วันศุกร์ที่ 29 เมษายน พ.ศ. 2554

การจัดแสดง ในพิพิธภัณฑ์

ส่วนที่ ๒ ชั้นลอย ขึ้นบันไดจากชั้นที่ หนึ่ง ปลายสุดทางเดินก่อนขึ้นบันใดไปชั้นที่สอง จัดแสดง กระจกเงาบานใหญ่ ของคุณทวดสมบูรณ์ สุจนิล ที่ตกทอดมาถึงคุณยาย และคุณ แม่ อายุประมาณ ๑๐๐ ปี
ส่วนที่ ๓ ชั้นที่สอง โถงหน้าบันได แสดงผลงานตัดฉลุกระดาษด้วยกันไกรในกรอบกระจก ในพระราชกรณียกิจ พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวภูมิพลอดุลยเดช
ส่วนที่ ๓ ชั้นที่สอง โถงกลางด้านทิศตะวันตก ตู้จัดแสดง มีดชนิดต่างๆ และ ช้อนซ้อมทองเหลือง กุญแจ แบบต่าง ๆ ซึ่งมีอายุ กว่า ๑๐๐ ปี

มีดซุย ด้ามงา ฝักเงิน ฝักฝีมือช่างตระกูลไทใหญ่ ใบมีดฝีมือช่างตระกุลไทลื้อ ส่วนสายสีเขียวฝีมือช่างตระกูลเชียงตุง (ความรู้จากพ่อครูมาลา คำจันทร์)
ส่วนที่ ๓ โถงกลางด้านทิศเหนือ ตู้จัดแสดงเครื่องเงิน ของบรรพบุรุษ และตู้ เครื่องถ้วย ตลับใส่ยา และ หนังสือเก่า ประมาณ ๗๐ ปี ของคุณตา คุณยาย

ส่วนที่ ๓ โถงกลางด้านทิศตะวันออก ตู้จัดแสดง เครื่องใช้ ของธนาคารออมสิน ในยุกต์อดีต เช่นแผงไม้กระดานนับเหรียญ  เคื่องคิดเลขไฟฟ้า ลูกคิด และของที่ระลึก ในโอกาส ต่างๆ อายุประมาณ ๖๐ ปีมาแล้ว เครื่องถ้วยสังกะสีพร้อมฝา อายุ กว่า ๑๐๐ ปี ของคุณทวดบัวเขียว เลาวพงษ์ และพัดลมเของคุณปู่จันทร์ สิทธิประณีต คุณตาบุญเจริญ เลาวพงษ์
     ในส่วนที่ ๓ ยังมีห้องจัดแสดงอีก ๓ ห้อง คือ
ห้องบรรพบุรุษ จัดแสดงรูปเก่าของบรรพบุรุษและญาติมิตร รวมทั้งหนังสือเก่าบางเล่มอายุ เกินกว่า ๑๐๐ ปี และจดหมาย ไปรษณียบัตร สมัย  ร.๖ และต้นรัชสมัยปัจจุบัน หนังสือพระประวัติพระราชชายาเจ้าดารารัศมี ในพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว


ห้องคุณพ่อวิมล สิทธิประณีต จัดแสดงข้าวของเครืองใช้ เอกสาร ภาพถ่ายครอบครัวโดยคุณพ่อวิมล ประมาณ ๕๐ ถึง ๘๐ ปี
ห้องคุณแมอาภรณ์ สิทธิประณีต จัดแสดงเสื้อผ้าของคุณแม่ยุกต์ ซิกตี้ เครื่องใช้ประกอบการเรียนการสสอนตัดเย็บผ้า ตัวสร้าง(แพร์ทเทอร์น) รูปภาพ ป้ายชื่อร้าน จักรเย็บผ้า โต๊ะตัดผ้า และผ้านุ่งไหมสันกำแพง อายุ ประมาณ ๘๐ ปี ของคุณชวด และคุณยายทองอินทร์ เลาวพงษ์ กระเป๋าถือ  และหมอนหก ปักดิ้น อายุกว่า ๑๐๐ ปี
            ส่วนที่ ๔ คือชั้น ๓ ซึ่งจะนำเสนอต่อไป

การจัดแสดง ในพิพิธภัณฑ์

ส่วนที่ ๑ โถงด้านหน้า ทิศตะวันออก จัดตั้งหอพระพุทธรูป เทพที่ทรงเกี่ยวกับความสำเร็จ และศิลปะวิทยา เหรียญรูปเคารพ และสัตภัณฑ์ (เครื่องจุดเทียนบูชาแบบล้านนา ซึ่งหมายถึง ภูเขาเจ็ดลูก ที่ล้อมรอบ เขาพระสุเมรุซึ่งตั้งบนภูเขาสามเส้า มีภูเขาทั้งเจ็ด คือ ยุคันธร อิสินธร กรวิก สุทัสน์ เนมินธร วินันตกะ อัสสกัณณ์ ลดหลั่นกันอยู่ล้อมรอบ ด้านล่างมีมหานทีสีทันดร ล้อม เป็นวง ในแต่ล่ะ เทือกมี ในคติจักรวาล  ซึ่งในคติล้านนา พระเจ้านั่งแท่นแก้ว ต่อหน้าแท่นแก้วคือสัตภัณฑ์ สัตภัณฑ์จะอยู่ต่อหน้าพระประธานเสมอ เวลาเราจุด หมายเอาว่าจักวาลทั้งหมดกำลังบุชาพระพุทธองค์(จักรวาลล้านนา มาลา คำจันทร์) ด้านข้างทั้งสองด้านของหอพระ เป็น ตุงและโคมแขวนไว้บนค้าง ตามคติการบุชาแบบล้านนา

ส่วนที่ ๒ โถงด้านหน้า ทิศตะวันตก เป็นตู้ภาพถ่ายบรรพบุรุษ และภาพถ่ายขบวนศพ ประมาณ ๘๐ ปี ล่วงมาแล้ว พร้อมเครื่องสักการะ และ ผลงานงานเขียน ของที่ระลึก ตลอดจน หนังสือที่ลง สัมภาษณ์ ของเจ้าของพิพิธภัณฑ์
ส่วนที่ ๓ โถงกลาง ทิศตะวันออก เป็นตู้ของที่ระลึก และสมุดแสดงความคิดเห็น ส่วนกลางเป็นชุดรับแขกไม้สักอายุประมาณ ๖๐ ปี
ส่วนที่ ๔ โถงกลางด้านทิศตะวันตก แสดงภาพงานตัดฉลุกระดาษด้วยกรรไกร ประดับบนแผ่นกระจก รูป คติจักรวาล  สิบสองราศี ตู้ของที่ระลึก และชุดรับแขก แบบ เชียงใหม่ อายุประมาณ ๖๐ ปี
 ส่วนกลางเป็นชั้นแสดงรางวัลที่เจ้าของพิพิธภัณฑ์ ได้รับ และผลงานการตัดฉลุกระดาษด้วยกรรไกร ในกรอบกระจก       

วันจันทร์ที่ 11 เมษายน พ.ศ. 2554

เบญจพล พิพิธภัณฑ์ Museum BenJapon

ชีวิต ความรัก ความผูกพันธ์ จากลุ่มน้ำเจ้าพระยา สู่น้ำแม่ปิง จนถึงเชิงสะพานนวรัฐ และย่านวัดเกตแห่งแผ่นดินล้านนา ก่อเกิดเป็นสถานที่รวบรวมข้าวของ เครื่องใช้ ภาพเก่า หนังสือ และ เสื้อผ้าอาภรณ์ แห่งวิถีชีวิตอันเป็นเอกลักษณ์เฉพาะตัว จากวันวานผ่านพ้นเกือย ๒๐๐ ปี แห่งบ้านเรือนอันแสนอบอุ่นมาเป็น "เบญจพล พิพิธภัณฑ์" และ จากการเรียนรู้งานภูมิปัญญาด้าน งานตัดฉลุกระดาษด้วยกรรไกร โคม ตุง จากพ่อครูสิงห์แก้ว มโนเพ็ชร แม่ครูบัวไหล คณะปัญญา พ่อครูเม่งกะ แห่งเมืองปอน และพ่อครูแม่ครู ท่านอื่นๆ ทั่วแผ่นดินล้านนา มาเป็น นิทรรศการและผลงานถาวร ในเรื่องงานตัดฉลุลวดลายล้านนาด้วยกรรไกร โคม ตุง นำเสนอในอาคารบ้านอาภรณ์ เชิงสะพานนวรัฐ ฝั่งตะวันออก ทั้งหมด ๑๐ ห้องแสดง และยังเป็นศูนย์การเรียนรู้ภูมิปัญญาไทยด้าน งานตัดฉลุลวดลายล้านนาด้วยกรรไกร โคม ตุง ของสำนักงานเลขาธิการสภาการศึกษา กระทรวงศึกษาธิการ ขอเชิญท่านที่สนใจวิถีชีวิตในอดีต และการสืบสานงานภูมิปัญญาแขนงนี้ เข้าชม เปิด ศุกร์ เสาร์ อาทิตย์  เวลา ๙.๓๐ น. ถึง ๑๖.๓๐ น. หรือหากต้องการชมในวันอื่น ๆ กรุณาติดต่อ โทร.๐๘๙-๕๕๕๐๐๘๙ หรือ ๐๕๓-๒๔๑๗๔๖ ด้วยความยินดี.

วันอาทิตย์ที่ 30 มกราคม พ.ศ. 2554

พระราชพิธีเดือนสาม

 ก่อนอื่นต้องขออภัยท่านที่ติดตามก็เนื่องด้วยช่าวนี้ผมกำลังปรับปรุงบ้านเพื่อจะเปิดเป็นพิพิธภัณฑ์ทำให้ไม่มีเวลาที่จะเข้ามานำเสนอเรื่องราวต่าง ๆ ตอนนี้ก็ยังคงไม่เสร็จตามกำหนด แต่กลัวว่าท่านที่ติดตามจะไม่เข้ามาจึงได้พยายามจะนำเสนอพระราชพิธีต่าง ๆ ให้ทันเดือนแต่บางพระราชพิธีนั้นมีรายละเอียดยาวมากเช่นพระราชพิธีตรียัมพวายตรีปวาย ถ้าผู้ใดสนใจผมจะส่งให้ทางต่างหากเพราะถ้าลงจะกินเนื้อที่มาก จึงจะพยายามนำพระราชพิธีที่มีเนื้อหาสั้น ๆ มานำเสนอให้ทันกับเวลาและเหตุการณ์น่ะครับ อย่างวันนี้ใกล้ตรุศจีน ก็จะนำการพระราชกุศลเลี้ยงพระตรุศจีน ในพระราชนิพนธ์พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว พระราชนิพนธ์ ดังนี้ครับ หน้าที่ ๑๒๙ ถึง หน้าที่ ๑๓๒

   การนี้เกิดขึ้นในแผ่นดินพระบาทสมเด็จพระนั่งเกล้าเจ้าอยู่หัว
ด้วยทรงพระปรารภของซึ่งพวกจีนนำมาถวายในตรุษจีน เปน
ของสดสุกรเป็ดไก่พร้อมกันหลาย ๆ คน มาก ๆ จนเหลือเฟือ ก็
ควรที่จะให้เปนไปในพระราชกุศล จึงได้โปรดให้มีเลี้ยงพระสงฆ์
ที่พระที่นั่งราชกิจวินิจฉัยขึ้นทั้งสามวัน แต่ไม่มีสวดมนต์ พระ
สงฆ์ฉันวันละ๓๐รูปเปลี่ยนทุกวัน ตามคณะกลาง คณะเหนือ คณะ
ใต้ โปรดให้พระบรมวงษานุวงษ์ แลท้าวนางข้างในจัดเรือนขนม
จีนมาจอดที่หน้าตำหนักแพ พวกภรรยาข้าราขการผู้ใหญ่ ๆ ที่ทรงรู้
จักเคยเฝ้าแหนก็จัดเรือขนมจีนมาถวายผลัดเปลี่ยนเวรกันไปทั้งสาม
วัน ตัวก็มาเฝ้าด้วย แล้วให้ทนายเลือกกรมวังคอยรับขึ้นมา
ถวายพรสงฆ์ฉัน แล้วจึงได้เลี้ยงข้าราชการต่อไป พระสงฆ์
ฉันแล้วถวายสบงผืนหนึ่ง หมากพลูธูปเทียนกับใบชาห่อหนึ่ง แต่
วิธีอนุโมทนาของพระสงฆ์ในการตรุศจีนนี้ ไม่เหมือนกันทั้งสาม
วันแต่ไหนแต่ไรมา ลางวันก็มีสัพพะพุทธา ลางวันก็ไม่มี แต่
เห็นว่าเปนการพระราชกุศลตามธรรมเนียมเช่นนี้ โดยจะไม่มี
สัพพะพุทธาก็ไม่เปนการขาดเหลืออันใดทั้งมีแลไม่มี แลในการ
ตรุศจีนจ่ายเงินให้ซื้อปลาปล่อยวันละ ๑๐ ตำลึงบรรทุกเรือมาจอด
อยู่ที่แพลอย เวลาทรงพระเต้าษิโณทกแล้วโปรดให้พระเจ้าลูก
เธอนำลงไปรดที่เรือปลา แล้วตักปลานั้นปล่อยไปน่าที่นั่ง
       ครั้นแผ่นดินพระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว รับสั่งว่า
การที่ทำบุญตรุศจีนเลี้ยงขนมจีนนั้นไม่ใช่ของจีน เปนแต่สักว่าชื่อ
เปนจีน ให้ทำเกาเหลาที่โรงเรือนยกเข้ามาเลี้ยงพระสงฆ์แทนขนมจีน
เปนของหัวป่าชาวเครื่องทำ แล้วทรงสร้างศาลหลังคาเก๋งขึ้นที่น่า
พระที่นั่งราชกิจวินิจฉัยศาลหนึ่ง ให้เชิญเทวรูปแลเจว็ดมุกในหอ
แก้วลงไปตั้ง มีเครื่องสังเวยทั้งสามวัน อาลักษณ์อ่านประกาศเปน
คำกลอนลิลิตตามเนื้อความของคาถายานี แลขอพรข้างปลาย
เปนการเทวพลีให้เข้าเค้าอย่างเส้นข้างจีน ที่พระพุทธรูปก็มีเครื่อง
เส้นอย่างจีนตั้งเพิ่มเติมเข้าพระด้วย แลให้มีโคผูกต่างบรรทุกของ
ถวายตรุศจีน คือแตงอุลิต ขนมเข่ง กระเทียมดอง สิงโตน้ำ
ตาลทราย ส้ม เปนต้นวันละ ๓ โถ ถวายพระราชาคณะผู้ใหญ่ซึ่ง
นำฉัน โคนั้นบรรทุกของแล้วยืนถวายตัวที่โรงเรือนริมทางเสด็จ
แต่โคบางตัวก็บรรทุกได้ครึ่งหนึ่งบ้าง ค่อนหนึ่งบ้าง บางตัวก็
บรรทุกไม่ได้เลย ที่ประทับอยู่ข้างตวันตกริมน้ำ เพื่อจะได้ทอดพระเนตร
ทางแม่น้ำสดวก ครั้งแผ่นดินพระบาทสมเด็จพระจอมเกล้า
เจ้าอยู่หัว รับสั่งว่าธรรมเนียมซึ่งจะตั้งที่ประทับต้องอยู่ข้างพระราชวัง
สำหรับที่จะหนีง่ายตามแบบเก่าที่เตรียมหนีมากกว่าเตรียมสู้ ซึ่ง
เคยทรงเยาะเย้ยธรรมเนียมต่าง ๆ มีผูกพระคชาธารให้เปนเงื่อน
กระทกเปนต้น แต่ธรรมเนียมเช่นนั้นลงเปนแบบแผนใช้มาช้านาน
แลธรรมดาเจ้าของบ้านเจ้าของเรือน ก็คงจะต้องรับแขกอยู่น่าประตู
ที่จะเข้าเรือน หันน่าออกข้างนอก ผู้ซึ่งมาหาก็ต้องมาจากภาย
นอกหันหน้าเข้าข้างใน จึงรับสั่งให้เปลี่ยนพระสงฆ์ไปนั่งทางตวัน
ตก ทอดที่ประทับทางตวันออก ใช้มาจนตลอดรัชกาล ครั้นถึง
แผ่นดินประจุบันนี้ สมเด็จพระยาบรมมหาศรีสุริยวงษ์ท่านเห็น
ว่า ซึ่งที่ประทับมาอยู่ข้างในนั้น ไม่เปนทางที่จะเห็นน้ำเห็นท่าให้
เปนที่สบาย จึงได้ขอกลับเปลี่ยนไปอย่างแผ่นตอนพระบาทสมเด็จ
พระนั่งเกล้าเจ้าอยู่หัว แลขอให้มีเรือขนมจีนขึ้นอย่างเก่า ให้
ภรรยาของท่านแลเจ้าพระยาทิพาการวงษ์ จัดขนมจีนมาถวายแล
มาเฝ้าเหมือนอย่างแต่ก่อน ในการตรุศจีนสมเด็จเจ้าพระยาอยู่
ข้างจะเปนธุระเห็นสนุกสนานมาก ตัวท่านเองก็อุสาห์มาเฝ้าพร้อม
กับขุนนางทั้ง ๓ วันทุก ๆ ปีมิได้ขาดเลย เพราะเปนการเวลาเช้า
ถูกอารมณ์ท่านด้วย เพราะฉนั้นการเลี้ยงตรุษจีนจึงได้มีขุนนาง
ผู้หลักผู้ใหญ่มาพรักพร้อมแน่นหนากว่าพระราชพิธีฤาการพระราช
กุศลอื่น ๆ แต่เรื่องเกาเหลาเลี้ยงพระนั้น เปนของที่อันเหลือที่
จะอัน, แล้วผู้ทำก็ล้มตายหายจากกร่อย ๆ ลงก็เลยละลายหาย
ไปเอง คงอยู่แต่เรือขนมจีนจนทุกวันนี้ ที่พระสงฆ์นั่งนั้นภายหลัง
มาก็กลายเปนอย่างแผ่นดินพระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว
ด้วยครั้งนั้นท่านทรงตัดสินธรรมเนียมทอดที่ลงไว้เปนแบบอย่างเสีย
แล้ว ผู้จัดการทั้งปวงก็ต้องวนลงหาแบบนั้นเปนหลักฐาน
    การตรุศจีนนี้มีในเดือนยี่บ้าง เดือนสามบ้าง ตามอย่าง
ประดิทินจีนเขาจะตัดสินวันใดเปนปีใหม่ แลการภายหลังนี้มีเพิ่ม
เติมขึ้นมาในพระยาโชฎึกราชเศรษฐี และพระยาสวัสดิวามดิฐเดื๋ยว
นี้ จัดเครื่องโต๊ะอย่างจีนมาตั้งเลี้ยงเจ้านายปีแรกที่เก๋งพุทธ
รัตนสถาน ครั้นต่อมาก็เปนอันเลี้ยงที่ท้องพระโรง ในเวลาบ่าย
วันเชงเหมงนั้นตลอดมาจนทุกวันนี้
     คำตักเตือนในการตรุศจีน ในการเลี้ยงพระตรุศจีน นอก
จากพระเต้าษิโณทกที่เปนโรคสำหรับตัวมหาดเล็ก ก็ยังมี
เทียนชนวนที่สำหรับพระราชทานพระเจ้าลูกเธอไปจุดเทียนสังเวย
เทวดา มหาดเล็กต้องคอยเชิญเสด็จฤาตามเสด็จไปด้วย อนึ่ง
เมื่อพระราชทานน้ำพระเต้าษิโณทก ให้พระเจ้าลูกเธอไปปล่อยปลา
มหาดเล็กต้องเชิญเสด็จฤาตามเสด็จลงไปที่แพลอยระวังรักษาพระ
เจ้าลูกเธอ ภูษามาลาต้องถวายพระกลดองค์น้อย นอกนั้นก็
ไม่สู้มีอันใดขาดเหลือนัก ฯ

        ในพระราชนิพนธ์นี้จะเห็นได้ว่าไม่ได้มีพิธีกรรมที่เกี่ยวเนื่องกับ
การไหว้เจ้าตามธรรมเนียมจีนเลย เป็นการเฉลิมฉลองอย่างเดียว
ซึ่งคงเป็นไปอย่างไทย คือมีเลี้ยงพระ ปล่อยปลา เป็นต้น

วันเสาร์ที่ 8 มกราคม พ.ศ. 2554

พระราชพิธีตรียัมพวาย ตรีปวาย

  พระราชพิธีนี้มีในเดือนยี่ตามพระราชนิพนธ์พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัวซึ่งทรงพระราชนิพนธ์ไว้อย่างละเอียด อีกมาก  หน้าที่ ๘๕ ถึงหน้าที่ ๘๖
            
          ความมุ่งหมายของการพิธีตรียัมพวายที่ทำนี้ ว่าพระอิศวร
เปนเจ้าเสด็จลงมาเยี่ยมโลกปีละครั้ง ครั้งหนึ่งกำหนด ๑๐ วัน วัน
เดือนอ้ายขึ้น ๗ ค่ำเป็นวันเสด็จลง แรมค่ำ ๑ เปนวันเสด็จกลับ ต่อ
นั้นในวันค่ำ ๑ พระนารายน์เสด็จลงมา แรม ๕ ค่ำเสด็จกลับ การที่
เลื่อนมาเดือนยี่เกินกำหนดซึ่งเสด็จลงมาแต่ก่อนก็จะไม่เปนการยาก
อันใด ด้วยพราหมณ์ย่อมถือตัวว่าเปนผู้ถือประแจสวรรค์คล้ายกัน
กับโป้ป เมื่อไม่อ่านเวทเปิดประตูถวายก็เสด็จไม่ได้อยู่เอง การ
ซึ่งรับรองพระอิศวรนั้นก็จัดการรับรองให้เปนการสนุกครึกครื้นตาม
เรื่องราวที่กล่าวไว้ คือมีเทพยดาทั้งหลายมาเฝ้าประชุมพร้อมกัน
เปนต้นว่า พระอาทิตย์ พระจันทร์ พระธรณี พระคงคา ซึ่งพราหมาณ์
ทำเปนแผ่นกระดานมาฝังไว้น่าชมรม โลกบาลทั้งสี่ก็มาเล่นซอ
คัสโล้ชิงช้าถวาย พระยานาคฤาเทพยดาว่ากันเปนสองอย่างอยู่
ก็มารำเสนงพ่นน้ำฤาสาดน้ำถวาย บรรดาในการพระราชพิธีตรียัม
พวายส่วนพระอิศวรนั้น เปนการครึกครื้น มีผู้คนไปรับแจกเข้า
ตอกเข้าเม่าที่เหลือจากสรวงสังเวยเปนสวัสดิมงคล แต่ส่วนการ
พระราชพิธีตรีปวายของพระนาราย์นั้นทำเปนการเงียบ ด้วยพระ
องค์ไม่โปรดในการโซไซเอตี มีพื้นเปนโบราณอยู่ตามที่ได้กล่าว
มาแล้ว ความมุ่งหมายของการพระราชพิธีมีความานิยมดัง
กล่าวมานี้

        ในพระราชนิพนธ์ตอนนี้เป็นการอธิบายเหตุที่มีการจัดพิธีนี้ และสังเกตว่ามีการใช้ภาษาอังกฤษทับศัพท์เข้าไปด้วย ครับ.

วันศุกร์ที่ 7 มกราคม พ.ศ. 2554

ระลึกถึง เพลงเก่า ๆ

วันพรุ่งนี้เป็นวันเด็ก มานั่งคิดถึงวันเวลาที่ผ่านมา ช่างนานเสียเหลือเกิน วันเด็กในสมัยผมเป็นเด็ก มักจะขออนุญาติคุณแม่ไปที่ วิทยาลัยเทคนิคตีนดอย เพราะพวกพี่ ๆมีกิจกรรมที่เสริมสร้างความรุ้ เช่นการวาดรูป การปั้นดิน แกะสลักไม้ และที่สำคัญมีการประกวดร้องเพล ซึ่งมักจะให้เลือร้องเพลงใดเพลงหนึ่งคือ เด็กเอ๋ยเด็กดี และเพลงหนูเอย ซึ่งทั้งสองเพลงมีความหมายที่ดีและซิมซับในจิตใจและเปนแนวทางการดำเนินชิวิตมาถึงปัจจุบัน เพลงที่มีความยาวมากและข้อนข้าร้องยากคือเพลงหนูเอย แต่งคำร้อง โดยคุณแก้ว อัจฉริยะกุล ทำนอง คุณเวส สุนทรจามร ซึ่งมีเนื้อร้องกินใจดังต่อไปนี้

 หนูเอยหนูจงฟัง 
พี่จะสอนพี่จะสั่งหนูจงฟังเอาไว้ให้ดี
หนูเอยสมัยนี้
เป็นสมัยที่เอาดีกันด้วยปัญญา
หนูอย่าซุกซน
จงอดจงทนหนูจงบ่นท่องวิชา
ในภายภาคหน้า จะได้พึ่งวิชาปัญญาจะเฟื่องฟู
หนูเอยหนูจงเพียร
หนูจงเล่าหนูจงเรียนหนูจงเพียรหาความรู้
หนูเอยจงคิดดู
หากมีใครลบหลู่แล้วหนูจะโทษใคร
หนูเร่งเร็วพลันจงบากและจงบั่นหนูจงหมั่นอย่าท้อใจ
หนูเอยจะบอกให้
ปลูกปัญญาเอาไว้เรียนไปให้เชี่ยวชาญ
หนูเอยอย่าเกเร
หนู่อย่าเที่ยวหนูอย่าเตร่อย่าเสเพลประพฤติพาล
หนูเอยอย่าเกียจคร้าน
หมั่นเล่าเรียนเขียนอ่านคบพาลจะเสียคน
หนูกอบการดีเป็นศักดิ์และเป็นศรี
ทั้งเป็นที่น้อมกมล
หนูจะไม่อับจน
แต่จงเลือกคบคนแล้วตนจะรุ่งเรือง
หนูเอยหนูฟังว่า
เพราะสติปัญญานั้นจะพาให้กระเดื่อง
หนูเอยชาติบ้านเมือง
จะเจริญฟุ้งเฟื่องก็เนื่องด้วยเด็กไทย
แม้ชาติต่างแดนมาหมิ่นหรือมาแคลน
หนูไม่แค้นบ้างหรือไร
บ้านเมืองเจริญได้
อยู่ที่เด็กของไทย มิใช่ใครอื่นเลย

 เพลงนี้มีความหมายมากมายถ้านำไปพิจารณาและดำเนินรอยตามปัจจุบันมีเด็กไทยสักกี่คนที่ทำตามได้อย่างนี้ อยากรู้จัง.

พระราชพิธีเดือนยี่

   พระราชพิธีตรียัมพวาย ตรีปวาย ในพระราชนิพนธ์สมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู้หัวต่อจากตอนที่แล้วดังนี้ หน้าที่ ๘๓ หน้าที่ ๘๕

   เมื่อจะว่าด้วยความประพฤติของพระเปนเจ้าทั้งปวง ซึ่งผู้อยู่
ในประเทศใดแต่งคัมภีร์ พระเปนเจ้าก็ประพฤติพระองค์เปนคน
ชาตินั้น ดังเช่นกล่าวมาแล้วนั้น พระอิศวรของพราหมณ์ที่อยู่ใน
กรุงสยามนี้ประพฤติพระองค์เปนอย่างชาวอินเดีย คือไม่เสวยเนื้อ
สัตว์ โปรดเข้าเม่า,เข้าตอก.กล้วย,อ้อย.มะพร้าว,เผือก,มัน,นม,
เนย, ตามที่พวกพราหมณ์ในประเทศอินเดียกินเปนอาหารอยู่ แล
ถือกันว่าพระอิศวรนั้นเปนพระคุณ คือเปนผู้ที่จะสงเคราะห์เทพยดา
มนุษย์ยักษ์มารทั่วไป ไม่มีที่จะลงโทษแก่ผู้ใด โดยจะต้อง
ทำบ้างก็เปนการจำเปนโดยเสียไม่ได้ หลงๆ ลืมๆ เช่นครั้งปราบ
ตรีบุรำเปนต้น เมื่อแผลงศรไปไม่สำเร็จแล้วก็ไม่ตั้งความเพียรที่จะ
ทำต่อไป มอบธุระให้พระนารายน์เสียทีเดียว โดยว่ามักจะทรง
กริ้วโกรธสนมกำนัลที่มีความผิดเล็กน้อยในการปฎิบัติวัดถากมีจุด
ตะเกียงเปนต้น ก็ยังทรงพระเมตตาให้มีกำหนดพ้นโทษ แลให้
เปนประโยชน์แก่การเรื่องอื่น มีให้เปนเมียหณุมานเปนรางวัล แล
บอกหนทางพระรามเปนต้น เพราะพระอิศวรเต็มไปด้วยความกรุณา
ไม่เลือกว่าคนดีฤาคนชั่ว เพราะใครไปตั้งพิธีรีตองจะขออันใด
ก็ได้สมปรารถนา จะไปดีฤาชั่วตามแต่ตัวผู้ได้ไป เพราะพระไทย
ดีมีพื้นอันใหม่อยู่เปนนิจดังนี้ จึงได้มีพระนามปรากฎว่าพระคุณ
    ส่วนพระนารายน์มีพระอาการตามที่กล่าวว่า เมื่ออยู่ปรกติ
เสมอย่อมบรรธมอยู่ในกลางทเลน้ำนมเปนนิตย์ ต่อเมื่อเวลาใดมี
การอันใดซึ่งพระอิศวรจะต้องการ รับสั่งใช้ให้ไปปราบปรามผู้ซึ่ง
ประทุษร้ายแก่โลกย์ทั้งปวงจึงได้ปลุกขึ้นมา เพราะฉนั้น พระนารายน์
จึงเปนแต่ผู้ทำลาย ที่สุดโดยปลุกขึ้นมาเพื่อการมงคลเช่นโสกันต์
พระขันธกุมาร ก็ทรงขัดเคืองบริภาษจนพระเศรียรพระขันธกุมาร
หายไป พระอิศวรต้องซ่อมแซมแก้ไขด้วยศีศะช้าง เพราะเหตุ
ฉนั้นจึงมีคำกล่าวว่าพระนาราย์ย่อมไม่ประสิทธิพรอวยสวัสดิมงคล
แต่สักครั้งหนึ่งเลย ที่สุดจนเครื่องบูชาในเวลาพระราชพิธีตรีปวาย
ก็ห้ามไม่ให้นำมาถวายด้วยกลัวพิศน์ จะแจกให้แก่ผู้ดีมีหน้าก็
ไม่ได้ ต้องแจกให้แก่ยาจกวรรณิพก แลถือกันว่าถ้าวันแรม ๕ ค่ำ
ซึ่งเปนวันส่งพระนารายน์นั้นต้องวันพิศน์ มักจะเกิดเหตุตีรันฟัง
แทงกันชุกชุม ( เพราะเดือนมืดคนไม่ใคร่ไปดู ) พราหมณ์ทั้งปวง
ต้องระวังกันเปนกวดขัน เพราะพระนารายน์เปนพนักงานแต่ล้าง
ผลาญเช่นนี้ จึงได้มีนามปรากฎว่าพระเดช เปนคู่กันกับพระคุณ
    ส่วนพระมหาวิฆเนศนั้น คือพระขันธกุมารซึ่งพระเศียร
เปนช้าง เปนพระโอรสพระอิศวรพราหมณ์ย่อมนับถือโดย
ฤทธิเดชของพระองค์เองบ้าง โดยจะให้ถูกพระไทยพระอิศวรเปน
การสัพพีบ้าง จึงเปนพระเปนเจ้าอีกองค์หนึ่ง
   เทวสถานซึ่งเปนของสำหรับพระนครจึงทำเปนสามสถาน
สถานหนึ่งพระอิศวร สถานกลางพระมหาวิฆเนศวร อีกสถานหนึ่ง
พระนารายณ์ การพระราชพิธีตรียัมพวายแลตรีปวายนี้ ทำที่เทว
สถานทั้งสามนั้น

         ครับยังคงมีรายละเอียดอีกมากติดต่ามต่อไปน่ะครับ.

การ์เรียนเชิญเปิดและชมนิทรรศการ

การ์เรียนเชิญเปิดและชมนิทรรศการ
นิทรรศการตั้งแต่ ๑๕ พย.ถึง ๑๕ ธค.นี้

In this photograph if you know please tell me where they are ?

In this photograph if you know please tell me where they are ?
ภาพถ่ายชุดนี้ คุณพ่อผมถ่ายไว้เป็นจำนวนมากเมื่อ ไปอยู่ที่ประเทศสหรัฐอเมริกา ประมาณ หกสิบ ถึงเจ็ดสิบปีมาแล้ว ท่านเสียชีวิตไปปี ๒๕๑๓ เอกสารบางอย่างถูกน้ำถ่วมและสูญหาย ทำให้ไม่ทราบถึงสถานที่ในภาพ ถ้าหากท่านทราบกรุณาบอกผมด้วยขอบคุณครับ

In this photograph if you know pleas tell me where they are ?

In this photograph if you know pleas tell me where they are ?
รูปแกะสลักนี้ตั้งอยู่ที่ไหนครับทราบโปรดบอกด้วยครับขอบคุณครับ

Please tell me where they are ?

Please tell me where they are ?
รูปเหล่านี้เป็นเทพฯของอียิปต์ยุกต์โบราณ

Please tell me where they are ?

Please tell me where they are ?
หน้าจะเป็นเทพฯ หรือ ราชินีองค์หนึ่งในอียิปต์โบราณ ถ้าสรวมหมวกรูปบัลลังก์ จะป็นเทพไอซิส

Please tell me were they are ?

Please tell me were they are ?

Please tell me where they are ?

Please tell me where they are ?

พระบาทสมเด็จพระรามาธิบดีศรีสินทรมหาจุฬาลงกรณ์ พระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู้หัว

พระบาทสมเด็จพระรามาธิบดีศรีสินทรมหาจุฬาลงกรณ์ พระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู้หัว
พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว พระพุทธเจ้าหลวง พระปิยมหาราช เทิดพระเกียรติในวาระ ๑๐๐ ปี วันสวรรคต ๒๓ ตุลาคม พ.ศ.๒๕๔๓ (มีบทความด้านล่าง)

พระโกศทองใหญ่ทรงพระบรมศพ พระบาทสมเด็จพระรามาธิบดีศรีสินทรมหาจุฬาลงกรณ์ พระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว

พระโกศทองใหญ่ทรงพระบรมศพ พระบาทสมเด็จพระรามาธิบดีศรีสินทรมหาจุฬาลงกรณ์ พระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว
พระบรมศพประดิษฐาน ณ พระที่นั่งดุสิตมหาปราสาท ในพระบรมมหาราชวัง

สมเด็จพระศรีนครินทราบรมราชชนนี

สมเด็จพระศรีนครินทราบรมราชชนนี
๑๑๐ ปี แสงรวีศรีนครินทร์รุ่งโรจน์มิรู้ลืม ด้วยเกล้าด้วยกระหม่อม ข้าพระพุทธเจ้า นายเบญจพล สิทธิประณีต.

สมเด็จพระศรีนครินทราบรมราชชนนี พระโอรสธิดา

สมเด็จพระศรีนครินทราบรมราชชนนี พระโอรสธิดา
สมเด็จย่าทรงกับพระโอรสธิดาครั้งทรงพระเยาว์

พระบาทสมเด็จพระปรเมนทรมหาอานันทมหิดล พระอัฐรามาธิบดินทร รัชการที่ ๘ สมเด็จย่า ฯ พระอนุชา

พระบาทสมเด็จพระปรเมนทรมหาอานันทมหิดล พระอัฐรามาธิบดินทร รัชการที่ ๘ สมเด็จย่า ฯ พระอนุชา
ในหลวงรัชการที่ ๘ สมเด็จย่า และพระอนุชา (ในหลวงรัชกาลที่ ๙)

ทรงงาน

ทรงงาน
พระบามสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวภูมิพลอดุลยเดช รัชการที่ ๙ และ สมเด็จพระศรีนครินทราบรมราชชนนี ทรงงาน

สมเด็จแม่ฯ

สมเด็จแม่ฯ
สมเด็จพระศรีนครินทราบรมราชชนนี และ พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวภูมิพลอดุลยเดช รัชกาลที่ ๙

สูจิบัตร นิทรรศการเฉลิมพระเกียรติ ๑๐๙ ปี แสงรวีศรีนครินทร์รุ่งโรจน์ มิรู้ลืม

สูจิบัตร นิทรรศการเฉลิมพระเกียรติ ๑๐๙ ปี แสงรวีศรีนครินทร์รุ่งโรจน์ มิรู้ลืม
นิทรรศการ ๑๐๙ ปี แสงรวีศรีนครินทร์รุ่งโรจน์ มิรู้ลืม ณ.ศูนย์ศิลป์ศรีพิพัฒน์(แพ บุนนาค) งานเฉลิมฉลองครบรอบ ๑๐๙ ปี วันคล้ายวันพระราชสมภพ สมเด็จพระศรีนครินทราบรมราชชนนี วันที่ ๒๑ ตุลาคม พ.ศ.๒๕๕๒ (มีรูปงานนิทรรศการด้านล่าง)

My collection-ภาพเก่าเล่าอดีต พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวภูมิพลอดุลยเดช

My collection-ภาพเก่าเล่าอดีต พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวภูมิพลอดุลยเดช
เสด็จพระราชดำเนินวัดพระบรมธาตุดอยสุเทพ เชียงใหม่(พ.ศ.2501)

สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิตบรมราชินีนาท(พ.ศ.2501)

สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิตบรมราชินีนาท(พ.ศ.2501)
เสด็จพระราชดำเนินวัดพระบรมธาตุดอยสุเทพ จังหวัดเชียงใหม่

พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวและสมเด็จพระบรมราชินีนาท(พ.ศ.2501)

พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวและสมเด็จพระบรมราชินีนาท(พ.ศ.2501)
ทั้งสองพระองค์บริเวณบันไดนาควัดพระบรมธาตุดอยสุเทพ จ.เชียงใหม่

พระบัวเข็ม

พระบัวเข็ม
พระบัวเข็ม ที่บ้านจะมีจานเชิงใส่นำรองอยู่ด้านล่างองค์พระซึ่งทำจากไม้ลงรักปิดทอง

The way of life in U.S.A.

The way of life in U.S.A.
Tn the town by Vimol Siddhipraneet.

The way of life in u.s.a.

The way of life in u.s.a.
In the town.

The way of life in U.S.A.

The way of life in U.S.A.
In the town.

The way of life in U.S.A.

The way of life in U.S.A.
In the town.

The way of life in U.S.A.

The way of life in U.S.A.
In the town.

The way of life in U.S.A.

The way of life in U.S.A.
In the town.

The way of life in U.S.A.

The way of life in U.S.A.
In the town.

The way of life in U.S.A

The way of life in U.S.A
In the town.

ภาพถ่ายในสหรัฐอเมริกา

ภาพถ่ายในสหรัฐอเมริกา
ถ่ายโดย คุณพ่อวิมล สิทธิประณีต.เมื่อครั้งไปสหรัฐอเมริกา

ภาพถ่ายในประเทศสหรัฐอเมริกา

ภาพถ่ายในประเทศสหรัฐอเมริกา
คุณพ่อวิมล สิทธิประณีต.ถ่าย เมื่อทำงานสำนักข่าวสารอเมริกัน

ภาพถ่ายที่ประเทศสหรัฐอเมริกา

ภาพถ่ายที่ประเทศสหรัฐอเมริกา
คุณพ่อวิมล สิทธิประณีต.ถ่าย ล้าง และอัดเอง ท่านมีห้องมืดที่บ้าน.