ครับเรามาทราบถึงพระราชพิธีลอยพระประทีปในพระราชนิพนธ์พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว กันต่อเลยน่ะครับ
หน้าที่ ๒๗ ถึงหน้าที่ ๒๙
การลอยพระประทีปเปนเวลาที่เสด็จออกนอกกำแพงพระราช
วัง แลกำแพงพระนครเวลากลางคืน จึงได้จัดการป้องกันรักษา
แขงแรง การที่จัดทั้งปวงนี้ก็เปนธรรมเนียมเดิม ในเวลาที่
บ้านเมืองไม่ปรกติเรียบร้อย แลจะให้เปนการครึกครื้นในแม่น้ำ
ถ้าจะว่าตามอย่างโบราณที่เปนการเสด็จพระราชดำเนินประพาศลำ
น้ำก็เปนการสมควรกันอยู่ ด้วยเรือที่ทอดทุ่นรักษาราชการนั้นก็
เปนเรือในกระบวนเสด็จพระราชดำเนินทั้งสิ้น แต่ถ้าจะเทียบกับ
การชั้นหลังในประจุบันนี้ ที่เสด็จไปวังเจ้านายในเวลากลางคืน ฤา
เสด็จลงทอดพระเนตรโคมในเวลาเฉลิมพระชนม์พรระษา การป้อง
กันรักษาน้อยกว่าลอยประทีปมากหลายเท่า ก็เปนไปตามเวลาที่
บ้านเมืองเปลี่ยนแปลงไป แต่การลอยประทีปนี้ยังคงอยู่ตามแบบ
เดิมเหมือนอย่างเสด็จพระราชดำเนินพระราชทานพระกฐิน แล
เสด็จประพาศตามธรรมเนียมฉนั้น ที่แพลอยน่าท่าราชวรดิฐมีเรือ
บันลังก์สองลำจอดขนานกัน ในเรือบัลลังก์นั้นแต่เดิมลำในกั้นม่าน
เปนที่พระบรรธม,ที่สรง,ที่ลงพระบังคน ดูเหมือนว่าจะเปนที่ประทับ
อยู่นาน ๆ ตั้งแต่หัวค่ำไปจนดึก เครื่องที่สำหรับตั้งนั้นก็มีพระ
สุพรรณราช แลมีขันพระสุธารสอย่างเช่นเสวยพระกระยาหาร
การป้องกันรักษาห้ามเรือที่ไม่ไห้เดินในทุ่นตั้งแต่หัวค่ำไปจนดึก
เวลาเสด็จขึ้น ดูเหมือนว่าในครั้งใดครั้งหนึ่งพระเจ้าแผ่นดินจะเสด็จ
ลงไปประทับอยู่ตั้งแต่หัวค่ำจนสิ้นเวลาลอยพระประทีป สรงเสวย
ในนั้น แต่ครั้นมาถึงแผ่นดินพระบาทสมเด็จพระจอมเกล้ารับสั่ง
ให้เลิกที่สรงที่พระบรรธม คงแต่เครื่องพระสุธารศซึ่งเจ้าพนัก
งานยังจัดอยู่ตามเคย ในเรือบัลลังก์ทั้งสองลำนั้นกั้นม่านสกัดทั้ง
หัวเรือท้ายเรือ ข้างหัวเรื่อท้ายเรือเปนข้างน่า ที่ตรงม่านสกัด
หัวเรือท้ายเรือมีม่านยืดออกไปในน้ำ ยังมิให้เจ้าพนักงานที่อยู่
หัวเรือท้ายเรือแลเห็นเข้ามาข้างใน ต่อมาเมื่อเวลาจะปล่อยเรือ
กระทงจึงชักม่าน ข้างเหนือมีม่านท่องสกัดเสมอแนวพนักข้าง
ในอีกชั้นหนึ่งเพราะใกล้ที่ประทับ ในระหว่างม่านนั้นเปนที่สำหรับ
ท้าวนางเถ้าแก่ประจำคอยรับเรือกระทง ข้างใต้เปนที่สำหรับเจ้า
คุณท้าวนางเถ้าแก่ฤาเจ้านายซึ่งไม่ต้องจุดกระทงเฝ้าในเรือบัลลังก์
ลำนอก เรือบัลลังก์ลำในเปนที่พนักงานนั่งนอกพนัก ในพนัก
เปนที่เจ้าจอมอยู่งาน ส่วนในเรือบัลลังก์ลำนอกนั้นทอด
พระยี่ภู่ตั้งพระแสงเปนที่ประทับ มีเจ้าจอมอยู่งานเฝ้าอยู่ในนั้น
เฉภาะที่เชิญเครื่อง กับพระเจ้าลูกเธอที่ตามเสด็จ ชานเรือบันลังก์
ลำนอกตรงช่องพนักทอดที่ประทับเปนที่ทรงจุดกระทง ต่อนั้นไป
เปนที่เจ้านายแลเจ้าจอมจุดกระทง
คงยังมีรายละเอียดอีกมากจะนำมาเสนอต่อไปน่ะครับ
ป้ายด้านหน้าพิพิธภัณฑ์ เปิด ศุกร์ เสาร์ อาทิตย์ ๑๐.๓๐ น.ถึง ๑๕.๓๐ น. เชิงสะพานนวรัฐ ฝั่งตะวันออก
วันพฤหัสบดีที่ 9 ธันวาคม พ.ศ. 2553
พระราชพิธีการลอยพระประทีป เดือนสิบสอง
พระราชพิธีการลอยพระประทีป เดือนสิบสอง
การลอยพระประทีปในพระราชนิพนธ์พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัวตอนต่อมามีดังนี้
หน้าที่ ๒๗ ถึง หน้าที่ ๒๙
การเก่ายกไว้ จะขอว่าแต่ที่กรุงเทพ ฯ นี้ การลอยประทีป
ในเดือน ๑๒ เปนการใหญ่กว่าลอยประทีปในเดือน ๑๑ ด้วยอากาศ
ปราศจากฝน แลการพระราชกุศลก็เปนการกลางวันมากกว่า
กลางคืน นับว่าเปนเวลาว่างกว่าเดือน ๑๑ ที่ในพระบรมมหา
ราชวังน่าวัดพระศรีรัตรสาศดาราม มีดอกไม้พุมบูชา ๑๐ พุ่ม
แต่ไม่ได้เสด็จพระราชดำเนินไปทรงจุด ชาวที่นำเทียนชนวนมา
ถวายทรงจุดในเวลาทรงธรรมกลางคืน แต่ส่วนซึ่งบูชาหอพระใน
พระบรมมหาราชวัง ปักพุ่มดอกไม่ย่อม ๆ ที่ชลาที่ทรงบาตรข้าง
พระที่นั่งจักรพรรดิพิมาน เสด็จพระราชดำเนินทรงจุดดอกไม้ก่อน
ที่จะออกทรงธรรม มีแตรสังข์พิณพาทย์ผู้หญิงประโคมด้วย
วันนี้ขออนุญาตินำเสนอสั้น ๆ เพราะ ง่วงนอนมากเลยครับ เพราะมีนิทรรศการที่หอศิลปวัฒนธรรมเมืองเชียงใหม่ ต้องทำหลายหน้าที่ และนอนน้อยด้วยกังวล ก็ขออนุญาติน่ะครับ
หน้าที่ ๒๗ ถึง หน้าที่ ๒๙
การเก่ายกไว้ จะขอว่าแต่ที่กรุงเทพ ฯ นี้ การลอยประทีป
ในเดือน ๑๒ เปนการใหญ่กว่าลอยประทีปในเดือน ๑๑ ด้วยอากาศ
ปราศจากฝน แลการพระราชกุศลก็เปนการกลางวันมากกว่า
กลางคืน นับว่าเปนเวลาว่างกว่าเดือน ๑๑ ที่ในพระบรมมหา
ราชวังน่าวัดพระศรีรัตรสาศดาราม มีดอกไม้พุมบูชา ๑๐ พุ่ม
แต่ไม่ได้เสด็จพระราชดำเนินไปทรงจุด ชาวที่นำเทียนชนวนมา
ถวายทรงจุดในเวลาทรงธรรมกลางคืน แต่ส่วนซึ่งบูชาหอพระใน
พระบรมมหาราชวัง ปักพุ่มดอกไม่ย่อม ๆ ที่ชลาที่ทรงบาตรข้าง
พระที่นั่งจักรพรรดิพิมาน เสด็จพระราชดำเนินทรงจุดดอกไม้ก่อน
ที่จะออกทรงธรรม มีแตรสังข์พิณพาทย์ผู้หญิงประโคมด้วย
วันนี้ขออนุญาตินำเสนอสั้น ๆ เพราะ ง่วงนอนมากเลยครับ เพราะมีนิทรรศการที่หอศิลปวัฒนธรรมเมืองเชียงใหม่ ต้องทำหลายหน้าที่ และนอนน้อยด้วยกังวล ก็ขออนุญาติน่ะครับ
วันอังคารที่ 7 ธันวาคม พ.ศ. 2553
MUSEUM BENJAPON: การลอยพระประทีป ( พระราชนิพนธ์ในพระบาทสมเด็จพระจุล...
MUSEUM BENJAPON: การลอยพระประทีป ( พระราชนิพนธ์ในพระบาทสมเด็จพระจุล...: " ที่จริงวันนี้ก็ล่วงเลยวันลอยกระทงมาหลายวันแล้วแต่ความรู้เกี่ยวกับพระราชพิธีลอยพระประทีปนำไปใช้ประโยชน์อีกมากมายจึงอัญเชิญพระราชนิพนธ์เรื..."
MUSEUM BENJAPON: การลอยพระประทีป ( พระราชนิพนธ์ในพระบาทสมเด็จพระจุล...
MUSEUM BENJAPON: การลอยพระประทีป ( พระราชนิพนธ์ในพระบาทสมเด็จพระจุล...: " ที่จริงวันนี้ก็ล่วงเลยวันลอยกระทงมาหลายวันแล้วแต่ความรู้เกี่ยวกับพระราชพิธีลอยพระประทีปนำไปใช้ประโยชน์อีกมากมายจึงอัญเชิญพระราชนิพนธ์เรื..."
การลอยพระประทีป ( พระราชนิพนธ์ในพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัวในพระราชพิธีสิบสองเดือนป
ที่จริงวันนี้ก็ล่วงเลยวันลอยกระทงมาหลายวันแล้วแต่ความรู้เกี่ยวกับพระราชพิธีลอยพระประทีปนำไปใช้ประโยชน์อีกมากมายจึงอัญเชิญพระราชนิพนธ์เรื่องนี้มาให้ท่านผู้สนใจได้ทราบ ซึ่งข้อนข้างยาวคงจะมีหลาย ๆ ตอนอยู่ ขอเชิญท่านผู้สนใจติดตามดังนี้ครับ
หน้าที่ ๒๕ ถึงหน้าที่ ๒๗
การลอยพระประทีป
การลอยพระประทีปลอยกระทงนี้ เปนนักขัตฤกษ์ที่รื่นเริง
ทั่วไปของชนทั้งปวงทั่วกัน ไม่เฉภาะแต่การหลวง แต่จะนับว่าเปน
พระราชพิธีอย่างใดก็ไม่ได้ ด้วยไม่ได้มีพิธีสงฆ์พิธีพราหมณ์อัน
ใดเกี่ยวข้องเนื่องในการลอยพระประทีปนั้น เว้นไว้แต่จะเข้าใจว่า
ตรงกับคำที่ว่าลอยโคมลงน้ำเช่นกล่าวมาแล้ว แต่ควรนับว่าเปน
ราชประเพณี ซึ่งมีมาในแผ่นดินสยามแต่โบราณ ตั้งแต่พระ
นครยังอยู่ฝ่ายเหนือ เมื่อตรวจดูในกฎมณเฑียรบาลซึ่งได้ยกมา
อ้างในเบื้องต้น ต่อความที่ว่าพิธีจองเปรียงลดชุดลอยโคมลงน้ำ
ไป มีความต่อไปว่า " ตั้งระทาดอกไม้ ในพระเมรุ ๔ ระทา หน้ง
๒ โรง" การเรื่องนี้ก็คงจะตรงกันกับที่มีดอกไม้เพลิงที่วัดพระศรี
รัตนสาศดาราม แลที่ชลาทรงบาตรบูชาหอพระในพระบรมมหา
ราชวัง ต่อนั้นไปก็ว่าด้วยการลอยประทีป การลอยประทีปที่ว่า
ในกฎหมายนี้มีเนื้อความเค้าเรื่องนพมาศ ซึ่งว่าท้าวศรีจุฬา
ลักษณ์ซึ่งเปนท้าวพระสนมเอก แต่ครั้งพระเจ้าอรุณมหาราชคือ
พระร่วง ซ฿งพระเจ้าแผ่นดินสยามตั้งแต่กรุงตั้งอยู่ ณ เมืองศุโข
ไทย ได้กล่าวไว้ว่าในเวลาฤดูเดือนสิบสอง เปนเวลาเสด็จลง
ประพาศในลำน้ำตามพระราชพิธีในเวลากลางคืน พระอรรคมเหษี
แลพระสนมฝ่ายใน ตามเสด็จในเรือพระที่นั่งทอดพระเนตรการ
นักขัตฤกษ์ ซึ่งราษฎรเล่นในเม่น้ำตามกำหนดปี เมื่อนาง
นพมาศได้เข้ามารับราชการ จึงได้คิดอ่านทำกระทงถวายพระเจ้า
แผ่นดิน เปนรูปดอกบัวแลรูปต่าง ๆ ให้ทรงลอยตามสายน้ำไหล
แลคิดคำขับร้องขึ้นถวายพระเจ้าแผ่นดินทรงพระราชดำริห์จัดเรือ
พระที่นั่ง เทียบขนานกันให้ใหญ่กว้าง สำหรับพระสนมฝ่านใน
จะได้ตามเสด็จประพาศได้มาก ๆ ขึ้นกว่าแต่ก่อน และพระสนมที่
ตามเสด็จประพาศในการพระราชพิธีนั้น ย่อมตกแต่งประดับประดา
กายเปนอันมาก เมื่อพระสนมทั้งปวงได้ตามเสด็จด้วยกันโดยมาก
ดังนั้น พระเจ้าแผ่นดินก็ต้องพระราชทานเครื่องวัตถาอาภรณ์ต่าง ๆ
ทั่วไปเปนที่ชื่นชมยินดีทั่วกัน มีข้อความพิศดารยืดยาว เนื้อ
ความก็คล้ายคลึงกันกับจดหมายถ้อยคำขุนหลวงหาวัด ซึ่งได้
กล่าวว่าพระเจ้าแผ่นดินกรุงเก่า ฤาเปนพระเจ้าอยู่หัวบรมโกษฐนั้น
เอง เสด็จลงเรือพระที่นั่ง ทรงพระภูษาขาว เครื่องราชอาภรณ์
ล้วนแต่ทำด้วยเงิน แล้วล่องลงไปตามลำน้ำ มีจุดดอกไม้เพลิงที่
น่าพระอารามต่าง ๆ ข้อความยืดยาวอีกแต่ไม่รับประกันว่าฉบับที่ดี
พิมพ์ไว้นั้นเปนความจริงทั้งสิ้น เพราะข้าพเจ้าได้อ่านฉบับเดิมนั้น
ช้านานมาแล้ว จะถูกต้องหันฤาไม่ถูกต้องไม่ได่ตรวจตราลเอียด
แต่ข้อความก็ลงเปนรอยเดียวกันกับที่มีอยู่ในกฎมณเฑียรบาลได้
ความว่า ในฤดูเดือนสิบสองเปนเวลาที่น้ำในแม่น้ำใสสอาดแล
มากเต็มฝั่ง ทั้งเปนเวลาที่สิ้นฤดูฝน ในกลางเดือนนั้นพระจันทร์
ก็มีแสงสว่างผ่องใส เปนสมัยที่สมครวรจะรื่นเริงในลำน้ำในเวลา
กลางคืน พระเจ้าแผ่นดินจึงได้เสด็จลงประพาศตามลำน้ำพร้อม
ด้วยพระราชบริพารฝ่ายใน เปนประเพณีมีมาแต่กรุงศุโขไทยฝ่าย
เหนือโน้นแล้ว
ครับจากในพระราชนิพนธ์นี้ยังคงมีต่ออีกถึงหน้าที่ ๔๒ ซึ่งผมจะอัญเชิญมาเปนตอน ๆไป น่ะครับ.
หน้าที่ ๒๕ ถึงหน้าที่ ๒๗
การลอยพระประทีป
การลอยพระประทีปลอยกระทงนี้ เปนนักขัตฤกษ์ที่รื่นเริง
ทั่วไปของชนทั้งปวงทั่วกัน ไม่เฉภาะแต่การหลวง แต่จะนับว่าเปน
พระราชพิธีอย่างใดก็ไม่ได้ ด้วยไม่ได้มีพิธีสงฆ์พิธีพราหมณ์อัน
ใดเกี่ยวข้องเนื่องในการลอยพระประทีปนั้น เว้นไว้แต่จะเข้าใจว่า
ตรงกับคำที่ว่าลอยโคมลงน้ำเช่นกล่าวมาแล้ว แต่ควรนับว่าเปน
ราชประเพณี ซึ่งมีมาในแผ่นดินสยามแต่โบราณ ตั้งแต่พระ
นครยังอยู่ฝ่ายเหนือ เมื่อตรวจดูในกฎมณเฑียรบาลซึ่งได้ยกมา
อ้างในเบื้องต้น ต่อความที่ว่าพิธีจองเปรียงลดชุดลอยโคมลงน้ำ
ไป มีความต่อไปว่า " ตั้งระทาดอกไม้ ในพระเมรุ ๔ ระทา หน้ง
๒ โรง" การเรื่องนี้ก็คงจะตรงกันกับที่มีดอกไม้เพลิงที่วัดพระศรี
รัตนสาศดาราม แลที่ชลาทรงบาตรบูชาหอพระในพระบรมมหา
ราชวัง ต่อนั้นไปก็ว่าด้วยการลอยประทีป การลอยประทีปที่ว่า
ในกฎหมายนี้มีเนื้อความเค้าเรื่องนพมาศ ซึ่งว่าท้าวศรีจุฬา
ลักษณ์ซึ่งเปนท้าวพระสนมเอก แต่ครั้งพระเจ้าอรุณมหาราชคือ
พระร่วง ซ฿งพระเจ้าแผ่นดินสยามตั้งแต่กรุงตั้งอยู่ ณ เมืองศุโข
ไทย ได้กล่าวไว้ว่าในเวลาฤดูเดือนสิบสอง เปนเวลาเสด็จลง
ประพาศในลำน้ำตามพระราชพิธีในเวลากลางคืน พระอรรคมเหษี
แลพระสนมฝ่ายใน ตามเสด็จในเรือพระที่นั่งทอดพระเนตรการ
นักขัตฤกษ์ ซึ่งราษฎรเล่นในเม่น้ำตามกำหนดปี เมื่อนาง
นพมาศได้เข้ามารับราชการ จึงได้คิดอ่านทำกระทงถวายพระเจ้า
แผ่นดิน เปนรูปดอกบัวแลรูปต่าง ๆ ให้ทรงลอยตามสายน้ำไหล
แลคิดคำขับร้องขึ้นถวายพระเจ้าแผ่นดินทรงพระราชดำริห์จัดเรือ
พระที่นั่ง เทียบขนานกันให้ใหญ่กว้าง สำหรับพระสนมฝ่านใน
จะได้ตามเสด็จประพาศได้มาก ๆ ขึ้นกว่าแต่ก่อน และพระสนมที่
ตามเสด็จประพาศในการพระราชพิธีนั้น ย่อมตกแต่งประดับประดา
กายเปนอันมาก เมื่อพระสนมทั้งปวงได้ตามเสด็จด้วยกันโดยมาก
ดังนั้น พระเจ้าแผ่นดินก็ต้องพระราชทานเครื่องวัตถาอาภรณ์ต่าง ๆ
ทั่วไปเปนที่ชื่นชมยินดีทั่วกัน มีข้อความพิศดารยืดยาว เนื้อ
ความก็คล้ายคลึงกันกับจดหมายถ้อยคำขุนหลวงหาวัด ซึ่งได้
กล่าวว่าพระเจ้าแผ่นดินกรุงเก่า ฤาเปนพระเจ้าอยู่หัวบรมโกษฐนั้น
เอง เสด็จลงเรือพระที่นั่ง ทรงพระภูษาขาว เครื่องราชอาภรณ์
ล้วนแต่ทำด้วยเงิน แล้วล่องลงไปตามลำน้ำ มีจุดดอกไม้เพลิงที่
น่าพระอารามต่าง ๆ ข้อความยืดยาวอีกแต่ไม่รับประกันว่าฉบับที่ดี
พิมพ์ไว้นั้นเปนความจริงทั้งสิ้น เพราะข้าพเจ้าได้อ่านฉบับเดิมนั้น
ช้านานมาแล้ว จะถูกต้องหันฤาไม่ถูกต้องไม่ได่ตรวจตราลเอียด
แต่ข้อความก็ลงเปนรอยเดียวกันกับที่มีอยู่ในกฎมณเฑียรบาลได้
ความว่า ในฤดูเดือนสิบสองเปนเวลาที่น้ำในแม่น้ำใสสอาดแล
มากเต็มฝั่ง ทั้งเปนเวลาที่สิ้นฤดูฝน ในกลางเดือนนั้นพระจันทร์
ก็มีแสงสว่างผ่องใส เปนสมัยที่สมครวรจะรื่นเริงในลำน้ำในเวลา
กลางคืน พระเจ้าแผ่นดินจึงได้เสด็จลงประพาศตามลำน้ำพร้อม
ด้วยพระราชบริพารฝ่ายใน เปนประเพณีมีมาแต่กรุงศุโขไทยฝ่าย
เหนือโน้นแล้ว
ครับจากในพระราชนิพนธ์นี้ยังคงมีต่ออีกถึงหน้าที่ ๔๒ ซึ่งผมจะอัญเชิญมาเปนตอน ๆไป น่ะครับ.
วันจันทร์ที่ 6 ธันวาคม พ.ศ. 2553
พระราชนิพนธ์ ในพระบาทสมเด็จพระรามาธิบดีศรีสินทรมหาจุฬาลงกรณ์ พระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว
ในวันที่ ๕ ธันวาคม ที่ผ่านมาเป็นวันเฉลิมพระชนมพรรษาพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวภูมิพลอดุลยเดชมหาราช ซึ่งทรงเป็นพระนันดาในพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว ในสมเด็จเจ้าฟ้ามหิดลอดุลยเดช กรมหลวงสงขลานครินทรและสมเด็จพระศรีนครินทราบรมราชชนนี ทรงพระราชสมภพ เมื่อวันที่ ๕ ธันวาคม ๒๔๗๐ ณ.รัฐแมสสะชูเสตล์ส์ ประเทศสหรัฐอเมริกา เป็นเวลา ๘๓ ปีล่วงมาแล้ว ทรงเฉลิมพระเกียรติยศอย่างเป็นทางการเป็นพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ในพระราชพิธีบรมราชาภิเศกวันที่ ๕ พฤษภาคม ๒๔๙๓ ทรงเสด็จพระทับเหนือพระที่นั่งภัทรบิฐ ณ พระที่นั่งไพศาลทักษิณฝ่ายตะวันตก พระราชครูวามเทพมุนี กล่าวพระเวทสรรเสริญเบิกศิวาลัยไกรลาส เชิญพระสุพรรณบัฎ เครื่องราชกกุธภัณฑ์ เครื่องขัติยราชวราภรณ์ เครื่องขัติยราชูปโภค และพระแสงราชศัสตราวุธ ขึ้นทูลเกล้าฯ ถวาย แล้วกราบบังคมทูลพระกรุณาถวายพระพรชัยมงคลเป็นภาษามคธ พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวมีพระปฐมบรมราชโองการสุรสิงหนาประถมธรรมิกราชวาจาพระราชทานอารักขาแก่ประชาชนเป็นภาษาไทยว่า "เราจะครองแผ่นดินโดยธรรม เพื่อประโยชน์สุขแห่งมหาชนชาวสยาม"
ซึ่งตั้งแต่เวลานั้นจนถึงวันนี้ทรงพระราชกรณียกิจอันมากมายนานับประการเพื่อประโยชน์สุขของมหาชนชาวสยามซึ่งเป็นพระมหากรุณาธิคุณอันหาที่สุดมิได้ที่ทรงพระราชทานแก่พระสกนิกรชาวไทยและผู้ที่อยู่ใต้พระบรมโพธิสมภารตลอดมา ขอทรงพระเจริญ ยิ่งยืนนาน
ก่อนอื่นต้องขอสูมาท่านที่ติดตามด้วยครับเนื่องจากเครื่องผมเป็นโน๊ตบุ๊ค ทำให้มีข้อจำกัด ทำให้เกิดอาการป่วยต้องส่งเข้าโรงซ่อมเสียหลายวัน ก็เลยไม่สามารถนำเสนออย่างต่อเนื่องตอนนี้ซ่อมสุขภาพแล้วหวังว่าคงจะไม่ป่วยอีกในเร็ววันก็จะนำเสนอเรื่องราว ต่อเนื่องไปครับ
นี้ก็ใกล้วันคล้ายวันสิ้นคล้ายวันพระชนม์ พระราชชายา เจ้าดารารัศมี ในวันที่ ๙ ธันวาคม นี้ ซึ่งจะมีงานที่พระตำหนัก ดาราภิรมณ์ ทุกปี หลายปีก่อนผมได้รับการ์ดเชิญ หรือหนังสือเชิญร่วมงานเสมอ แต่ปีนี้หายเงียบสงสัยไม่มีเกียรติพอที่เขาจะเชิญ เลยไม่รู้ว่าทางพระตำหนัก ฯ จะจัดอะไรอย่างไร จะได้ไปร่วมงานถูก สงสัยกลายเป็นคนตกหล่นเสียแล้ว ใครที่อ่านบทความผมทราบรายละเอียด ช่วยกรุณาแจ้งให้ผมทราบที ที่ ๐๘๙ ๕๕๕ ๐๐๘๙ ครับ เพราะถึงเขาไม่เชิญมา แต่อย่างใดก็จะไปถวายสักการะ เพื่อระลึกถึงพระองค์ท่าน ที่มีคุณูปการณ์ต่อแผ่นดินล้านนา ครับ
เอาล่ะครับบ่นเป็นตาแก่เสียหลายบรรทัดมาต่อในพระราชนิพนธ์เรื่อพระราชพิธีสิบสองเดือนดีกว่าน่ะครับ
หน้าที่ ๒๓ ถึงหน้าที่ ๒๔
คำตักเตือนในการฉลองไตรนี้ เมื่อวันขึ้น ๑๓ ค่ำพระสงฆ์
ที่สวดมนต์ถึง ๕๐๐ เศษฤา ๖๐๐ รูป เทียนซึ่งถวายพระสงฆ์ใน
เวลาสวดมนต์นั้นมาก มหาดเล็กควรจะต้องคอยรับ แลเวลา
ที่พระเจ้าลูกเธอจะไปถวายควรต้องคอยยกตาม อย่าให้ต้องรั้งรอ
กับเนิ่นช้า
อนึ่งจะต้องเตือนอย่างจืด ๆ อีกอย่างหนึ่งว่า ถ้าเวลาพระ
สงฆ์ฉันแล้วจำจะต้องยถา จำจะต้องทรงพระเต้าษิโณทก ไม่
มีเหตุการอันใดที่จะยกเว้นพระเต้าษิโณทกได้เลยในเวลาพระสงฆ์
ฉันแล้ว ซึ่งมหาดเล็กบางคนทำอึก ๆ อัก ๆ ไม่แน่ใจว่าจะทรง
ฤาไม่ทรง ฤาทอดธุระเสียว่าไม่ทรงนั้นเปนการเซอะแท้ ไม่มีข้อ
ทุ่มเถียงอย่างไรเลย
อนึ่งในเวลาเมื่อสวดมนต์จบแลเวลาเลี้ยงพระแล้ว มีเสด็จ
ออกขุนนางข้าราชการเฝ้าทูลใบบอกแลข้อราชการต่าง ๆ ได้เหมือน
ออกขุนนางตามเคย
อนึ่งในเวลาค่ำที่ทรงธรรมนั้น พอเสด็จออกมหาดเล็กก็ต้อง
นำเทียนชนวนเข้าไปตั้ง ทรงจุดเรื่องบูชาเทวดาแล้วต้องคอยรับ
เทียนที่บูชาพระมหาเสวตฉัตร ซึ่งจะปล่อยให้ทรงจุดทรงวางใน
ตะบะอย่างเช่นมหาดเล็กเคยทำมาบ่อย ๆ นั้นไม่ถูก เมื่อรับเทียน
นั้นไปแล้วเคยไปติดที่บัวหลังพระมหาเสวตรฉัตร ซึ่งไม่เห็นมหาด
เล็กไปติดมาช้านานแล้ว จำไม่มีใครรู้ฤาประการใดสงไสยอยู่ เมื่อ
ทรงจุดเทียนเทวดาแล้วทรงจุดเทียนดูหนังสือ ไม่ต้องรอคอยจน
ทรงจุดเทียนเครื่องนมัสการแล้วจึงยกไปให้เปนการช้ายืดยาว พอ
ทรงจุดแล้วก็ยกไป ถ้าธรรมมาศน์กว้างตั้งบนธรรมมาศน์ทั้งเชิง ถ้า
ธรรมมาศน์แคบมีจงกล ถอนเทียนออกปักที่จงกล ถ้าธรรมมาศน์
แคบมีม้าตั้งข้าง ๆ ให้ตั้งบนม้า การที่ถอนเทียนออกติดกับกง
ธรรมมาศน์นี้ พระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัวไม่โปรด ได้
กริ้วมาหลายครั้งแล้ว แต่เดี๋ยวนี้ก็มีราย ๆ อยู่บ้างไม่สู้หนานัก
ขอให้เข้าใจว่าไม่โปรดเหมือนกัน ฯ
ในพระราชนิพนธ์ตอนนี้เราจะได้ทราบถึงรายละเอียดพระราชพิธี แลการปฏิบัติของเจ้าพนักงานซึ่งยังมีข้อบกพร่องและพระองค์ทรงตักเตือน และทรงพระราชทานความคิดเห็นของความไม่เหมาะสมต่าง ๆ ด้วยความพระราชสนพระทัย ให้พิธีกรรมถูกต้องตามพระราชพิธี อย่างละเอียดถี่ถ้วย.
ซึ่งตั้งแต่เวลานั้นจนถึงวันนี้ทรงพระราชกรณียกิจอันมากมายนานับประการเพื่อประโยชน์สุขของมหาชนชาวสยามซึ่งเป็นพระมหากรุณาธิคุณอันหาที่สุดมิได้ที่ทรงพระราชทานแก่พระสกนิกรชาวไทยและผู้ที่อยู่ใต้พระบรมโพธิสมภารตลอดมา ขอทรงพระเจริญ ยิ่งยืนนาน
ก่อนอื่นต้องขอสูมาท่านที่ติดตามด้วยครับเนื่องจากเครื่องผมเป็นโน๊ตบุ๊ค ทำให้มีข้อจำกัด ทำให้เกิดอาการป่วยต้องส่งเข้าโรงซ่อมเสียหลายวัน ก็เลยไม่สามารถนำเสนออย่างต่อเนื่องตอนนี้ซ่อมสุขภาพแล้วหวังว่าคงจะไม่ป่วยอีกในเร็ววันก็จะนำเสนอเรื่องราว ต่อเนื่องไปครับ
นี้ก็ใกล้วันคล้ายวันสิ้นคล้ายวันพระชนม์ พระราชชายา เจ้าดารารัศมี ในวันที่ ๙ ธันวาคม นี้ ซึ่งจะมีงานที่พระตำหนัก ดาราภิรมณ์ ทุกปี หลายปีก่อนผมได้รับการ์ดเชิญ หรือหนังสือเชิญร่วมงานเสมอ แต่ปีนี้หายเงียบสงสัยไม่มีเกียรติพอที่เขาจะเชิญ เลยไม่รู้ว่าทางพระตำหนัก ฯ จะจัดอะไรอย่างไร จะได้ไปร่วมงานถูก สงสัยกลายเป็นคนตกหล่นเสียแล้ว ใครที่อ่านบทความผมทราบรายละเอียด ช่วยกรุณาแจ้งให้ผมทราบที ที่ ๐๘๙ ๕๕๕ ๐๐๘๙ ครับ เพราะถึงเขาไม่เชิญมา แต่อย่างใดก็จะไปถวายสักการะ เพื่อระลึกถึงพระองค์ท่าน ที่มีคุณูปการณ์ต่อแผ่นดินล้านนา ครับ
เอาล่ะครับบ่นเป็นตาแก่เสียหลายบรรทัดมาต่อในพระราชนิพนธ์เรื่อพระราชพิธีสิบสองเดือนดีกว่าน่ะครับ
หน้าที่ ๒๓ ถึงหน้าที่ ๒๔
คำตักเตือนในการฉลองไตรนี้ เมื่อวันขึ้น ๑๓ ค่ำพระสงฆ์
ที่สวดมนต์ถึง ๕๐๐ เศษฤา ๖๐๐ รูป เทียนซึ่งถวายพระสงฆ์ใน
เวลาสวดมนต์นั้นมาก มหาดเล็กควรจะต้องคอยรับ แลเวลา
ที่พระเจ้าลูกเธอจะไปถวายควรต้องคอยยกตาม อย่าให้ต้องรั้งรอ
กับเนิ่นช้า
อนึ่งจะต้องเตือนอย่างจืด ๆ อีกอย่างหนึ่งว่า ถ้าเวลาพระ
สงฆ์ฉันแล้วจำจะต้องยถา จำจะต้องทรงพระเต้าษิโณทก ไม่
มีเหตุการอันใดที่จะยกเว้นพระเต้าษิโณทกได้เลยในเวลาพระสงฆ์
ฉันแล้ว ซึ่งมหาดเล็กบางคนทำอึก ๆ อัก ๆ ไม่แน่ใจว่าจะทรง
ฤาไม่ทรง ฤาทอดธุระเสียว่าไม่ทรงนั้นเปนการเซอะแท้ ไม่มีข้อ
ทุ่มเถียงอย่างไรเลย
อนึ่งในเวลาเมื่อสวดมนต์จบแลเวลาเลี้ยงพระแล้ว มีเสด็จ
ออกขุนนางข้าราชการเฝ้าทูลใบบอกแลข้อราชการต่าง ๆ ได้เหมือน
ออกขุนนางตามเคย
อนึ่งในเวลาค่ำที่ทรงธรรมนั้น พอเสด็จออกมหาดเล็กก็ต้อง
นำเทียนชนวนเข้าไปตั้ง ทรงจุดเรื่องบูชาเทวดาแล้วต้องคอยรับ
เทียนที่บูชาพระมหาเสวตฉัตร ซึ่งจะปล่อยให้ทรงจุดทรงวางใน
ตะบะอย่างเช่นมหาดเล็กเคยทำมาบ่อย ๆ นั้นไม่ถูก เมื่อรับเทียน
นั้นไปแล้วเคยไปติดที่บัวหลังพระมหาเสวตรฉัตร ซึ่งไม่เห็นมหาด
เล็กไปติดมาช้านานแล้ว จำไม่มีใครรู้ฤาประการใดสงไสยอยู่ เมื่อ
ทรงจุดเทียนเทวดาแล้วทรงจุดเทียนดูหนังสือ ไม่ต้องรอคอยจน
ทรงจุดเทียนเครื่องนมัสการแล้วจึงยกไปให้เปนการช้ายืดยาว พอ
ทรงจุดแล้วก็ยกไป ถ้าธรรมมาศน์กว้างตั้งบนธรรมมาศน์ทั้งเชิง ถ้า
ธรรมมาศน์แคบมีจงกล ถอนเทียนออกปักที่จงกล ถ้าธรรมมาศน์
แคบมีม้าตั้งข้าง ๆ ให้ตั้งบนม้า การที่ถอนเทียนออกติดกับกง
ธรรมมาศน์นี้ พระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัวไม่โปรด ได้
กริ้วมาหลายครั้งแล้ว แต่เดี๋ยวนี้ก็มีราย ๆ อยู่บ้างไม่สู้หนานัก
ขอให้เข้าใจว่าไม่โปรดเหมือนกัน ฯ
ในพระราชนิพนธ์ตอนนี้เราจะได้ทราบถึงรายละเอียดพระราชพิธี แลการปฏิบัติของเจ้าพนักงานซึ่งยังมีข้อบกพร่องและพระองค์ทรงตักเตือน และทรงพระราชทานความคิดเห็นของความไม่เหมาะสมต่าง ๆ ด้วยความพระราชสนพระทัย ให้พิธีกรรมถูกต้องตามพระราชพิธี อย่างละเอียดถี่ถ้วย.
วันพุธที่ 1 ธันวาคม พ.ศ. 2553
การพระราชกุศลฉลองไตรปี เดือนสิบสอง
ต้องขอโทษที่ผมไม่ได้ลงต่อเนื่องเพราะไปธุระกับคุณแม่ที่กรุงเทพฯ และพาท่านไปเยี่ยมเยียนญาติวันนี้กลับมาแล้วครับจึงขอโอกาสอัญเชิญพระราชนิพนธ์ในพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัวในเรื่องพระราชพิธีสิบสองเดือน ดังนี้
หน้าที่ ๒๑ ถึงหน้าที่ ๒๓
ทั้งในกรุงหัวเมือง
ยกเสียแต่หัวเมืองไกล ถ้าการสวดมนต์ฉลองไตรนี้ทำที่หมู่พระ
ที่นั่งจักรพรรดิพิมาน พระสงฆ์ไทยสวดมนต์ที่พระที่นั่งอมรินทร
วินิจฉัยทั้งสิ้น พระสงฆ์รามัญสวดมนต์ที่พระที่นั่งดุสิตดาภิรมย์ ถ้า
ทำข้างพระที่นั่งฝ่ายบูรพทิศ พระสงฆ์ไทยคณะมหานิกายสวดมนต์
ที่พระที่นั่งอนันตสมาคม คณะธรรมยุติกนิกายสวดมนต์ที่พระที่นั่ง
ประพาศพิพิธภัณฑ์ ซึ่งเปนที่ตั้งพระที่นั่งศิวาไลยมหาปราสาทใน
ประจุบันนี้ แต่ครั้นเมื่อภายหลังรื้อพระที่นั่งประพาศพิพิธภัณฑ์ทำ
ใหม่ ก็ยกมาสวดมนต์รวมกันในพระที่นั่งอนันตสมาคมทั้ง ๒ คณะ
แต่คณะรามัญนั้นคงสวดอยู่ที่พระที่นั่งสุทไธสวรรย์ การสวดมนต์
มีแต่วันขึ้น ๑๓ ค่ำวันเดียว ต่อนั้นไปแบ่งพระสงฆ์ออกเปนสาม
ส่วน มาฉันในท้องพระโรงวันละส่วน เข้าบิณฑบาตในพระบรม
มหาราชวังวันละ ๒ ส่วน เปลี่ยนกันไปตลอดทั้ง ๓ วัน คือใน
วันขึ้น ๑๔ ค่ำขึ้น ๑๕ ค่ำ วันแรมค่ำ ๑ การทรงบาตรในพระบรม
มหาราชวังจัดอย่างนักขัตฤหษ์ คือมีผ้าลาดตามทางที่พระสงฆ์
เดิน และมีเครื่อนมัสการพานทองน้อยเครื่องห้าตั้งที่ทรงบาตร
มีของปากบาตรทวีขึ้นกว่าแต่ก่อน เมื่อครั้งแผ่นดินพระบาทสมเด็จ
พระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว เจ้าจอมข้างในแต่งตัวตักบาตรฉลองไตร
นี้ ห่มผ้าห่มนอนตาดแลเยียรบับแพรเขียนทองฤาแต่งตัวต่างๆ
ไปอิกก็มีเปนคราว ๆ แต่ไม่เปนการเสมอไป ในวันขึ้น ๑๔
ค่ำ ๑๕ ค่ำแรมค่ำ ๑ เวลากลางคืนมีทรงธรรม พระราชคณะผู้
ใหญ่ถวายเทศนากฐินทาน อนุโมทนาการพระราชกุศลที่ได้เสด็จ
ไปพระราชทานพระกฐินกัณฑ์ ๑ จีวรทาน อนุโมทนาพระราชกุศล
ที่ได้พระราชชทานไตรปีแก่พระภิกษุสงฆ์ทั้งปวงกัณฑ์ ๑ ปฎิสังขรณ
ทานอนุโมทนาที่ได้ทรงปฎิสังขรณ์พระอารามทั้งปวงกัณฑ์ ๑
เครื่องกัณฑ์เทศทั้ง ๓ กัณฑ์ นับในจำนวนเทศนา ๓๐ กัณฑ์ซึ่ง
เปนจำนวนการพระราชกุศลประจำปี คือมีเครื่องกัณฑ์คล้าย ๆ
บริขารพระกฐิน คือมีตะบะยาเปนต้น มีเงินติดเทียน ๑๐ ตำลึง
แลขนมต่าง ๆ ที่เกณฑ์พระบรมวงษานุวงษ์ฝ่ายในเปนเจ้าของกัณฑ์
การฉลองไตรนี้ ในรัชกาลก่อน ๆ ก็สวดมนต์เลี้ยงพระแล
เทศนาที่พระที่นั่งอมรินทรวินิจฉัยตลอดมา ครั้นแผ่นดินพระบาท
สมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว จึงได้ย้ายสวดมนต์เลี้ยงพระไป
พระที่นั่งฝ่ายบูรพทิศ แต่ยังคงมาทรงธรรมที่พระที่นั่งอมรินทรวินิจ
ฉัย เพราะเปนทางที่จะได้เสด็จลงทรงลอยพระประทีปในเวลาเมื่อ
ทรงธรรมแล้ว ในประจุบันนั้ทรงพระราชดำริห์เห็นว่าพระที่นั่งอนันต
สมาคมเปนที่กว้างขวาง ใหญ่กว่าพระที่นั่งอมรินทรวินิจฉัย จึง
โปรดให้การฉลองไตรทั้งปวงคงอยู่เหมือนแผ่นดินพระบาทสม-
เด็จพระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว
ในพระราชนิพนธ์ตอนนี้ ทรงพระราชทานรายละเอียดในการจักการพระราชกุศลฉลองไตรปีนี้อย่างละเอียดทั้งวัน เวลา และสถานที่ ของพระราชทาน และแม้กระทั่งการแต่งกายของเจ้าจอมทั้งในรัชการก่อนถึงรัชการของพระองค์ท่าน ถ้าหากท่านผู้สนใจอ่านอย่างละเอียดจะได้ประโยชน์อีกมากมายและที่ทรงกล่าวถึงพระที่นั่งอนันตสมาคมนั้นเป็นที่นั่งองค์เดิมในพระบรมมหาราชวังตามที่เคยนำเสนอไปแล้วครับ ครั้งต่อไปจะเปนความที่ละเอียดยิ่งกว่าเดิมโปรดติดตามน่ะครับ.
หน้าที่ ๒๑ ถึงหน้าที่ ๒๓
ทั้งในกรุงหัวเมือง
ยกเสียแต่หัวเมืองไกล ถ้าการสวดมนต์ฉลองไตรนี้ทำที่หมู่พระ
ที่นั่งจักรพรรดิพิมาน พระสงฆ์ไทยสวดมนต์ที่พระที่นั่งอมรินทร
วินิจฉัยทั้งสิ้น พระสงฆ์รามัญสวดมนต์ที่พระที่นั่งดุสิตดาภิรมย์ ถ้า
ทำข้างพระที่นั่งฝ่ายบูรพทิศ พระสงฆ์ไทยคณะมหานิกายสวดมนต์
ที่พระที่นั่งอนันตสมาคม คณะธรรมยุติกนิกายสวดมนต์ที่พระที่นั่ง
ประพาศพิพิธภัณฑ์ ซึ่งเปนที่ตั้งพระที่นั่งศิวาไลยมหาปราสาทใน
ประจุบันนี้ แต่ครั้นเมื่อภายหลังรื้อพระที่นั่งประพาศพิพิธภัณฑ์ทำ
ใหม่ ก็ยกมาสวดมนต์รวมกันในพระที่นั่งอนันตสมาคมทั้ง ๒ คณะ
แต่คณะรามัญนั้นคงสวดอยู่ที่พระที่นั่งสุทไธสวรรย์ การสวดมนต์
มีแต่วันขึ้น ๑๓ ค่ำวันเดียว ต่อนั้นไปแบ่งพระสงฆ์ออกเปนสาม
ส่วน มาฉันในท้องพระโรงวันละส่วน เข้าบิณฑบาตในพระบรม
มหาราชวังวันละ ๒ ส่วน เปลี่ยนกันไปตลอดทั้ง ๓ วัน คือใน
วันขึ้น ๑๔ ค่ำขึ้น ๑๕ ค่ำ วันแรมค่ำ ๑ การทรงบาตรในพระบรม
มหาราชวังจัดอย่างนักขัตฤหษ์ คือมีผ้าลาดตามทางที่พระสงฆ์
เดิน และมีเครื่อนมัสการพานทองน้อยเครื่องห้าตั้งที่ทรงบาตร
มีของปากบาตรทวีขึ้นกว่าแต่ก่อน เมื่อครั้งแผ่นดินพระบาทสมเด็จ
พระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว เจ้าจอมข้างในแต่งตัวตักบาตรฉลองไตร
นี้ ห่มผ้าห่มนอนตาดแลเยียรบับแพรเขียนทองฤาแต่งตัวต่างๆ
ไปอิกก็มีเปนคราว ๆ แต่ไม่เปนการเสมอไป ในวันขึ้น ๑๔
ค่ำ ๑๕ ค่ำแรมค่ำ ๑ เวลากลางคืนมีทรงธรรม พระราชคณะผู้
ใหญ่ถวายเทศนากฐินทาน อนุโมทนาการพระราชกุศลที่ได้เสด็จ
ไปพระราชทานพระกฐินกัณฑ์ ๑ จีวรทาน อนุโมทนาพระราชกุศล
ที่ได้พระราชชทานไตรปีแก่พระภิกษุสงฆ์ทั้งปวงกัณฑ์ ๑ ปฎิสังขรณ
ทานอนุโมทนาที่ได้ทรงปฎิสังขรณ์พระอารามทั้งปวงกัณฑ์ ๑
เครื่องกัณฑ์เทศทั้ง ๓ กัณฑ์ นับในจำนวนเทศนา ๓๐ กัณฑ์ซึ่ง
เปนจำนวนการพระราชกุศลประจำปี คือมีเครื่องกัณฑ์คล้าย ๆ
บริขารพระกฐิน คือมีตะบะยาเปนต้น มีเงินติดเทียน ๑๐ ตำลึง
แลขนมต่าง ๆ ที่เกณฑ์พระบรมวงษานุวงษ์ฝ่ายในเปนเจ้าของกัณฑ์
การฉลองไตรนี้ ในรัชกาลก่อน ๆ ก็สวดมนต์เลี้ยงพระแล
เทศนาที่พระที่นั่งอมรินทรวินิจฉัยตลอดมา ครั้นแผ่นดินพระบาท
สมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว จึงได้ย้ายสวดมนต์เลี้ยงพระไป
พระที่นั่งฝ่ายบูรพทิศ แต่ยังคงมาทรงธรรมที่พระที่นั่งอมรินทรวินิจ
ฉัย เพราะเปนทางที่จะได้เสด็จลงทรงลอยพระประทีปในเวลาเมื่อ
ทรงธรรมแล้ว ในประจุบันนั้ทรงพระราชดำริห์เห็นว่าพระที่นั่งอนันต
สมาคมเปนที่กว้างขวาง ใหญ่กว่าพระที่นั่งอมรินทรวินิจฉัย จึง
โปรดให้การฉลองไตรทั้งปวงคงอยู่เหมือนแผ่นดินพระบาทสม-
เด็จพระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว
ในพระราชนิพนธ์ตอนนี้ ทรงพระราชทานรายละเอียดในการจักการพระราชกุศลฉลองไตรปีนี้อย่างละเอียดทั้งวัน เวลา และสถานที่ ของพระราชทาน และแม้กระทั่งการแต่งกายของเจ้าจอมทั้งในรัชการก่อนถึงรัชการของพระองค์ท่าน ถ้าหากท่านผู้สนใจอ่านอย่างละเอียดจะได้ประโยชน์อีกมากมายและที่ทรงกล่าวถึงพระที่นั่งอนันตสมาคมนั้นเป็นที่นั่งองค์เดิมในพระบรมมหาราชวังตามที่เคยนำเสนอไปแล้วครับ ครั้งต่อไปจะเปนความที่ละเอียดยิ่งกว่าเดิมโปรดติดตามน่ะครับ.
สมัครสมาชิก:
บทความ (Atom)
การ์เรียนเชิญเปิดและชมนิทรรศการ
นิทรรศการตั้งแต่ ๑๕ พย.ถึง ๑๕ ธค.นี้
In this photograph if you know please tell me where they are ?
ภาพถ่ายชุดนี้ คุณพ่อผมถ่ายไว้เป็นจำนวนมากเมื่อ ไปอยู่ที่ประเทศสหรัฐอเมริกา ประมาณ หกสิบ ถึงเจ็ดสิบปีมาแล้ว ท่านเสียชีวิตไปปี ๒๕๑๓ เอกสารบางอย่างถูกน้ำถ่วมและสูญหาย ทำให้ไม่ทราบถึงสถานที่ในภาพ ถ้าหากท่านทราบกรุณาบอกผมด้วยขอบคุณครับ
In this photograph if you know pleas tell me where they are ?
รูปแกะสลักนี้ตั้งอยู่ที่ไหนครับทราบโปรดบอกด้วยครับขอบคุณครับ
Please tell me where they are ?
รูปเหล่านี้เป็นเทพฯของอียิปต์ยุกต์โบราณ
Please tell me where they are ?
หน้าจะเป็นเทพฯ หรือ ราชินีองค์หนึ่งในอียิปต์โบราณ ถ้าสรวมหมวกรูปบัลลังก์ จะป็นเทพไอซิส
Please tell me were they are ?
Please tell me where they are ?
พระบาทสมเด็จพระรามาธิบดีศรีสินทรมหาจุฬาลงกรณ์ พระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู้หัว
พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว พระพุทธเจ้าหลวง พระปิยมหาราช เทิดพระเกียรติในวาระ ๑๐๐ ปี วันสวรรคต ๒๓ ตุลาคม พ.ศ.๒๕๔๓ (มีบทความด้านล่าง)
พระโกศทองใหญ่ทรงพระบรมศพ พระบาทสมเด็จพระรามาธิบดีศรีสินทรมหาจุฬาลงกรณ์ พระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว
พระบรมศพประดิษฐาน ณ พระที่นั่งดุสิตมหาปราสาท ในพระบรมมหาราชวัง
สมเด็จพระศรีนครินทราบรมราชชนนี
๑๑๐ ปี แสงรวีศรีนครินทร์รุ่งโรจน์มิรู้ลืม ด้วยเกล้าด้วยกระหม่อม ข้าพระพุทธเจ้า นายเบญจพล สิทธิประณีต.
สมเด็จพระศรีนครินทราบรมราชชนนี พระโอรสธิดา
สมเด็จย่าทรงกับพระโอรสธิดาครั้งทรงพระเยาว์
พระบาทสมเด็จพระปรเมนทรมหาอานันทมหิดล พระอัฐรามาธิบดินทร รัชการที่ ๘ สมเด็จย่า ฯ พระอนุชา
ในหลวงรัชการที่ ๘ สมเด็จย่า และพระอนุชา (ในหลวงรัชกาลที่ ๙)
ทรงงาน
พระบามสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวภูมิพลอดุลยเดช รัชการที่ ๙ และ สมเด็จพระศรีนครินทราบรมราชชนนี ทรงงาน
สมเด็จแม่ฯ
สมเด็จพระศรีนครินทราบรมราชชนนี และ พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวภูมิพลอดุลยเดช รัชกาลที่ ๙
สูจิบัตร นิทรรศการเฉลิมพระเกียรติ ๑๐๙ ปี แสงรวีศรีนครินทร์รุ่งโรจน์ มิรู้ลืม
นิทรรศการ ๑๐๙ ปี แสงรวีศรีนครินทร์รุ่งโรจน์ มิรู้ลืม ณ.ศูนย์ศิลป์ศรีพิพัฒน์(แพ บุนนาค) งานเฉลิมฉลองครบรอบ ๑๐๙ ปี วันคล้ายวันพระราชสมภพ สมเด็จพระศรีนครินทราบรมราชชนนี วันที่ ๒๑ ตุลาคม พ.ศ.๒๕๕๒ (มีรูปงานนิทรรศการด้านล่าง)
My collection-ภาพเก่าเล่าอดีต พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวภูมิพลอดุลยเดช
เสด็จพระราชดำเนินวัดพระบรมธาตุดอยสุเทพ เชียงใหม่(พ.ศ.2501)
สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิตบรมราชินีนาท(พ.ศ.2501)
เสด็จพระราชดำเนินวัดพระบรมธาตุดอยสุเทพ จังหวัดเชียงใหม่
พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวและสมเด็จพระบรมราชินีนาท(พ.ศ.2501)
ทั้งสองพระองค์บริเวณบันไดนาควัดพระบรมธาตุดอยสุเทพ จ.เชียงใหม่
พระบัวเข็ม
พระบัวเข็ม ที่บ้านจะมีจานเชิงใส่นำรองอยู่ด้านล่างองค์พระซึ่งทำจากไม้ลงรักปิดทอง
The way of life in U.S.A.
Tn the town by Vimol Siddhipraneet.
The way of life in u.s.a.
In the town.
The way of life in U.S.A.
In the town.
The way of life in U.S.A.
In the town.
The way of life in U.S.A.
In the town.
The way of life in U.S.A.
In the town.
The way of life in U.S.A.
In the town.
The way of life in U.S.A
In the town.
ภาพถ่ายในสหรัฐอเมริกา
ถ่ายโดย คุณพ่อวิมล สิทธิประณีต.เมื่อครั้งไปสหรัฐอเมริกา
ภาพถ่ายในประเทศสหรัฐอเมริกา
คุณพ่อวิมล สิทธิประณีต.ถ่าย เมื่อทำงานสำนักข่าวสารอเมริกัน
ภาพถ่ายที่ประเทศสหรัฐอเมริกา
คุณพ่อวิมล สิทธิประณีต.ถ่าย ล้าง และอัดเอง ท่านมีห้องมืดที่บ้าน.