลิมพระเกียรติ ๑๐๙ ปี แสงรวีศรีนครินทร์รุ่งโรจน์ มิรู้ลืม
นิทรรศการ ๑๐๙ ปี แสงรวีศรีนครินทร์รุ่งโรจน์ มิรู้ลืม ณ.ศูนย์ศิลป์ศรีพิพัฒน์(แพ บุนนาค) งานเฉลิมฉลองครบรอบ ๑๐๙ ปี วันคล้ายวันพระราชสมภพ สมเด็จพระศรีนครินทราบรมราชชนนี วันที่ ๒๑ ตุลาคม พ.ศ.๒๕๕๒ (มีรูปงานนิทรรศการด้านล่าง)
My collection-ภาพเก่าเล่าอดีต พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวภูมิพลอดุลยเดช
เสด็จพระราชดำเนินวัดพระบรมธาตุดอยสุเทพ เชียงใหม่(พ.ศ.2501)
สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิตบรมราชินีนาท(พ.ศ.2501)
เสด็จพระราชดำเนินวัดพระบรมธาตุดอยสุเทพ จังหวัดเชียงใหม่
พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวและสมเด็จพระบรมราชินีนาท(พ.ศ.2501)
ทั้งสองพระองค์บริเวณบันไดนาควัดพระบรมธาตุดอยสุเทพ จ.เชียงใหม่
พระบัวเข็ม
พระบัวเข็ม ที่บ้านจะมีจานเชิงใส่นำรองอยู่ด้านล่างองค์พระซึ่งทำจากไม้ลงรักปิดทอง
The way of life in U.S.A.
Tn the town by Vimol Siddhipraneet.
The way of life in u.s.a.
In the town.
The way of life in U.S.A.
In the town.
The way of life in U.S.A.
In the town.
The way of life in U.S.A.
In the town.
The way of life in U.S.A.
In the town.
The way of life in U.S.A.
In the town.
The way of life in U.S.A
In the town.
ภาพถ่ายในสหรัฐอเมริกา
ถ่ายโดย คุณพ่อวิมล สิทธิประณีต.เมื่อครั้งไปสหรัฐอเมริกา
ภาพถ่ายในประเทศสหรัฐอเมริกา
คุณพ่อวิมล สิทธิประณีต.ถ่าย เมื่อทำงานสำนักข่าวสารอเมริกัน
ภาพถ่ายที่ประเทศสหรัฐอเมริกา
คุณพ่อวิมล สิทธิประณีต.ถ่าย ล้าง และอัดเอง ท่านมีห้องมืดที่บ้าน.